เนื้อความทั้งข้อ
[๗๒๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อัน
เป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์. ครั้งนั้น ท่านพระทัพพมัลลบุตร
จัดเสนาสนะและแจกอาหารแก่สงฆ์ แต่ท่านเป็นผู้มีจีวรเก่า. สมัยนั้น มีจีวรผืนหนึ่งเกิดขึ้น
แก่สงฆ์ สงฆ์จึงได้ถวายจีวรผืนนั้นแก่ท่านพระทัพพมัลลบุตร พวกพระฉัพพัคคีย์พากันเพ่งโทษ
ติเตียน โพนทะนาว่า ภิกษุทั้งหลายน้อมลาภของสงฆ์ไปตามชอบใจ.
บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์
กับสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันให้จีวรไปแล้ว ภายหลังจึงได้ถึงธรรมคือบ่นเล่า แล้วกราบทูลเรื่อง
นั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอกับสงฆ์
ผู้พร้อมเพรียงกันให้จีวรแล้ว ภายหลังถึงธรรมคือบ่น จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอกับสงฆ์
ผู้พร้อมเพรียงกันให้จีวรแล้ว ภายหลังจึงได้ถึงธรรมคือบ่นเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น
ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชน
ที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๓๐. ๑๑. อนึ่ง ภิกษุใด กับสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน ให้จีวรแก่ภิกษุแล้ว
ภายหลังถึงธรรมคือบ่นว่า ภิกษุทั้งหลายน้อมลาภของสงฆ์ไปตามชอบใจ เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน
กลนฺทกนิวาเป ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā rājagahe viharati veḷuvane kalandakanivāpe.
อ้างอิงPTS 4.154 · สยามรัฐ 2.475 · ฉัฏฐสังคายนา 88.205
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต
สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญาเปติ ภตฺตานิ จ อุทฺทิสติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā dabbo mallaputto saṅghassa senāsanañca paññapeti bhattāni ca uddisati.
โส
จายสฺมา ทุพฺพลจีวโร โหติ ฯ✎ ร่าง
So cāyasmā dubbalacīvaro hoti.
เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส
เอกํ จีวรํ อุปฺปนฺนํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena saṅghassa ekaṁ cīvaraṁ uppannaṁ hoti.
อถโข สงฺโฆ ตํ จีวรํ อายสฺมโต
ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส อทาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho saṅgho taṁ cīvaraṁ āyasmato dabbassa mallaputtassa adāsi.
ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Chabbaggiyā bhikkhū ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
ยถาสนฺถุตํ ภิกฺขู สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณาเมนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“yathāsanthutaṁ bhikkhū saṅghikaṁ lābhaṁ pariṇāmentī”ti.
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สมคฺเคน สงฺเฆน จีวรํ ทตฺวา
ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชิสฺสนฺตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū samaggena saṅghena cīvaraṁ datvā pacchā khīyanadhammaṁ āpajjissantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว
สมคฺเคน สงฺเฆน จีวรํ ทตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, samaggena saṅghena cīvaraṁ datvā pacchā khīyanadhammaṁ āpajjathā”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา
สมคฺเคน สงฺเฆน จีวรํ ทตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชิสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, samaggena saṅghena cīvaraṁ datvā pacchā khīyanadhammaṁ āpajjissatha.
เนตํ
โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย
ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ, vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ สมคฺเคน สงฺเฆน จีวรํ ทตฺวา ปจฺฉา
ขียนธมฺมํ อาปชฺเชยฺย ยถาสนฺถุตํ ภิกฺขู สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณาเมนฺตีติ
ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu samaggena saṅghena cīvaraṁ datvā pacchā khīyanadhammaṁ āpajjeyya ‘yathāsanthutaṁ bhikkhū saṅghikaṁ lābhaṁ pariṇāmentī’ti, pācittiyan”ti.