เนื้อความทั้งข้อ
[๕] ครั้นล่วง ๗ วัน พระผู้มีพระภาคทรงออกจากสมาธินั้น เสด็จจากควงไม้อชปาลนิโครธ
เข้าไปยังต้นไม้มุจจลินท์ แล้วประทับนั่งด้วยบัลลังก์เดียว เสวยวิมุตติสุข ณ ควงไม้มุจจลินท์
ตลอด ๗ วัน.
ครั้งนั้น เมฆใหญ่ในสมัยมิใช่ฤดูกาลตั้งขึ้นแล้ว ฝนตกพรำเจือด้วยลมหนาว ตลอด
๗ วัน. ครั้งนั้น มุจจลินทนาคราชออกจากที่อยู่ของตน ได้แวดวงพระกายพระผู้มีพระภาคด้วย
ขนด ๗ รอบ ได้แผ่พังพานใหญ่เหนือพระเศียรสถิตอยู่ด้วยหวังใจว่า ความหนาว ความร้อน
อย่าเบียดเบียนพระผู้มีพระภาค สัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลาน อย่า
เบียดเบียนพระผู้มีพระภาค. ครั้นล่วง ๗ วัน มุจจลินทนาคราชรู้ว่า อากาศปลอดโปร่งปราศจาก
ฝนแล้ว จึงคลายขนดจากพระกายของพระผู้มีพระภาค จำแลงรูปของตนเป็นเพศมาณพ ได้ยืน
ประคองอัญชลีถวายนมัสการพระผู้มีพระภาค ทางเบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้น
ว่าดังนี้:-
ความสงัดเป็นสุขของบุคคลผู้สันโดษ มีธรรม
ปรากฏแล้ว เห็นอยู่ ความไม่พยาบาท คือความ
สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก ความ
ปราศจากกำหนัด คือความล่วงกามทั้งหลาย
เสียได้ เป็นสุขในโลก การกำจัดอัสมิมานะ
เสียได้นั่นแล เป็นสุขอย่างยิ่ง.
อถโข ภควา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา
วุฏฺฐหิตฺวา อชปาลนิโคฺรธมูลา เยน มุจลินฺโท เตนุปสงฺกมิ
อุปสงฺกมิตฺวา มุจลินฺทมูเล สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสีทิ
วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที ฯ
เตน โข ปน สมเยน มหาอกาลเมโฆ อุทปาทิ ฯ
สตฺตาหวทฺทลิกา สีตวาตทุทฺทินี ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena mahā akālamegho udapādi, sattāhavaddalikā sītavātaduddinī.
อถโข มุจลินฺโท นาคราชา
สกภวนา นิกฺขมิตฺวา ภควโต กายํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. รา. นิหุหุํโก ฯ ม. นิหุํหุํโก นิกสาโว ฯ ๒ ยุ. รา. โส พฺราหฺมโณ ฯ@๓ สี. อิทํ ปาฐทฺวยํ น ทิสฺสติ ฯ
อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ กริตฺวา อฏฺฐาสิ✎ ร่าง
Atha kho mucalindo nāgarājā sakabhavanā nikkhamitvā bhagavato kāyaṁ sattakkhattuṁ bhogehi parikkhipitvā uparimuddhani mahantaṁ phaṇaṁ karitvā aṭṭhāsi—
มา ภควนฺตํ สีตํ
มา ภควนฺตํ อุณฺหํ มา ภควนฺตํ ฑํสมกสวาตาตปสิรึสปสมฺผสฺโสติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“mā bhagavantaṁ sītaṁ, mā bhagavantaṁ uṇhaṁ, mā bhagavantaṁ ḍaṁsamakasavātātapasarīsapasamphasso”ti.
อถโข มุจลินฺโท นาคราชา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน วิทฺธํ วิคตพลาหกํ
เทวํ วิทิตฺวา ภควโต กายา โภเค วินีเวเฐตฺวา สกวณฺณํ
ปฏิสํหริตฺวา มาณวกวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา ภควโต ปุรโต อฏฺฐาสิ
อญฺชลิโก ภควนฺตํ นมสฺสมาโน ฯ✎ ร่าง
Atha kho mucalindo nāgarājā sattāhassa accayena viddhaṁ vigatavalāhakaṁ devaṁ viditvā bhagavato kāyā bhoge viniveṭhetvā sakavaṇṇaṁ paṭisaṁharitvā māṇavakavaṇṇaṁ abhinimminitvā bhagavato purato aṭṭhāsi pañjaliko bhagavantaṁ namassamāno.
อถโข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ
อุทาเนสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etamatthaṁ viditvā tāyaṁ velāyaṁ imaṁ udānaṁ udānesi—
สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส✎ ร่าง
“Sukho viveko tuṭṭhassa,
สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต✎ ร่าง
sutadhammassa passato;
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.8
อพฺยาปชฺฌํ สุขํ โลเก✎ ร่าง
Abyāpajjaṁ sukhaṁ loke,
ปาณภูเตสุ สญฺญโม✎ ร่าง
pāṇabhūtesu saṁyamo.
สุขา วิราคตา โลเก✎ ร่าง
Sukhā virāgatā loke,
กามานํ สมติกฺกโม✎ ร่าง
kāmānaṁ samatikkamo;
อสฺมิมานสฺส โย วินโย✎ ร่าง
Asmimānassa yo vinayo,
เอตํ เว ปรมํ สุขนฺติ ฯ✎ ร่าง
etaṁ ve paramaṁ sukhan”ti.
มุจลินฺทกถา นิฏฺฐิตา ๒- ฯ
[๕]- สก✎ ร่าง
Mucalindakathā niṭṭhitā.
าย กติกาย✎ ร่าง
4. Rājāyatanakathā
สตฺตาหกรณีเยน จ
สตฺตาหนาคตา เจว อาคจฺเฉยฺย เอยฺย ๖- วา
วตฺถุทฺทาเน อนฺตริกา ตนฺติมคฺคํ นิสามเยติ ฯ
อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถุ ๗- เทฺวปณฺณาส ฯ
-------------
@เชิงอรรถ: ๑ ม. เภทอฏฺฐวิเธน จ ฯ ๒ ม. วชสตฺถา ฯ ๓ ม. อกรณึ ฯ ๔ ม. สกรณึ ฯ@๕ ม. จ. ฯ ๖ ม. ยุ. น เอยฺย วา ฯ ๗ ม. วตฺถูนิ ... ฯ
ปวารณากฺขนฺธกํ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā sattāhassa accayena tamhā samādhimhā vuṭṭhahitvā mucalindamūlā yena rājāyatanaṁ tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā rājāyatanamūle sattāhaṁ ekapallaṅkena nisīdi vimuttisukhapaṭisaṁvedī.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.7