เนื้อความทั้งข้อ
[๗๘๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็น
สถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์. ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายรับนิมนต์ฉัน
ในสกุล มีภิกษุณีเหล่าฉัพพัคคีย์มายืนบงการให้เขาถวายของแก่พระฉัพพัคคีย์ว่า จงถวายแกงที่
ท่านองค์นี้ จงถวายข้าวที่ท่านองค์นี้ พวกพระฉัพพัคคีย์ได้ฉันตามความต้องการ ภิกษุเหล่าอื่น
ฉันไม่ได้ดังจิตประสงค์ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า
ไฉน พระฉัพพัคคีย์จึงไม่ห้ามปรามภิกษุณีฉัพพัคคีย์ผู้บงการเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี
พระภาค.
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอไม่ห้าม
ปรามภิกษุณีทั้งหลายผู้บงการอยู่ จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงไม่ห้าม
ปรามภิกษุณีผู้บงการอยู่เล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน
ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๔๓. ๒. อนึ่ง ภิกษุทั้งหลายรับนิมนต์ฉันอยู่ในสกุล ถ้าภิกษุณีมายืนสั่งเสีย
อยู่ในที่นั้นว่า จงถวายแกงในองค์นี้ จงถวายข้าวในองค์นี้ ภิกษุทั้งหลายนั้นพึงรุกราน
ภิกษุณีนั้นว่า น้องหญิง เธอจงหลีกไปเสีย ตลอดเวลาที่ภิกษุฉันอยู่ ถ้าภิกษุแม้รูปหนึ่ง
ไม่กล่าวออกไป เพื่อจะรุกรานภิกษุณีนั้นว่า น้องหญิง เธอจงหลีกไปเสีย ตลอดเวลา
ที่ภิกษุฉันอยู่ ภิกษุเหล่านั้นพึงแสดงคืนว่า แน่ะเธอ พวกฉันต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็น
ที่สบาย ควรจะแสดงคืน พวกฉันแสดงคืนธรรมนั้น.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน
กลนฺทกนิวาเป ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā rājagahe viharati veḷuvane kalandakanivāpe.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.518
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู กุเลสุ นิมนฺติตา
ภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū kulesu nimantitā bhuñjanti.
ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ โวสาสนฺติโย
ฐิตา โหนฺติ✎ ร่าง
Chabbaggiyā bhikkhuniyo chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ vosāsantiyo ṭhitā honti—
อิธ สูปํ เทถ อิธ โอทนํ เทถาติ ฯ✎ ร่าง
“idha sūpaṁ detha, idha odanaṁ dethā”ti.
ฉพฺพคฺคิยา
ภิกฺขู ยาวทตฺถํ ภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Chabbaggiyā bhikkhū yāvadatthaṁ bhuñjanti.
อญฺเญ ภิกฺขู น จิตฺตรูปํ ภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Aññe bhikkhū na cittarūpaṁ bhuñjanti.
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.234
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย โวสาสนฺติโย น
นิวาเรสฺสนฺตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū bhikkhuniyo vosāsantiyo na nivāressantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย
โวสาสนฺติโย น นิวาเรถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, bhikkhuniyo vosāsantiyo na nivārethā”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา ภิกฺขุนิโย โวสาสนฺติโย น นิวาเรสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, bhikkhuniyo vosāsantiyo na nivāressatha.
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา
ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ
อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
ภิกฺขู ปเนว กุเลสุ นิมนฺติตา ภุญฺชนฺติ ฯ ตตฺร เจ✎ ร่าง
“Bhikkhū paneva kulesu nimantitā bhuñjanti, tatra ce sā bhikkhunī vosāsamānarūpā ṭhitā hoti—‘idha sūpaṁ detha, idha odanaṁ dethā’ti, tehi bhikkhūhi sā bhikkhunī apasādetabbā— ‘apasakka tāva, bhagini, yāva bhikkhū bhuñjantī’ti. Ekassa cepi bhikkhuno na paṭibhāseyya taṁ bhikkhuniṁ apasādetuṁ— ‘apasakka tāva, bhagini, yāva bhikkhū bhuñjantī’ti paṭidesetabbaṁ tehi bhikkhūhi—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.519