‹ กลับ
ทรงอนุญาตบรรพชาและอุปสมบทด้วยไตรสรณคมน์
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 34 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๗๗๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๔] ก็โดยสมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายพากุลบุตรผู้มุ่งบรรพชาและผู้มุ่งอุปสมบท มาจาก ทิศต่างๆ จากชนบทต่างๆ ด้วยตั้งใจว่า พระผู้มีพระภาคจักให้พวกเขาบรรพชาอุปสมบท. ใน เพราะเหตุนั้น ทั้งพวกภิกษุ ทั้งกุลบุตรผู้มุ่งบรรพชาและกุลบุตรผู้มุ่งอุปสมบท ย่อมลำบาก. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับในที่สงัด หลีกเร้นอยู่ มีพระทัยปริวิตกเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายพากุลบุตรผู้มุ่งบรรพชาและผู้มุ่งอุปสมบทมาจากทิศต่างๆ จากชนบทต่างๆ ด้วยตั้งใจว่า พระผู้มีพระภาคจักให้พวกเขาบรรพชา อุปสมบท ในเพราะเหตุนั้น ทั้งพวกภิกษุ ทั้งกุลบุตรผู้มุ่งบรรพชาและกุลบุตรผู้มุ่งอุปสมบท ย่อมลำบาก ผิฉะนั้น เราพึงอนุญาตแก่ภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่นแหละจงให้กุลบุตรทั้งหลายบรรพชาอุปสมบท ในทิศนั้นๆ ในชนบทนั้นๆ เถิด. ครั้นเวลาเย็น เสด็จออกจากที่เร้น รับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น ทรงทำธรรมีกถาแล้ว รับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไปในที่สงัด หลีกเร้นอยู่ ณ ที่นี้ ได้มีใจปริวิตกเกิดขึ้นอย่างนี้ ว่า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายพากุลบุตรผู้มุ่งบรรพชาและผู้มุ่งอุปสมบท มาจากทิศต่างๆ จากชนบท ต่างๆ ด้วยตั้งใจว่า พระผู้มีพระภาคจักให้พวกเขาบรรพชาอุปสมบท ในเพราะเหตุนั้น ทั้งพวก ภิกษุ ทั้งกุลบุตรผู้มุ่งบรรพชา และกุลบุตรผู้มุ่งอุปสมบท ย่อมลำบาก ผิฉะนั้น เราพึงอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่นแหละจงให้กุลบุตรทั้งหลายบรรพชา อุปสมบทในทิศนั้นๆ ในชนบทนั้นๆ เถิด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราอนุญาต พวกเธอ นั่นแหละจงให้กุลบุตรทั้งหลายบรรพชาอุปสมบท ในทิศนั้นๆ ในชนบทนั้นๆ เถิด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงให้กุลบุตรบรรพชาอุปสมบทอย่างนี้:- ชั้นแรก พวกเธอพึงให้กุลบุตรผู้มุ่งบรรพชาและผู้มุ่งอุปสมบท ปลงผมและหนวด แล้ว ให้ครองผ้ากาสายะ ให้ทำผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ให้กราบเท้าภิกษุทั้งหลายแล้ว ให้นั่งกระหย่ง ประคองอัญชลีสั่งว่า เธอจงว่าอย่างนี้ แล้วให้ว่าสรณคมน์ ดังนี้:- ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบรรพชาอุปสมบท ด้วยไตรสรณคมน์นี้.
เทียบรายประโยค (28 ประโยค)
pli-tv-kd1:12.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู นานาทิสา นานาชนปทา ปพฺพชฺชาเปกฺเข จ อุปสมฺปทาเปกฺเข จ อาเนนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū nānādisā nānājanapadā pabbajjāpekkhe ca upasampadāpekkhe ca ānenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 4.41 · ฉัฏฐสังคายนา 89.26
pli-tv-kd1:12.1.2 #
ภควา เน @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มุตฺตาหํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ สี. สฺวายํ ฯ ๓ สี. ม. ยุ. รา.@พาธยิสฺสามิ ฯ ๔ ม. ยุ. -ธายีติ ฯ ปพฺพาเชสฺสติ อุปสมฺปาเทสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“bhagavā ne pabbājessati upasampādessatī”ti.
pli-tv-kd1:12.1.3 #
ตตฺถ ภิกฺขู เจว กิลมนฺติ ปพฺพชฺชาเปกฺขา จ อุปสมฺปทาเปกฺขา จ ฯ✎ ร่าง
Tattha bhikkhū ceva kilamanti pabbajjāpekkhā ca upasampadāpekkhā ca.
pli-tv-kd1:12.1.4 #
อถโข ภควโต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavato rahogatassa paṭisallīnassa evaṁ cetaso parivitakko udapādi—
pli-tv-kd1:12.1.5 #
เอตรหิ โข ภิกฺขู นานาทิสา นานาชนปทา ปพฺพชฺชาเปกฺเข จ อุปสมฺปทาเปกฺเข จ อาเนนฺติ✎ ร่าง
“etarahi kho bhikkhū nānādisā nānājanapadā pabbajjāpekkhe ca upasampadāpekkhe ca ānenti—
pli-tv-kd1:12.1.6 #
ภควา เน ปพฺพาเชสฺสติ อุปสมฺปาเทสฺสตีติ✎ ร่าง
‘bhagavā ne pabbājessati upasampādessatī’ti.
pli-tv-kd1:12.1.7 #
ตตฺถ ภิกฺขู เจว กิลมนฺติ ปพฺพชฺชาเปกฺขา จ อุปสมฺปทาเปกฺขา จ✎ ร่าง
Tattha bhikkhū ceva kilamanti pabbajjāpekkhā ca upasampadāpekkhā ca.
pli-tv-kd1:12.1.8 #
ยนฺนูนาหํ ภิกฺขูนํ อนุชาเนยฺยํ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ bhikkhūnaṁ anujāneyyaṁ—
pli-tv-kd1:12.1.9 #
ตุเมฺหวทานิ ภิกฺขเว ตาสุ ตาสุ ทิสาสุ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปพฺพาเชถ อุปสมฺปาเทถาติ ฯ✎ ร่าง
tumheva dāni, bhikkhave, tāsu tāsu disāsu tesu tesu janapadesu pabbājetha upasampādethā”ti.
pli-tv-kd1:12.2.1 #
อถโข ภควา สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ ๑- สนฺนิปาตาเปตฺวา ๒- ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā sāyanhasamayaṁ paṭisallānā vuṭṭhito etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อ้างอิงPTS 1.22 · พุทธชยันตี 3.46
pli-tv-kd1:12.2.2 #
อิธ มยฺหํ ภิกฺขเว รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ✎ ร่าง
“idha mayhaṁ, bhikkhave, rahogatassa paṭisallīnassa evaṁ cetaso parivitakko udapādi—
pli-tv-kd1:12.2.3 #
เอตรหิ โข ภิกฺขู นานาทิสา นานาชนปทา ปพฺพชฺชาเปกฺเข จ อุปสมฺปทาเปกฺเข จ อาเนนฺติ✎ ร่าง
etarahi kho bhikkhū nānādisā nānājanapadā pabbajjāpekkhe ca upasampadāpekkhe ca ānenti—
pli-tv-kd1:12.2.4 #
ภควา เน ปพฺพาเชสฺสติ อุปสมฺปาเทสฺสตีติ ตตฺถ ภิกฺขู เจว กิลมนฺติ ปพฺพชฺชาเปกฺขา จ อุปสมฺปทาเปกฺขา จ✎ ร่าง
‘bhagavā ne pabbājessati upasampādessatī’ti, Tattha bhikkhū ceva kilamanti pabbajjāpekkhā ca upasampadāpekkhā ca.
pli-tv-kd1:12.3.1 #
ยนฺนูนาหํ ภิกฺขูนํ อนุชาเนยฺยํ ตุเมฺหวทานิ ภิกฺขเว ตาสุ ตาสุ ทิสาสุ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปพฺพาเชถ อุปสมฺปาเทถาติ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตุเมฺหวทานิ ตาสุ ตาสุ ทิสาสุ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปพฺพาเชถ อุปสมฺปาเทถ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ bhikkhūnaṁ anujāneyyaṁ tumheva dāni, bhikkhave, tāsu tāsu disāsu tesu tesu janapadesu pabbājetha upasampādethāti, Anujānāmi, bhikkhave, tumheva dāni tāsu tāsu disāsu tesu tesu janapadesu pabbājetha upasampādetha.
pli-tv-kd1:12.3.2 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ปพฺพาเชตพฺโพ อุปสมฺปาเทตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, pabbājetabbo upasampādetabbo—
pli-tv-kd1:12.3.3 #
ปฐมํ เกสมสฺสุํ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ โอหาราเปตฺวา ๑- กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาทาเปตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ การาเปตฺวา ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทาเปตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทาเปตฺวา อญฺชลึ ปคฺคณฺหาเปตฺวา เอวํ วเทหีติ วตฺตพฺโพ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ kesamassuṁ ohārāpetvā, kāsāyāni vatthāni acchādāpetvā, ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ kārāpetvā, bhikkhūnaṁ pāde vandāpetvā, ukkuṭikaṁ nisīdāpetvā, añjaliṁ paggaṇhāpetvā ‘evaṁ vadehī’ti vattabbo—
อ้างอิงสยามรัฐ 4.42
pli-tv-kd1:12.4.1 #
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
‘Buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:12.4.2 #
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Dhammaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:12.4.3 #
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Saṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmi.
pli-tv-kd1:12.4.4 #
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Dutiyampi buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:12.4.5 #
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Dutiyampi dhammaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:12.4.6 #
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Dutiyampi saṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmi.
pli-tv-kd1:12.4.7 #
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Tatiyampi buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:12.4.8 #
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Tatiyampi dhammaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:12.4.9 #
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามีติ ฯ✎ ร่าง
Tatiyampi saṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmī’ti.
pli-tv-kd1:12.4.10 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว อิเมหิ ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, imehi tīhi saraṇagamanehi pabbajjaṁ upasampadan”ti.
pli-tv-kd1:12.4.11 #
ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปทากถา นิฏฺฐิตา ฯ✎ ร่าง
Tīhi saraṇagamanehi upasampadākathā niṭṭhitā.
pli-tv-kd1:13.1.0 #
10. Dutiyamārakathā
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน