‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป[ว่าด้วย การทำทรงสันถัตไว้ให้ได้ ๖ ฝน]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 86 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๙๗๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายให้เขาทำสันถัตใช้ทุกๆ ปี, พวก- *เธอวอนขอเขาอยู่ร่ำไปว่า ท่านทั้งหลายจงให้ขนเจียม อาตมาต้องการขนเจียม. ชาวบ้านพากัน เพ่งโทษติเตียนโพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ จึงได้ขอให้เขาทำ สันถัตใช้ทุกๆ ปี วอนขอเขาอยู่ร่ำไปว่า ท่านทั้งหลายจงให้ขนเจียม อาตมาต้องการขนเจียม ส่วนสันถัตของพวกเราทำคราวเดียว ถูกเด็กๆ ของพวกเราถ่ายอุจจาระรดบ้าง ถ่ายปัสสาวะรด บ้าง หนูกัดเสียบ้าง ก็ยังอยู่ได้ถึง ๕-๖ ปี; ส่วนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ ขอ ให้เขาทำสันถัตใช้ทุกๆ ปี วอนขอเขาอยู่ร่ำไปว่า ท่านทั้งหลายจงให้ขนเจียม อาตมาต้องการ ขนเจียม. ภิกษุทั้งหลายได้ยินชาวบ้านเหล่านั้นเพ่งโทษติเตียนโพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษติเตียนโพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุทั้งหลายจึงได้ขอให้เขาทำสันถัตใช้ทุกๆ ปี วอนขอเขาอยู่ร่ำไปว่า ท่านทั้งหลายจงให้ ขนเจียม อาตมาต้องการขนเจียม ดังนี้เล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลาย ขอให้เขาทำสันถัตใช้ทุกๆ ปี วอนขอเขาอยู่ร่ำไปว่า ทั้งหลายจงให้ขนเจียม อาตมาต้องการ ขนเจียม ดังนี้ จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ, ไฉน โมฆบุรุษเหล่านั้น จึงได้ให้เขาทำสันถัตใช้ทุกๆ ปี วอนขอเขาอยู่ร่ำไปว่า ท่านทั้งหลายจงให้ขนเจียม อาตมาต้องการ ขนเจียม ดังนี้เล่า? การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว. โดยที่แท้ การกระทำของ พวกเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่น ของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนภิกษุทั้งหลายโดยอเนกปริยายดั่งนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความ เป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความ คลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความ มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การ ปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย, ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่ เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะ บังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระ- *สัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๓๓.๔. อนึ่ง ภิกษุให้ทำสันถัตใหม่แล้ว พึงทรงไว้ให้ได้ ๖ ฝน, ถ้ายัง หย่อนกว่า ๖ ฝน เธอสละเสียแล้วก็ดี ยังไม่สละแล้วก็ดี ซึ่งสันถัตนั้น ให้ทำสันถัต อื่นใหม่, เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.ฯ ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลายด้วย ประการฉะนี้.ฯ
เทียบรายประโยค (28 ประโยค)
np14:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.71 · พุทธชยันตี 1.562
np14:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อนุวสฺสํ สนฺถตํ การาเปนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū anuvassaṁ santhataṁ kārāpenti.
np14:1.3 #
เต ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหรนฺติ✎ ร่าง
Te yācanabahulā viññattibahulā viharanti—
np14:1.4 #
เอฬกโลมานิ เทถ✎ ร่าง
“eḷakalomāni detha.
np14:1.5 #
เอฬกโลเมหิ อตฺโถติ ฯ✎ ร่าง
Eḷakalomehi attho”ti.
np14:1.6 #
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np14:1.7 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา อนุวสฺสํ สนฺถตํ การาเปสฺสนฺติ ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหริสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā anuvassaṁ santhataṁ kārāpessanti, yācanabahulā viññattibahulā viharissanti—
np14:1.8 #
เอฬกโลมานิ เทถ เอฬกโลเมหิ อตฺโถติ✎ ร่าง
‘eḷakalomāni detha, eḷakalomehi attho’ti.
np14:1.9 #
อมฺหากํ ปน สกึ กตานิ สนฺถตานิ ปญฺจปิ ฉปิ วสฺสานิ โหนฺติ เยสํ โน ทารกา อูหทนฺติปิ ๑- อุมฺมิหนฺติปิ อุนฺทุเรหิปิ ๒- ขชฺชนฺติ✎ ร่าง
Amhākaṁ pana sakiṁ katāni santhatāni pañcapi chapi vassāni honti, yesaṁ no dārakā uhadantipi ummihantipi undūrehipi khajjanti.
np14:1.10 #
อิเม ปน สมณา สกฺยปุตฺติยา อนุวสฺสํ สนฺถตํ การาเปสฺสนฺติ ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหริสฺสนฺติ✎ ร่าง
Ime pana samaṇā sakyaputtiyā anuvassaṁ santhataṁ kārāpenti, yācanabahulā viññattibahulā viharanti—
np14:1.11 #
เอฬกโลมานิ เทถ เอฬกโลเมหิ อตฺโถติ ฯ✎ ร่าง
‘eḷakalomāni detha, eḷakalomehi attho’”ti.
np14:1.12 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.345
np14:1.13 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np14:1.14 #
กถํ หิ นาม ภิกฺขู อนุวสฺสํ สนฺถตํ การาเปสฺสนฺติ ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหริสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma bhikkhū anuvassaṁ santhataṁ kārāpessanti, yācanabahulā viññattibahulā viharissanti—
np14:1.15 #
เอฬกโลมานิ เทถ เอฬกโลเมหิ อตฺโถติ ฯ✎ ร่าง
‘eḷakalomāni detha, eḷakalomehi attho’”ti.
np14:1.16 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū te anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อ้างอิงPTS 3.228 · สยามรัฐ 2.72
np14:1.17 #
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู อนุวสฺสํ สนฺถตํ การาเปนฺติ ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหรนฺติ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhū anuvassaṁ santhataṁ kārāpenti, yācanabahulā viññattibahulā viharanti—
np14:1.18 #
เอฬกโลมานิ เทถ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อุหทนฺติปิ ฯ ๒ ม. อุนฺทูเรหิปิ ฯ เอฬกโลเมหิ อตฺโถติ ฯ✎ ร่าง
‘eḷakalomāni detha, eḷakalomehi attho’”ti?
np14:1.19 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np14:1.20 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
np14:3.37 #
ummattakassa,
np14:1.21 #
กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา อนุวสฺสํ สนฺถตํ การาเปสฺสนฺติ ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหริสฺสนฺติ✎ ร่าง
kathañhi nāma te, bhikkhave, moghapurisā anuvassaṁ santhataṁ kārāpessanti, yācanabahulā viññattibahulā viharissanti—
np14:1.22 #
เอฬกโลมานิ เทถ เอฬกโลเมหิ อตฺโถติ✎ ร่าง
‘eḷakalomāni detha, eḷakalomehi attho’ti.
np14:1.23 #
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np14:1.24 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np14:1.25.1 #
นวํ ปน ภิกฺขุนา สนฺถตํ การาเปตฺวา ฉพฺพสฺสานิ ธาเรตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
“Navaṁ pana bhikkhunā santhataṁ kārāpetvā chabbassāni dhāretabbaṁ.
np14:1.26 #
โอเรน เจ ฉนฺนํ วสฺสานํ ตํ สนฺถตํ วิสฺสชฺเชตฺวา วา อวิสฺสชฺเชตฺวา วา อญฺญํ นวํ สนฺถตํ การาเปยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Orena ce channaṁ vassānaṁ taṁ santhataṁ vissajjetvā vā avissajjetvā vā aññaṁ navaṁ santhataṁ kārāpeyya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
np14:1.27 #
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน