‹ กลับ
ราชายตนกถา
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 6 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๑๖๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖] ครั้นล่วง ๗ วัน พระผู้มีพระภาคทรงออกจากสมาธินั้น แล้วเสด็จจากควงไม้ มุจจลินท์ เข้าไปยังต้นไม้ราชายตนะ แล้วประทับนั่งด้วยบัลลังก์เดียว เสวยวิมุตติสุข ณ ควงไม้ราชายตนะ ตลอด ๗ วัน. ก็สมัยนั้น พ่อค้าชื่อตปุสสะ ๑ ภัลลิกะ ๑ เดินทางไกลจากอุกกลชนบท ถึงตำบลนั้น. ครั้งนั้น เป็นเทพยดาผู้เป็นญาติสาโลหิตของตปุสสะ ภัลลิกะ ๒ พ่อค้า ได้กล่าวคำนี้กะ ๒ พ่อค้านั้น ว่า ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ พระผู้มีพระภาคพระองค์นี้แรกตรัสรู้ ประทับอยู่ ณ ควงไม้ราชายตนะ ท่าน ทั้งสองจงไปบูชาพระผู้มีพระภาคนั้น ด้วยสัตตุผง และ สัตตุก้อน การบูชาของท่านทั้งสองนั้น จักเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่ท่านทั้งหลายตลอดกาลนาน. ครั้งนั้น พ่อค้าชื่อตปุสสะ และภัลลิกะ ถือสัตตุผงและสัตตุก้อนเข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคแล้วถวายบังคม ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. สองพ่อค้านั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่งแล้ว ครั้นแล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคจง ทรงรับสัตตุผงสัตตุก้อนของข้าพระพุทธเจ้าทั้งสอง ซึ่งจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เพื่อความสุขแก่ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายตลอดกาลนาน. ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงปริวิตกว่า พระตถาคต ทั้งหลาย ไม่รับวัตถุด้วยมือ เราจะพึงรับสัตตุผง และสัตตุก้อนด้วยอะไรหนอ ลำดับนั้น ท้าวมหาราชทั้ง ๔ องค์ทรงทราบพระปริวิตกแห่งจิตของพระผู้มีพระภาค ด้วย ใจของตนแล้ว เสด็จมาจาก ๔ ทิศ ทรงนำบาตรที่สำเร็จด้วยศิลา ๔ ใบเข้าไปถวายพระผู้มี พระภาค กราบทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงรับสัตตุผงและสัตตุก้อนด้วยบาตรนี้ พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคทรงใช้บาตรสำเร็จด้วยศิลาอันใหม่เอี่ยม รับสัตตุผงและสัตตุก้อน แล้วเสวย. ครั้งนั้น พ่อค้าตปุสสะและภัลลิกะ ได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสองนี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาคและพระธรรมว่า เป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงจำข้าพระพุทธเจ้าทั้งสองว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะ จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป. ก็นายพาณิชสองคนนั้น ได้เป็นอุบาสกกล่าวอ้าง ๒ รัตนะ เป็นชุดแรกในโลก.
เทียบรายประโยค (20 ประโยค)
pli-tv-kd1:4.2.1 #
อถโข ภควา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา มุจลินฺทมูลา เยน ราชายตนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ราชายตนมูเล สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสีทิ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที ฯ เตน โข ปน สมเยน ตปุสฺสภลฺลิกา ๓- วาณิชา อุกฺกลา ตํ เทสํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺนา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena tapussa bhallikā vāṇijā ukkalā taṁ desaṁ addhānamaggappaṭipannā honti.
อ้างอิงPTS 1.4
pli-tv-kd1:4.2.2 #
อถโข ตปุสฺสภลฺลิกานํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สรีสป... ฯ ๒ สี. อิทํ ปาฐทฺวยํ น ทิสฺสติ ฯ ๓ สี. ตปสฺสุภลฺลิกา ฯ วาณิชานํ ญาติสาโลหิตา เทวตา ตปุสฺสภลฺลิเก วาณิเช เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho tapussabhallikānaṁ vāṇijānaṁ ñātisālohitā devatā tapussabhallike vāṇije etadavoca—
pli-tv-kd1:4.2.3 #
อยํ มาริสา ภควา ราชายตนมูเล วิหรติ ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
“ayaṁ, mārisā, bhagavā rājāyatanamūle viharati paṭhamābhisambuddho;
pli-tv-kd1:4.2.4 #
คจฺฉถ ตํ ภควนฺตํ มนฺเถน จ มธุปิณฺฑิกาย จ ปฏิมาเนถ✎ ร่าง
gacchatha taṁ bhagavantaṁ manthena ca madhupiṇḍikāya ca patimānetha;
pli-tv-kd1:4.2.5 #
ตํ โว ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ ฯ✎ ร่าง
taṁ vo bhavissati dīgharattaṁ hitāya sukhāyā”ti.
pli-tv-kd1:4.3.1 #
อถโข ตปุสฺสภลฺลิกา วาณิชา มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑิกญฺจ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tapussabhallikā vāṇijā manthañca madhupiṇḍikañca ādāya yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ aṭṭhaṁsu.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.5
pli-tv-kd1:4.3.2 #
เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตปุสฺสภลฺลิกา วาณิชา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Ekamantaṁ ṭhitā kho tapussabhallikā vāṇijā bhagavantaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd1:4.3.3 #
ปฏิคฺคณฺหาตุ โน ภนฺเต ภควา มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑิกญฺจ ยํ อมฺหากํ อสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ ฯ✎ ร่าง
“paṭiggaṇhātu no, bhante, bhagavā manthañca madhupiṇḍikañca, yaṁ amhākaṁ assa dīgharattaṁ hitāya sukhāyā”ti.
pli-tv-kd1:4.4.1 #
อถโข ภควโต เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavato etadahosi—
pli-tv-kd1:4.4.2 #
น โข ตถาคตา หตฺเถสุ ปฏิคฺคณฺหนฺติ✎ ร่าง
“na kho tathāgatā hatthesu paṭiggaṇhanti.
pli-tv-kd1:4.4.3 #
กิมฺหิ นุ โข อหํ ปฏิคฺคเณฺหยฺยํ มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑิกญฺจาติ ฯ✎ ร่าง
Kimhi nu kho ahaṁ paṭiggaṇheyyaṁ manthañca madhupiṇḍikañcā”ti?
pli-tv-kd1:4.4.4 #
อถโข จตฺตาโร มหาราชา ๑- ภควโต เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย จตุทฺทิสา จตฺตาโร เสลมเย ปตฺเต ภควโต อุปนาเมสุํ✎ ร่าง
Atha kho cattāro mahārājāno bhagavato cetasā cetoparivitakkamaññāya catuddisā cattāro selamaye patte bhagavato upanāmesuṁ—
pli-tv-kd1:4.4.5 #
อิธ ภนฺเต ภควา ปฏิคฺคณฺหาตุ มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑิกญฺจาติ ฯ✎ ร่าง
“idha, bhante, bhagavā paṭiggaṇhātu manthañca madhupiṇḍikañcā”ti.
pli-tv-kd1:4.4.6 #
ปฏิคฺคเหสิ ภควา ปจฺจคฺเฆ เสลมเย ปตฺเต มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑิกญฺจ ปฏิคฺคเหตฺวา จ ปริภุญฺชิ ฯ✎ ร่าง
Paṭiggahesi bhagavā paccagghe selamaye patte manthañca madhupiṇḍikañca, paṭiggahetvā paribhuñji.
pli-tv-kd1:4.5.1 #
อถโข ตปุสฺสภลฺลิกา วาณิชา ๒- ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho tapussabhallikā vāṇijā bhagavantaṁ onītapattapāṇiṁ viditvā bhagavato pādesu sirasā nipatitvā bhagavantaṁ etadavocuṁ—
อ้างอิงสยามรัฐ 4.8
pli-tv-kd1:4.5.2 #
เอเต มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉาม ธมฺมญฺจ อุปาสเก โน ภควา @เชิงอรรถ: ๑ เยภุยฺเยน มหาราชาโนติ ทิสฺสติ ฯ ม. ยุ. อีทิสเมว ฯ ๒ ม. ยุ. รา. อิโต ปรํ@ภควนฺตํ โอนีตปตฺตปาณึ วิทิตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวาติ วจนํ ทิสฺสติ ฯ ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปเต สรณํ คเตติ ฯ✎ ร่าง
“ete mayaṁ, bhante, bhagavantaṁ saraṇaṁ gacchāma dhammañca, upāsake no bhagavā dhāretu ajjatagge pāṇupete saraṇaṁ gate”ti.
pli-tv-kd1:4.5.3 #
เต จ ๑- โลเก ปฐมํ อุปาสกา อเหสุํ เทฺววาจิกา ฯ✎ ร่าง
Te ca loke paṭhamaṁ upāsakā ahesuṁ dvevācikā.
pli-tv-kd1:4.5.4 #
ราชายตนกถา นิฏฺฐิตา ๒- ฯ✎ ร่าง
Rājāyatanakathā niṭṭhitā.
pli-tv-kd1:5.1.0 #
5. Brahmayācanakathā
pli-tv-kd1:5.1.1 #
อสณฺฐหนฺตา ภควนฺตํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา เอโก ภควโต ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคเหสิ เอโก อาสนํ ปญฺญาเปสิ เอโก ปาโททกํ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā sattāhassa accayena tamhā samādhimhā vuṭṭhahitvā rājāyatanamūlā yena ajapālanigrodho tenupasaṅkami.
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.10
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน