เนื้อความทั้งข้อ
[๒๐๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของอนาถ-
*บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีอันเตวาสินีของพระภัททากาปิลานีเถรี ย่อม
ตั้งใจปฏิบัติพระภัททากาปิลานีเถรีๆ จึงได้กล่าวคำนี้กะภิกษุณีทั้งหลายว่า แม่เจ้าทั้งหลาย ภิกษุณี
รูปนี้ปฏิบัติข้าพเจ้าโดยเคารพ ข้าพเจ้าจักให้จีวรแก่ภิกษุณีรูปนี้ แต่ภิกษุณีรูปนั้นให้ภิกษุณีอื่น
โพนทะนาโดยให้เชื่อถือผิดว่า เข้าใจผิดว่า แม่เจ้า ข่าวว่า ดิฉันมิได้ปฏิบัติแม่เจ้าโดยเคารพ
ข่าวว่าแม่เจ้าจักไม่ให้จีวรแก่ดิฉัน ดังนี้.
บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณี
จึงได้ให้ภิกษุณีอื่นโพนทะนาโดยให้เชื่อถือผิด เข้าใจผิดเล่า ...
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีให้ภิกษุณี
อื่นโพนทะนา โดยให้เชื่อถือผิด เข้าใจผิด จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีจึงได้ให้ภิกษุณีอื่น
โพนทะนาโดยให้เชื่อถือผิด เข้าใจผิดเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ
ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๗๓. ๘. อนึ่ง ภิกษุณีใด ให้คนอื่นโพนทะนา โดยให้เชื่อผิด เข้าใจผิด เป็น
ปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.377 · พุทธชยันตี 2.2.178
เตน โข ปน สมเยน ภทฺทาย
กาปิลานิยา อนฺเตวาสินี ๑- ภิกฺขุนี ภทฺทํ กาปิลานึ สกฺกจฺจํ
อุปฏฺเฐติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhaddāya kāpilāniyā antevāsinī bhikkhunī bhaddaṁ kāpilāniṁ sakkaccaṁ upaṭṭheti.
ภทฺทา กาปิลานี ภิกฺขุนิโย เอตทโวจ✎ ร่าง
Bhaddā kāpilānī bhikkhuniyo etadavoca—
อยํ มํ อยฺเย
ภิกฺขุนี สกฺกจฺจํ อุปฏฺเฐติ อิมิสฺสาหํ จีวรํ ทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
“ayaṁ maṁ, ayye, bhikkhunī sakkaccaṁ upaṭṭheti, imissāhaṁ cīvaraṁ dassāmī”ti.
อถโข สา
ภิกฺขุนี ทุคฺคหิเตน ทูปธาริเตน ปรํ อุชฺฌาเปติ✎ ร่าง
Atha kho sā bhikkhunī duggahitena dūpadhāritena paraṁ ujjhāpesi—
อหํ กิรยฺเย อยฺยํ
น สกฺกจฺจํ อุปฏฺเฐมิ น กิร เม อยฺยา จีวรํ ทสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“ahaṁ kirāyye, ayyaṁ na sakkaccaṁ upaṭṭhemi, na kira me ayyā cīvaraṁ dassatī”ti.
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ
วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ภิกฺขุนี ทุคฺคหิเตน ทูปธาริเตน ปรํ
อุชฺฌาเปสฺสตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma bhikkhunī duggahitena dūpadhāritena paraṁ ujjhāpessatī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขุนี ทุคฺคหิเตน
ทูปธาริเตน ปรํ อุชฺฌาเปตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhunī duggahitena dūpadhāritena paraṁ ujjhāpetī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ
ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนี ทุคฺคหิเตน ทูปธาริเตน ปรํ
อุชฺฌาเปสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, bhikkhunī duggahitena dūpadhāritena paraṁ ujjhāpessati.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ยา ปน ภิกฺขุนี ทุคฺคหิเตน ทูปธาริเตน ปรํ
อุชฺฌาเปยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī duggahitena dūpadhāritena paraṁ ujjhāpeyya, pācittiyan”ti.