เนื้อความทั้งข้อ
[๗๐๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์แกล้งก่อความรำคาญให้แก่
พระสัตตรสวัคคีย์ ด้วยพูดว่า อาวุโสทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทไว้ว่า สงฆ์
ไม่พึงอุปสมบทบุคคลมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ดังนี้ ก็พวกท่านมีอายุหย่อน ๒๐ ปี อุปสมบทแล้ว
พวกท่านเป็นอนุปสัมบันของพวกเรา กระมัง พระสัตตรสวัคคีย์เหล่านั้นร้องไห้.
ภิกษุทั้งหลาย จึงถามอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านร้องไห้ทำไม?
พระสัตตรสวัคคีย์ตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย พระฉัพพัคคีย์เหล่านี้แกล้งก่อความรำคาญให้
แก่พวกผม.
บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์
จึงได้แกล้งก่อความรำคาญให้แก่ภิกษุทั้งหลายเล่า แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอแกล้ง
ก่อความรำคาญให้แก่ภิกษุทั้งหลาย จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้แกล้ง
ก่อความรำคาญให้แก่ภิกษุทั้งหลายเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใส
ของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๒๖. ๗. อนึ่ง ภิกษุใด แกล้งก่อความรำคาญแก่ภิกษุด้วยหมายว่า ด้วย
เช่นนี้ ความไม่ผาสุกจักมีแก่เธอแม้ครู่หนึ่ง ทำความหมายอย่างนี้เท่านั้นแลให้เป็น
ปัจจัย หาใช่อย่างอื่นไม่ เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.465 · ฉัฏฐสังคายนา 88.199
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา
ภิกฺขู สตฺตรสวคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ สญฺจิจฺจ กุกฺกุจฺจํ อุปทหนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū sattarasavaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ sañcicca kukkuccaṁ upadahanti—
ภควตา อาวุโส สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
“bhagavatā, āvuso, sikkhāpadaṁ paññattaṁ—
น อูนวีสติวสฺโส ปุคฺคโล
อุปสมฺปาเทตพฺโพติ✎ ร่าง
‘na ūnavīsativasso puggalo upasampādetabbo’ti.
ตุเมฺห จ อูนวีสติวสฺสา อุปสมฺปนฺนา✎ ร่าง
Tumhe ca ūnavīsativassā upasampannā.
กจฺจิ
โน ตุเมฺห อนุปสมฺปนฺนาติ ฯ✎ ร่าง
Kacci no tumhe anupasampannā”ti?
เต โรทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te rodanti.
ภิกฺขู เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Bhikkhū evamāhaṁsu—
กิสฺส ตุเมฺห อาวุโส โรทถาติ ฯ✎ ร่าง
“kissa tumhe, āvuso, rodathā”ti?
อิเม อาวุโส ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู
อมฺหากํ สญฺจิจฺจ กุกฺกุจฺจํ อุปทหนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“Ime, āvuso, chabbaggiyā bhikkhū amhākaṁ sañcicca kukkuccaṁ upadahantī”ti.
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา
ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงPTS 4.149
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา
ภิกฺขู ภิกฺขูนํ สญฺจิจฺจ กุกฺกุจฺจํ อุปทหิสฺสนฺตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū bhikkhūnaṁ sañcicca kukkuccaṁ upadahissantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร
ตุเมฺห ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ สญฺจิจฺจ กุกฺกุจฺจํ อุปทหถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, bhikkhūnaṁ sañcicca kukkuccaṁ upadahathā”ti?
สจฺจํ
ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา
ภิกฺขูนํ สญฺจิจฺจ กุกฺกุจฺจํ อุปทหิสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, bhikkhūnaṁ sañcicca kukkuccaṁ upadahissatha.
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ
วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน
ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส สญฺจิจฺจ กุกฺกุจฺจํ อุปทเหยฺย
อิติสฺส มุหุตฺตมฺปิ อผาสุ ภวิสฺสตีติ เอตเทว ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺญํ
ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu bhikkhussa sañcicca kukkuccaṁ upadaheyya—‘itissa muhuttampi aphāsu bhavissatī’ti etadeva paccayaṁ karitvā anaññaṁ, pācittiyan”ti.