เนื้อความทั้งข้อ
[๑๓๙] ก็โดยสมัยนั้นแล จีวรทั้งเนื้อดีและเลวเกิดขึ้นแก่สงฆ์ ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลาย
ได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า จีวรชนิดไรหนอแล พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาต ชนิดไรไม่ทรงอนุญาต
แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เราอนุญาตจีวร ๖ ชนิด คือจีวรทำด้วยเปลือกไม้ ๑ ทำด้วยฝ้าย ๑ ทำด้วยไหม ๑ ทำด้วย
ขนสัตว์ ๑ ทำด้วยป่าน ๑ ทำด้วยของเจือกัน ๑
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายที่ยินดีคหบดีจีวรนั้นพากันรังเกียจ ไม่ยินดีผ้าบังสุกุลด้วยคิดว่า
พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตจีวรอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ ๒ อย่าง จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี-
*พระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ยินดีคหบดีจีวร
ยินดีผ้าบังสุกุลได้ แต่เราสรรเสริญความสันโดษด้วยจีวรทั้งสองนั้น.
เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส อุจฺจาวจานิ จีวรานิ
อุปฺปชฺชนฺติ ๓- ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena saṅghassa uccāvacāni cīvarāni uppannāni honti.
อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho bhikkhūnaṁ etadahosi—
กึ นุ โข ภควตา จีวรํ
อนุญฺญาตํ กึ อนนุญฺญาตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho bhagavatā cīvaraṁ anuññātaṁ, kiṁ ananuññātan”ti?
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อนุชานามิ ภิกฺขเว ฉ จีวรานิ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, cha cīvarāni—
โขมํ กปฺปาสิกํ โกเสยฺยํ กมฺพลํ
สาณํ ภงฺคนฺติ ฯ✎ ร่าง
khomaṁ kappāsikaṁ koseyyaṁ kambalaṁ sāṇaṁ bhaṅgan”ti.
เตน โข ปน สมเยน เย เต ภิกฺขู คหปติจีวรํ
สาทิยนฺติ เต กุกฺกุจฺจายนฺตา ปํสุกูลํ น สาทิยนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena ye te bhikkhū gahapaticīvaraṁ sādiyanti te kukkuccāyantā paṁsukūlaṁ na sādiyanti—
อ้างอิงPTS 1.282 · ฉัฏฐสังคายนา 89.371
เอกํเยว
ภควตา จีวรํ อนุญฺญาตํ น เทฺวติ ฯ✎ ร่าง
“ekaṁyeva bhagavatā cīvaraṁ anuññātaṁ, na dve”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ
อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อนุชานามิ ภิกฺขเว คหปติจีวรํ สาทิยนฺเตน ปํสุกูลํปิ
สาทิตุํ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, gahapaticīvaraṁ sādiyantena paṁsukūlampi sādiyituṁ;
ตทุภเยน จาหํ ๕- ภิกฺขเว สนฺตุฏฺฐึ วณฺเณมีติ ฯ✎ ร่าง
tadubhayenapāhaṁ, bhikkhave, santuṭṭhiṁ vaṇṇemī”ti.
—
11. Paṁsukūlapariyesanakathā