‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร[ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์รายเดียว]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 62 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๒๐๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น บุรุษผู้หนึ่งได้กล่าวคำนี้กะภรรยาว่า ฉักจักยัง ท่านพระอุปนันทะให้ครองจีวร. ภิกษุรูปหนึ่งผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ได้ยินบุรุษนั้นกล่าวคำนี้ จึงเข้าไปหาท่าน พระอุปนันทศากยบุตร ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้กะท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า อาวุโส อุปนันทะ ท่านเป็นผู้มีบุญมาก ในสถานที่โน้น บุรุษผู้หนึ่งได้กล่าวคำนี้กะภรรยาว่า ฉันจักยังท่านพระ- *อุปนันทะให้ครองจีวร. ท่านพระอุปนันทะกล่าวรับรองว่า มีขอรับ เขาเป็นอุปัฏฐากของผม. ครั้นแล้วท่านพระ- *อุปนันทศากยบุตร ได้เข้าไปหาบุรุษนั้นแล้วสอบถามเขาว่า จริงหรือ ข่าวว่า ท่านประสงค์จะให้ อาตมาครองจีวร? บุ. ความจริง ผมตั้งใจไว้อย่างนี้ว่า จักยังท่านพระอุปนันทะให้ครองจีวร. อุ. ถ้าท่านประสงค์จะให้อาตมาครองจีวร ก็จงให้ครองจีวรชนิดนี้เถิด เพราะจีวรที่ อาตมาไม่ใช้ แม้ครองแล้วจักทำอะไรได้. บุรุษนั้นจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาขึ้นในขณะนั้นว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากย- *บุตรเหล่านี้ เป็นคนมักมาก ไม่สันโดษ จะให้ครองจีวรก็ทำได้ไม่ง่าย ไฉนพระคุณเจ้าอุปนันทะ อันเราไม่ได้ปวารณาไว้ก่อนจึงได้เข้ามาหา แล้วถึงการกำหนดในจีวรเล่า. ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินบุรุษนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุปนันทศากยบุตร อันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน จึงได้เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือน ถึงการ กำหนดในจีวรเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า ดูกรอุปนันทะ ข่าวว่า เธออันเขา ไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน ได้เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนแล้ว ถึงการกำหนดในจีวร จริงหรือ? ท่านพระอุปนันทศากยบุตรทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ดูกรอุปนันทะ เขาเป็นญาติของเธอ หรือมิใช่ญาติ? อุ. มิใช่ญาติ พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ คนที่มิใช่ญาติย่อมไม่รู้การกระทำอัน สมควรหรือไม่สมควร ของที่มีอยู่หรือไม่มี ของคนที่มิใช่ญาติ เมื่อเป็นเช่นนั้น เธออันเขาไม่ ได้ปวารณาไว้ก่อน ยังเข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ แล้วถึงการกำหนดในจีวรได้ การกระทำ ของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของ ชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระอุปนันทศากยบุตร โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัส โทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่ สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุง ง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสม แก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะ บังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระ- *สัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๒๗.๘. อนึ่ง มีพ่อเจ้าเรือนก็ดี แม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ตระเตรียม ทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะภิกษุไว้ว่า เราจักจ่ายจีวรด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรนี้ แล้ว ยังภิกษุชื่อนี้ให้ครองจีวร ถ้าภิกษุนั้นเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาแล้ว ถึงการกำหนดในจีวรในสำนักของเขาว่า ดีละ ท่านจงจ่ายจีวรเช่นนั้น หรือเช่นนี้ ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรนี้ แล้วยังรูปให้ครองเถิด เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เพราะ อาศัยความเป็นผู้ใคร่ในจีวรดี.
เทียบรายประโยค (35 ประโยค)
np8:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.44 · ฉัฏฐสังคายนา 87.327 · พุทธชยันตี 1.536
np8:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ปุริโส ปชาปตึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro puriso pajāpatiṁ etadavoca—
np8:1.1.3 #
อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
“ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī”ti.
np8:1.1.4 #
อสฺโสสิ โข อญฺญตโร ปิณฺฑจาริโก ภิกฺขุ ตสฺส ปุริสสฺส อิมํ วาจํ ภาสมานสฺส ฯ✎ ร่าง
Assosi kho aññataro piṇḍacāriko bhikkhu tassa purisassa imaṁ vācaṁ bhāsamānassa.
np8:1.1.5 #
อถโข โส ภิกฺขุ เยนายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so bhikkhu yenāyasmā upanando sakyaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ etadavoca—
np8:1.1.6 #
มหาปุญฺโญสิ ตฺวํ อาวุโส อุปนนฺท✎ ร่าง
“mahāpuññosi tvaṁ, āvuso upananda.
np8:1.1.7 #
อมุกสฺมึ โอกาเส อญฺญตโร ปุริโส ปชาปตึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Amukasmiṁ okāse aññataro puriso pajāpatiṁ etadavoca—
np8:1.1.8 #
อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
‘ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī’”ti.
np8:1.1.9 #
อตฺถาวุโส มํ โส อุปฏฺฐาโกติ ฯ✎ ร่าง
“Atthāvuso, maṁ so upaṭṭhāko”ti.
np8:1.1.10 #
อถโข อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เยน โส ปุริโส เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ปุริสํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā upanando sakyaputto yena so puriso tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā taṁ purisaṁ etadavoca—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.45
np8:1.1.11 #
สจฺจํ กิร มํ ตฺวํ อาวุโส จีวเรน อจฺฉาเทตุกาโมสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira maṁ tvaṁ, āvuso, cīvarena acchādetukāmosī”ti?
np8:1.1.12 #
อปิ มยฺย ๑- เอวํ โห✎ ร่าง
“Api meyya, evaṁ hoti—
np8:2.1.17 #
ติ✎ ร่าง
Tatra ce so bhikkhūti
np8:1.1.13 #
อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
‘ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī’”ti.
np8:1.1.14 #
สเจ โข มํ ตฺวํ อาวุโส จีวเรน อจฺฉาเทตุกาโมสิ เอวรูเปน จีวเรน อจฺฉาเทหิ✎ ร่าง
“Sace kho maṁ tvaṁ, āvuso, cīvarena acchādetukāmosi, evarūpena cīvarena acchādehi.
np8:1.1.15 #
กฺยาหํ ๒- เตน อจฺฉนฺโนปิ กริสฺสามิ ยาหํ ๓- น ปริภุญฺชิสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
Kyāhaṁ tena acchannopi karissāmi yāhaṁ na paribhuñjissāmī”ti.
np8:1.1.16 #
อถโข โส ปุริโส อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Atha kho so puriso ujjhāyati khiyyati vipāceti—
np8:1.1.17 #
มหิจฺฉา อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา อสนฺตุฏฺฐา✎ ร่าง
“mahicchā ime samaṇā sakyaputtiyā asantuṭṭhā.
np8:1.1.18 #
นยิเม สุกรา จีวเรน อจฺฉาเทตุํ✎ ร่าง
Nayime sukarā cīvarena acchādetuṁ.
np8:1.1.19 #
กถํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เมยฺย ฯ เม อยฺยอิติ ทฺวีสุปิ วิกปฺเปสุ ปทจฺเฉโท ฯ@๓ ยํ อหนฺติ ปทจฺเฉโท ฯ หิ นาม อยฺโย อุปนนฺโท มยา ปุพฺเพ อปฺปวาริโต✎ ร่าง
Kathañhi nāma ayyo upanando mayā pubbe appavārito maṁ upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissatī”ti.
np8:1.1.20 #
Assosuṁ kho bhikkhū tassa purisassa ujjhāyantassa khiyyantassa vipācentassa.
np8:1.1.21 #
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np8:1.1.22 #
“kathañhi nāma āyasmā upanando sakyaputto pubbe appavārito gahapatikaṁ upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissatī”ti.
np8:1.1.23 #
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อ้างอิงPTS 3.216
np8:1.1.24 #
“saccaṁ kira tvaṁ, upananda, pubbe appavārito gahapatikaṁ upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjasī”ti?
np8:1.1.25 #
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np8:1.1.26 #
“Ñātako te, upananda, aññātako”ti?
np8:1.1.27 #
“Aññātako, bhagavā”ti.
np8:1.1.28 #
“Aññātako, moghapurisa, aññātakassa na jānāti patirūpaṁ vā appatirūpaṁ vā santaṁ vā asantaṁ vā.
np8:1.1.29 #
Tattha nāma tvaṁ, moghapurisa, pubbe appavārito aññātakaṁ gahapatikaṁ upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissasi.
np8:1.1.30 #
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np8:1.1.31 #
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np8:1.1.32.1 #
“Bhikkhuṁ paneva uddissa aññātakassa gahapatissa vā gahapatāniyā vā cīvaracetāpannaṁ upakkhaṭaṁ hoti—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.46
np8:1.1.33 #
‘iminā cīvaracetāpannena cīvaraṁ cetāpetvā itthannāmaṁ bhikkhuṁ cīvarena acchādessāmī’ti;
np8:1.1.34 #
tatra ce so bhikkhu pubbe appavārito upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjeyya—
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน