‹ กลับ
แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 190 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๔๙๓๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๙๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่ง สงฆ์ทั้งหมด ต้องสภาคาบัติ. สงฆ์ หมู่นั้นไม่รู้จักชื่อ ไม่รู้จักโคตรของอาบัตินั้น. มีภิกษุรูปอื่นมาในอาวาสนั้น เธอเป็นพหูสูต ชำนาญในคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต ฉลาด มีปัญญา ละอาย รังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา. ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปหาภิกษุนั้น แล้วได้เรียนถามข้อความนี้กะภิกษุนั้นว่า ภิกษุ- *รูปใด ทำอย่างนี้ด้วย อย่างนี้ด้วย ภิกษุรูปนั้นต้องอาบัติชื่ออะไร ขอรับ? พระพหูสูตตอบอย่างนี้ว่า ภิกษุรูปใด ทำอย่างนี้ด้วย อย่างนี้ด้วย ภิกษุรูปนั้นต้องอาบัติ- *ชื่อนี้ ขอรับ ท่านต้องอาบัติชื่อนี้แล้ว จงทำคืนอาบัตินั้นเสีย. ภิกษุรูปนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า มิใช่ผมแต่ผู้เดียวที่ต้องอาบัตินี้ ขอรับ สงฆ์หมู่นี้ล้วนต้อง อาบัตินี้ทั้งนั้น. พระพหูสูตกล่าวอย่างนี้ว่า ภิกษุรูปอื่นที่ต้องอาบัติแล้ว หรือมิได้ต้อง จักช่วยอะไร- *ท่านได้ ขอรับ นิมนต์ท่านออกจากอาบัติของตนเสียเถิด ขอรับ. จึงภิกษุนั้นได้ทำคืนอาบัตินั้นตามคำของพระพหูสูต แล้วเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้น ครั้นแล้ว ได้แจ้งความข้อนี้กะภิกษุเหล่านั้นว่า อาวุโสทั้งหลาย ได้ทราบมาว่า ภิกษุรูปใดทำอย่างนี้ด้วย อย่างนี้ด้วย ภิกษุรูปนั้นต้องอาบัติชื่อนี้ พวกท่านต้องอาบัติชื่อนี้แล้ว ขอรับ จงทำคืนอาบัติ- *นั้นเสีย. แต่ภิกษุเหล่านั้นไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัตินั้น ตามคำของพระผู้บอก. ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง สงฆ์ทั้งหมดในศาสนานี้ต้องสภาคาบัติ. สงฆ์หมู่นั้นไม่รู้จักชื่อ ไม่รู้จักโคตร ของอาบัตินั้น. มีภิกษุรูปอื่นมาในอาวาสนั้น เธอเป็นพหูสูต ชำนาญในคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต ฉลาด มีปัญญา ละอาย รังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา. ภิกษุ- *รูปหนึ่งเข้าไปหาภิกษุนั้น แล้วได้เรียนถามภิกษุนั้นอย่างนี้ว่า ภิกษุรูปใดทำอย่างนี้ด้วย อย่างนี้ด้วย ภิกษุรูปนั้นต้องอาบัติชื่ออะไรขอรับ? พระพหูสูตตอบอย่างนี้ ว่าภิกษุรูปใดทำอย่างนี้ด้วย อย่างนี้ด้วย ภิกษุรูปนั้นต้องอาบัติ ชื่อนี้ ขอรับ ท่านต้องอาบัติชื่อนี้แล้ว จงทำคืนอาบัตินั้นเสีย. ภิกษุรูปนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า มิใช่ผมแต่ผู้เดียวที่ต้องอาบัตินี้ ขอรับ สงฆ์หมู่นี้ล้วนต้อง อาบัตินี้ทั้งนั้น. พระพหูสูตกล่าวอย่างนี้ว่า ภิกษุรูปอื่นที่ต้องอาบัติแล้วหรือมิได้ต้อง จักช่วยอะไรท่านได้ ขอรับ นิมนต์ท่านออกจากอาบัติของตนเสียเถิด ขอรับ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุนั้นทำคืนอาบัตินั้น ตามคำของพระพหูสูต แล้วเข้าไปหา ภิกษุเหล่านั้น ครั้นแล้วบอกภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ได้ทราบมาว่า ภิกษุรูปใด ทำอย่างนี้ด้วย อย่างนี้ด้วย ภิกษุรูปนั้นต้องอาบัติชื่อนี้ พวกท่านต้องอาบัติชื่อนี้แล้ว ขอรับ จงทำคืนอาบัตินั้นเสีย. ถ้าภิกษุเหล่านั้น จะพึงทำคืนอาบัตินั้น ตามคำของภิกษุผู้บอก ทำได้อย่างนี้ นั่นเป็นการดี ถ้าจะไม่พึงทำคืน ภิกษุนั้นไม่ปรารถนา ก็ไม่พึงว่ากล่าวภิกษุ เหล่านั้น.
เทียบรายประโยค (42 ประโยค)
pli-tv-kd2:27.10.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส สพฺโพ สงฺโฆ สภาคํ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarasmiṁ āvāse sabbo saṅgho sabhāgaṁ āpattiṁ āpanno hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.250 · ฉัฏฐสังคายนา 89.160 · พุทธชยันตี 3.306
pli-tv-kd2:27.10.2 #
โส น ชานาติ ตสฺสา อาปตฺติยา นามํ น โคตฺตํ ๑- ฯ✎ ร่าง
So na jānāti tassā āpattiyā nāmagottaṁ.
pli-tv-kd2:27.10.3 #
ตตฺถญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต พฺยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ✎ ร่าง
Tattha añño bhikkhu āgacchati bahussuto āgatāgamo dhammadharo vinayadharo mātikādharo paṇḍito byatto medhāvī lajjī kukkuccako sikkhākāmo.
pli-tv-kd2:27.10.4 #
ตเมนํ อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Tamenaṁ aññataro bhikkhu yena so bhikkhu tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā taṁ bhikkhuṁ etadavoca—
pli-tv-kd2:27.10.5 #
โย นุ โข อาวุโส เอวญฺเจวญฺจ กโรติ กึ นาม โส อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
“yo nu kho, āvuso, evañcevañca karoti, kiṁ nāma so āpattiṁ āpajjatī”ti?
pli-tv-kd2:27.11.1 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
pli-tv-kd2:27.11.2 #
โย โข อาวุโส เอวญฺเจวญฺจ กโรติ อิมํ นาม โส อาปตฺตึ อาปชฺชติ✎ ร่าง
“yo kho, āvuso, evañcevañca karoti, imaṁ nāma so āpattiṁ āpajjati.
pli-tv-kd2:27.11.3 #
อิมํ นาม ตฺวํ อาวุโส อาปตฺตึ อาปนฺโน✎ ร่าง
Imaṁ nāma tvaṁ, āvuso, āpattiṁ āpanno;
pli-tv-kd2:27.11.4 #
ปฏิกโรหิ ตํ อาปตฺตินฺติ ฯ✎ ร่าง
paṭikarohi taṁ āpattin”ti.
pli-tv-kd2:27.11.5 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
pli-tv-kd2:27.11.6 #
น โข อหํ อาวุโส เอโก ว อิมํ อาปตฺตึ อาปนฺโน✎ ร่าง
“na kho ahaṁ, āvuso, ekova imaṁ āpattiṁ āpanno;
pli-tv-kd2:27.11.7 #
อยํ สพฺโพ สงฺโฆ อิมํ อาปตฺตึ อาปนฺโนติ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ sabbo saṅgho imaṁ āpattiṁ āpanno”ti.
อ้างอิงPTS 1.128
pli-tv-kd2:27.11.8 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
pli-tv-kd2:27.11.9 #
กินฺเต อาวุโส กริสฺสติ ปโร อาปนฺโน วา อนาปนฺโน วา✎ ร่าง
“kiṁ te, āvuso, karissati paro āpanno vā anāpanno vā.
pli-tv-kd2:27.11.10 #
อิงฺฆ ตฺวํ อาวุโส สกาย อาปตฺติยา วุฏฺฐหาติ ฯ✎ ร่าง
Iṅgha tvaṁ, āvuso, sakāya āpattiyā vuṭṭhāhī”ti.
pli-tv-kd2:27.12.1 #
อถโข โส ภิกฺขุ ตสฺส ภิกฺขุโน วจเนน ตํ อาปตฺตึ ปฏิกริตฺวา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so bhikkhu tassa bhikkhuno vacanena taṁ āpattiṁ paṭikaritvā yena te bhikkhū tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā te bhikkhū etadavoca—
pli-tv-kd2:27.12.2 #
โย กิร อาวุโส เอวญฺเจวญฺจ กโรติ อิมํ นาม โส อาปตฺตึ อาปชฺชติ✎ ร่าง
“yo kira, āvuso, evañcevañca karoti, imaṁ nāma so āpattiṁ āpajjati.
pli-tv-kd2:27.12.3 #
อิมํ นาม ตุเมฺห อาวุโส อาปตฺตึ อาปนฺนา✎ ร่าง
Imaṁ nāma tumhe, āvuso, āpattiṁ āpannā;
pli-tv-kd2:27.12.4 #
ปฏิกโรถ ตํ อาปตฺตินฺติ ฯ✎ ร่าง
paṭikarotha taṁ āpattin”ti.
pli-tv-kd2:27.12.5 #
อถโข เต ภิกฺขู น อิจฺฉึสุ ตสฺส ภิกฺขุโน @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นามโคตฺตํ ฯ วจเนน ตํ อาปตฺตึ ปฏิกาตุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū na icchiṁsu tassa bhikkhuno vacanena taṁ āpattiṁ paṭikātuṁ.
pli-tv-kd2:27.12.6 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd2:27.13.1 #
อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส สพฺโพ สงฺโฆ สภาคํ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ ฯ✎ ร่าง
“Idha pana, bhikkhave, aññatarasmiṁ āvāse sabbo saṅgho sabhāgaṁ āpattiṁ āpanno hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.251
pli-tv-kd2:27.13.2 #
โส น ชานาติ ตสฺสา อาปตฺติยา นามํ น โคตฺตํ ๑- ฯ✎ ร่าง
So na jānāti tassā āpattiyā nāmagottaṁ.
pli-tv-kd2:27.13.3 #
ตตฺถญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต พฺยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ✎ ร่าง
Tattha añño bhikkhu āgacchati bahussuto āgatāgamo dhammadharo vinayadharo mātikādharo paṇḍito byatto medhāvī lajjī kukkuccako sikkhākāmo.
pli-tv-kd2:27.13.4 #
ตเมนํ อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอวํ วเทติ✎ ร่าง
Tamenaṁ aññataro bhikkhu yena so bhikkhu tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā taṁ bhikkhuṁ evaṁ vadeti—
pli-tv-kd2:27.13.5 #
โย นุ โข อาวุโส เอวญฺเจวญฺจ กโรติ กึ นาม โส อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
‘yo nu kho, āvuso, evañcevañca karoti, kiṁ nāma so āpattiṁ āpajjatī’ti?
pli-tv-kd2:27.14.1 #
โส เอวํ วเทติ✎ ร่าง
So evaṁ vadeti—
pli-tv-kd2:27.14.2 #
โย โข อาวุโส เอวญฺเจวญฺจ กโรติ อิมํ นาม โส อาปตฺตึ อาปชฺชติ✎ ร่าง
‘yo kho, āvuso, evañcevañca karoti, imaṁ nāma so āpattiṁ āpajjati.
pli-tv-kd2:27.14.3 #
อิมํ นาม ตฺวํ อาวุโส อาปตฺตึ อาปนฺโน✎ ร่าง
Imaṁ nāma tvaṁ, āvuso, āpattiṁ āpanno;
pli-tv-kd2:27.14.4 #
ปฏิกโรหิ ตํ อาปตฺตินฺติ ฯ✎ ร่าง
paṭikarohi taṁ āpattin’ti.
pli-tv-kd2:27.14.5 #
โส เอวํ วเทติ✎ ร่าง
So evaṁ vadeti—
pli-tv-kd2:27.14.6 #
น โข อหํ อาวุโส เอโก ว อิมํ อาปตฺตึ อาปนฺโน✎ ร่าง
‘na kho ahaṁ, āvuso, ekova imaṁ āpattiṁ āpanno.
pli-tv-kd2:27.14.7 #
อยํ สพฺโพ สงฺโฆ อิมํ อาปตฺตึ อาปนฺโนติ ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ sabbo saṅgho imaṁ āpattiṁ āpanno’ti.
pli-tv-kd2:27.14.8 #
โส เอวํ วเทติ✎ ร่าง
So evaṁ vadeti—
pli-tv-kd2:27.14.9 #
กินฺเต อาวุโส กริสฺสติ ปโร อาปนฺโน วา อนาปนฺโน วา✎ ร่าง
‘kiṁ te, āvuso, karissati paro āpanno vā anāpanno vā.
pli-tv-kd2:27.14.10 #
อิงฺฆ ตฺวํ อาวุโส สกาย อาปตฺติยา วุฏฺฐหาติ ฯ✎ ร่าง
Iṅgha tvaṁ, āvuso, sakāya āpattiyā vuṭṭhāhī’ti.
pli-tv-kd2:27.14.11 #
โส เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ตสฺส ภิกฺขุโน วจเนน ตํ อาปตฺตึ ปฏิกริตฺวา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู เอวํ วเทติ✎ ร่าง
So ce, bhikkhave, bhikkhu tassa bhikkhuno vacanena taṁ āpattiṁ paṭikaritvā yena te bhikkhū tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā te bhikkhū evaṁ vadeti—
pli-tv-kd2:27.14.12 #
โย กิร อาวุโส เอวญฺเจวญฺจ กโรติ อิมํ นาม โส อาปตฺตึ อาปชฺชติ อิมํ นาม ตุเมฺห อาวุโส อาปตฺตึ อาปนฺนา ปฏิกโรถ ตํ อาปตฺตินฺติ ฯ✎ ร่าง
‘yo kira, āvuso, evañcevañca karoti imaṁ nāma so āpattiṁ āpajjati, imaṁ nāma tumhe āvuso āpattiṁ āpannā, paṭikarotha taṁ āpattin’ti.
pli-tv-kd2:27.15.1 #
เต เจ ภิกฺขเว ภิกฺขู ตสฺส ภิกฺขุโน วจเนน ตํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นามโคตฺตํ ฯ อาปตฺตึ ปฏิกเรยฺยุํ อิจฺเจตํ กุสลํ✎ ร่าง
Te ce, bhikkhave, bhikkhū tassa bhikkhuno vacanena taṁ āpattiṁ paṭikareyyuṁ, iccetaṁ kusalaṁ.
pli-tv-kd2:27.15.2 #
โน เจ ปฏิกเรยฺยุํ น เต ภิกฺขเว ภิกฺขู เตน ภิกฺขุนา อกามา วจนียาติ ฯ✎ ร่าง
No ce paṭikareyyuṁ, na te, bhikkhave, bhikkhū tena bhikkhunā akāmā vacanīyā”ti.
pli-tv-kd2:27.15.3 #
โจทนาวตฺถุภาณวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ✎ ร่าง
Codanāvatthubhāṇavāro niṭṭhito dutiyo.
pli-tv-kd2:28.1.0 #
28. Anāpattipannarasaka
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน