‹ กลับ
ทรงประทานโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 36 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๘๑๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๖] ครั้นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระนครพาราณสีตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จ จาริกไปโดยมรรคาอันจะไปสู่ตำบลอุรุเวลา และทรงแวะจากทาง แล้วเสด็จเข้าไปยังไพรสณฑ์ แห่งหนึ่ง ครั้นถึงไพรสณฑ์นั้นแล้ว ประทับนั่ง ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง. ก็โดยสมัยนั้นแล สหายภัททวัคคีย์จำนวน ๓๐ คน พร้อมด้วยปชาบดีบำเรอกันอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งนั้น. สหายคนหนึ่งไม่มีประชาบดี. สหายทั้งหลายจึงได้นำหญิงแพศยามาเพื่อ ประโยชน์แก่เขา. ต่อมาหญิงแพศยานั้น เมื่อพวกสหายนั้นเผลอตัวมัวบำเรอกันอยู่ ได้ลัก เครื่องประดับหนีไป. จึงพวกสหายนั้น เมื่อจะทำการช่วยเหลือสหาย เที่ยวตามหาหญิงแพศยา นั้น ไปถึงไพรสณฑ์แห่งนั้น ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งอยู่ ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง ครั้นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค แล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า พระผู้มีพระภาคเห็นหญิงบ้างไหม เจ้าข้า? พระผู้มีพระภาคทรงย้อนถามว่า ดูกรกุมารทั้งหลาย พวกเธอจะต้องการอะไรด้วย หญิงเล่า? ภัท. เจ้าข้า พวกข้าพเจ้าเป็นสหายภัททวัคคีย์จำนวน ๓๐ คน ในตำบลนี้ พร้อมด้วย ปชาบดี บำเรอกันอยู่ในไพรสณฑ์แห่งนี้ สหายคนหนึ่งไม่มีปชาบดี พวกข้าพเจ้าจึงได้นำหญิง แพศยามาเพื่อประโยชน์แก่เขา ต่อมา หญิงแพศยานั้น เมื่อพวกข้าพเจ้าเผลอตัวมัวบำเรอกันอยู่ ได้ลักเครื่องประดับหนีไป เพราะเหตุนั้น พวกข้าพระองค์ผู้เป็นสหายกัน เมื่อจะทำการช่วยเหลือ สหาย จึงเที่ยวตามหาหญิงนั้นมาถึงไพรสณฑ์แห่งนี้ เจ้าข้า. ภ. ดูกรกุมารทั้งหลาย พวกเธอสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ข้อที่พวกเธอแสวงหาหญิง หรือแสวงหาตนนั้น อย่างไหนเป็นความดีของพวกเธอเล่า? ภัท. ข้อที่พวกข้าพระองค์แสวงหาตนนั่นแล เป็นความดีของพวกข้าพเจ้า เจ้าข้า. ภ. ดูกรกุมารทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้นพวกเธอนั่งลงเถิด เราจักแสดงธรรมแก่พวกเธอ. พวกสหายภัททวัคคีย์เหล่านั้น รับพระพุทธาณัติพจน์ว่า อย่างนั้น เจ้าข้า ถวายบังคม พระผู้มีพระภาคแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถา แก่พวกเขา คือทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทราม ความเศร้าหมองของ กามทั้งหลาย และอานิสงส์ในความออกจากกาม. เมื่อพระองค์ทรงทราบว่า พวกเขามีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนา ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค. ดวงตา เห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทินว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้น ทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่พวกเขา ณ ที่นั่งนั่นแล ดุจผ้าที่สะอาด ปราศจากมลทิน ควรได้รับน้ำย้อมเป็นอย่างดี ฉะนั้น. พวกเขาได้เห็นธรรมแล้ว ได้บรรลุธรรมแล้ว ได้รู้ธรรม แจ่มแจ้งแล้ว มีธรรมอันหยั่งลงแล้ว ข้ามความสงสัยได้แล้ว ปราศจากถ้อยคำแสดงความสงสัย ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่ต้องเชื่อผู้อื่นในคำสอนของพระศาสดา ได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาค ว่า พระเจ้าข้า พวกข้าพระองค์พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบทในสำนักพระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้ แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ธรรม อันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด. พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านผู้มีอายุเหล่านั้น.
เทียบรายประโยค (34 ประโยค)
pli-tv-kd1:14.1.1 #
อถโข ภควา พาราณสิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน อุรุเวลา เตน จาริกํ ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā bārāṇasiyaṁ yathābhirantaṁ viharitvā yena uruvelā tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงPTS 1.23 · สยามรัฐ 4.44 · ฉัฏฐสังคายนา 89.28 · พุทธชยันตี 3.48
pli-tv-kd1:14.1.2 #
อถโข ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม เยน อญฺญตโร วนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ วนสณฺฑํ อชฺโฌคาเหตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā maggā okkamma yena aññataro vanasaṇḍo tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā taṁ vanasaṇḍaṁ ajjhogāhetvā aññatarasmiṁ rukkhamūle nisīdi.
pli-tv-kd1:14.1.3 #
เตน โข ปน สมเยน ตึสมตฺตา ภทฺทวคฺคิยา สหายกา สปชาปติกา ตสฺมึ ๓- วนสณฺเฑ ปริจาเรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena tiṁsamattā bhaddavaggiyā sahāyakā sapajāpatikā tasmiṁ vanasaṇḍe paricārenti.
pli-tv-kd1:14.1.4 #
เอกสฺส ปชาปติ นาโหสิ ฯ✎ ร่าง
Ekassa pajāpati nāhosi;
pli-tv-kd1:14.1.5 #
ตสฺสตฺถาย เวสี อานีตา อโหสิ ฯ✎ ร่าง
tassa atthāya vesī ānītā ahosi.
pli-tv-kd1:14.1.6 #
อถโข สา เวสี เตสุ ปมตฺเตสุ ปริจาเรนฺเตสุ ภณฺฑํ อาทาย ปลายิตฺถ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sā vesī tesu pamattesu paricārentesu bhaṇḍaṁ ādāya palāyittha.
pli-tv-kd1:14.2.1 #
อถโข เต สหายกา สหายกสฺส เวยฺยาวจฺจํ กโรนฺตา ตํ อิตฺถึ คเวสนฺตา ตํ วนสณฺฑํ อาหิณฺฑนฺตา อทฺทสํสุ ภควนฺตํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ✎ ร่าง
Atha kho te sahāyakā sahāyakassa veyyāvaccaṁ karontā, taṁ itthiṁ gavesantā, taṁ vanasaṇḍaṁ āhiṇḍantā addasaṁsu bhagavantaṁ aññatarasmiṁ rukkhamūle nisinnaṁ.
pli-tv-kd1:14.2.2 #
ทิสฺวาน เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Disvāna yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd1:14.2.3 #
อปิ ภนฺเต ภควา อิตฺถึ ๔- ปสฺเสยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
“api, bhante, bhagavā ekaṁ itthiṁ passeyyā”ti?
pli-tv-kd1:14.2.4 #
กึ ปน โว กุมารา อิตฺถิยาติ ฯ✎ ร่าง
“Kiṁ pana vo, kumārā, itthiyā”ti?
pli-tv-kd1:14.2.5 #
อิธ มยํ ภนฺเต ตึสมตฺตา ภทฺทวคฺคิยา สหายกา สปชาปติกา อิมสฺมึ วนสณฺเฑ ปริจารยิมฺหา✎ ร่าง
“Idha mayaṁ, bhante, tiṁsamattā bhaddavaggiyā sahāyakā sapajāpatikā imasmiṁ vanasaṇḍe paricārimhā.
pli-tv-kd1:14.2.6 #
เอกสฺส ปชาปติ นาโหสิ✎ ร่าง
Ekassa pajāpati nāhosi;
pli-tv-kd1:14.2.7 #
ตสฺสตฺถาย เวสี อานีตา อโหสิ✎ ร่าง
tassa atthāya vesī ānītā ahosi.
pli-tv-kd1:14.2.8 #
อถโข สา ภนฺเต เวสี อเมฺหสุ ปมตฺเตสุ ปริจาเรนฺเตสุ ภณฺฑํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มหาพนฺธนมุตฺโตมฺหิ ฯ ๒ โป. -ธายีติ ฯ ๓ ยุ. ตสฺมึเยว ฯ ๔ ม. ยุ.@รา. เอกํ อิตฺถึ ฯ ๕ โป. ม. ปริจาริมฺหา ฯ อาทาย ปลายิตฺถ✎ ร่าง
Atha kho sā, bhante, vesī amhesu pamattesu paricārentesu bhaṇḍaṁ ādāya palāyittha.
pli-tv-kd1:14.2.9 #
เตน ๑- มยํ ภนฺเต สหายกา สหายกสฺส เวยฺยาวจฺจํ กโรนฺตา ตํ อิตฺถึ คเวสนฺตา อิมํ วนสณฺฑํ อาหิณฺฑามาติ ฯ✎ ร่าง
Te mayaṁ, bhante, sahāyakā sahāyakassa veyyāvaccaṁ karontā, taṁ itthiṁ gavesantā, imaṁ vanasaṇḍaṁ āhiṇḍāmā”ti.
pli-tv-kd1:14.3.1 #
ตํ กึ มญฺญถ โว กุมารา กตมํ นุ โข ตุมฺหากํ วรํ✎ ร่าง
“Taṁ kiṁ maññatha vo, kumārā, katamaṁ nu kho tumhākaṁ varaṁ—
pli-tv-kd1:14.3.2 #
ยํ วา ตุเมฺห อิตฺถึ คเวเสยฺยาถ ยํ วา อตฺตานํ คเวเสยฺยาถาติ ฯ✎ ร่าง
yaṁ vā tumhe itthiṁ gaveseyyātha, yaṁ vā attānaṁ gaveseyyāthā”ti?
pli-tv-kd1:14.3.3 #
เอตเทว ภนฺเต อมฺหากํ วรํ ยํ มยํ อตฺตานํ คเวเสยฺยามาติ ฯ✎ ร่าง
“Etadeva, bhante, amhākaṁ varaṁ yaṁ mayaṁ attānaṁ gaveseyyāmā”ti.
pli-tv-kd1:14.3.4 #
เตนหิ โว กุมารา นิสีทถ ธมฺมํ โว เทเสสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
“Tena hi vo, kumārā, nisīdatha, dhammaṁ vo desessāmī”ti.
pli-tv-kd1:14.3.5 #
เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภทฺทวคฺคิยา สหายกา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, bhante”ti kho te bhaddavaggiyā sahāyakā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
pli-tv-kd1:14.4.1 #
เตสํ ภควา อนุปุพฺพิกถํ กเถสิ เสยฺยถีทํ✎ ร่าง
Tesaṁ bhagavā anupubbiṁ kathaṁ kathesi, seyyathidaṁ—
อ้างอิงสยามรัฐ 4.45 · พุทธชยันตี 3.50
pli-tv-kd1:14.4.2 #
ทานกถํ สีลกถํ สคฺคกถํ กามานํ อาทีนวํ โอการํ สงฺกิเลสํ เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสสิ ฯ✎ ร่าง
dānakathaṁ sīlakathaṁ saggakathaṁ kāmānaṁ ādīnavaṁ okāraṁ saṅkilesaṁ nekkhamme ānisaṁsaṁ pakāsesi.
pli-tv-kd1:14.4.3 #
ยทา เต ภควา อญฺญาสิ กลฺลจิตฺเต มุทุจิตฺเต วินีวรณจิตฺเต อุทคฺคจิตฺเต ปสนฺนจิตฺเต อถ ยา พุทฺธานํ สามุกฺกํสิกา ธมฺมเทสนา ตํ ปกาเสสิ ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺคํ ฯ✎ ร่าง
Yadā te bhagavā aññāsi kallacitte muducitte vinīvaraṇacitte udaggacitte pasannacitte, atha yā buddhānaṁ sāmukkaṁsikā dhammadesanā, taṁ pakāsesi dukkhaṁ samudayaṁ nirodhaṁ maggaṁ.
pli-tv-kd1:14.4.4 #
เสยฺยถาปิ นาม สุทฺธํ วตฺถํ อปคตกาฬกํ สมฺมเทว รชนํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย✎ ร่าง
Seyyathāpi nāma suddhaṁ vatthaṁ apagatakāḷakaṁ sammadeva rajanaṁ paṭiggaṇheyya;
pli-tv-kd1:14.4.5 #
เอวเมว เตสํ ตสฺมึเยวาสเน วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ✎ ร่าง
evameva tesaṁ tasmiṁyeva āsane virajaṁ vītamalaṁ dhammacakkhuṁ udapādi—
pli-tv-kd1:14.4.6 #
ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
“yaṁ kiñci samudayadhammaṁ sabbaṁ taṁ nirodhadhamman”ti.
pli-tv-kd1:14.5.1 #
เต ทิฏฺฐธมฺมา ปตฺตธมฺมา วิทิตธมฺมา ปริโยคาฬฺหธมฺมา ติณฺณวิจิกิจฺฉา วิคตกถํกถา เวสารชฺชปฺปตฺตา อปรปฺปจฺจยา สตฺถุ สาสเน ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Te diṭṭhadhammā pattadhammā viditadhammā pariyogāḷhadhammā tiṇṇavicikicchā vigatakathaṅkathā vesārajjappattā aparappaccayā satthusāsane bhagavantaṁ etadavocuṁ—
อ้างอิงPTS 1.24
pli-tv-kd1:14.5.2 #
ลเภยฺยาม มยํ ภนฺเต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยาม อุปสมฺปทนฺติ ฯ✎ ร่าง
“labheyyāma mayaṁ, bhante, bhagavato santike pabbajjaṁ, labheyyāma upasampadan”ti.
pli-tv-kd1:14.5.3 #
เอถ ภิกฺขโวติ ภควา อโวจ✎ ร่าง
“Etha bhikkhavo”ti bhagavā avoca—
pli-tv-kd1:14.5.4 #
สฺวากฺขาโต ธมฺโม @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. เต ฯ จรถ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ✎ ร่าง
“svākkhāto dhammo, caratha brahmacariyaṁ sammā dukkhassa antakiriyāyā”ti.
pli-tv-kd1:14.5.5 #
สา ว เตสํ อายสฺมนฺตานํ อุปสมฺปทา อโหสิ ฯ✎ ร่าง
Sāva tesaṁ āyasmantānaṁ upasampadā ahosi.
pli-tv-kd1:14.5.6 #
ภทฺทวคฺคิยสหายกานํ วตฺถุ นิฏฺฐิตํ ฯ✎ ร่าง
Bhaddavaggiyasahāyakānaṁ vatthu niṭṭhitaṁ.
pli-tv-kd1:14.5.7 #
ทุติยภาณวารํ ฯ✎ ร่าง
Dutiyabhāṇavāro.
pli-tv-kd1:15.1.0 #
12. Uruvelapāṭihāriyakathā
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน