‹ กลับ
พระพุทธบัญญัติห้ามใช้จีวรที่ไม่ตัด
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 150 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๓๘๙๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๐] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระนครราชคฤห์ตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินไปทางพระนครเวสาลี พระองค์เสด็จพระพุทธดำเนินทางไกลระหว่าง พระนครราชคฤห์ และระหว่างพระนครเวสาลีต่อกัน ได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุหลายรูป หอบผ้า พะรุงพะรัง บ้างก็ทูนห่อผ้าที่พับดังฟูกขึ้นบนศีรษะ บ้างก็แบกขึ้นบ่า บ้างก็กระเดียดไว้ที่สะเอว เดินมาอยู่ ครั้นแล้ว ได้ทรงดำริว่า โมฆบุรุษเหล่านี้ เวียนมาเพื่อความมักมากในจีวรเร็วนัก เราจะพึงกั้นเขต ตั้งกฎในเรื่องผ้าแก่ภิกษุทั้งหลาย ครั้นพระผู้มีพระภาคเสด็จพระพุทธดำเนินผ่าน ระยะทางโดยลำดับ ถึงพระนครเวสาลี ทราบว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โคตมกเจดีย์ เขตพระนครเวสาลีนั้น. ก็โดยสมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงผ้าจีวรผืนเดียว ประทับนั่งอยู่กลางแจ้งตอน กลางคืน ขณะน้ำค้างตก ในราตรีเหมันตฤดู กำลังหนาว ตั้งอยู่ระหว่างเดือน ๓ กับเดือน ๔ ต่อกัน ความหนาวไม่ได้มีแก่พระผู้มีพระภาค เมื่อปฐมยามผ่านไปแล้ว ความหนาวจึงได้มีแก่ พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคจึงทรงห่มจีวรผืนที่สอง ความหนาวไม่ได้มีแก่พระผู้มีพระภาค เมื่อมัชฌิมยามผ่านไปแล้ว ความหนาวจึงได้มีแก่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคจึงทรงห่มจีวร ผืนที่สาม ความหนาวไม่ได้มีแก่พระผู้มีพระภาค เมื่อปัจฉิมยามผ่านไปแล้ว ขณะรุ่งอรุณแห่ง ราตรีอันเป็นเบื้องต้นแห่งความสดชื่น ความหนาวได้มีแก่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคจึง ทรงห่มจีวรผืนที่สี่ ความหนาวไม่ได้มีแก่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า กุลบุตรในธรรมวินัยนี้ ที่เป็นคนขี้หนาว กลัวต่อความหนาว อาจดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยผ้าสามผืน ไฉนหนอเราจะพึงกั้นเขต ตั้งกฏ ในเรื่องผ้าแก่ภิกษุทั้งหลาย เราพึงอนุญาตผ้าสามผืน. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรก เกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเดินทางไกลในระหว่างพระนคร ราชคฤห์ และระหว่างพระนครเวสาลีต่อกัน ได้เห็นภิกษุหลายรูปในธรรมวินัยนี้ หอบผ้าพะรุงพะรัง บ้างก็ทูนห่อผ้าที่พับดังฟูกขึ้นบนศีรษะ บ้างก็แบกขึ้นบ่า บ้างก็กระเดียดไว้ที่สะเอว เดินมาอยู่ ครั้นแล้วเราได้ดำริว่า โมฆบุรุษเหล่านี้ เวียนมาเพื่อความมักมากในจีวรเร็วนัก ไฉนหนอเราจะ พึงกั้นเขตตั้งกฏ ในเรื่องผ้าแก่ภิกษุทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราครองผ้าผืนเดียว นั่งอยู่กลางแจ้ง ณ ตำบลนี้ตอนกลางคืน ขณะ น้ำค้างตก ในราตรีเหมันตฤดู กำลังหนาว ตั้งอยู่ระหว่างเดือน ๓ กับระหว่างเดือน ๔ ต่อกัน ความหนาวมิได้มีแก่เรา เมื่อปฐมยามผ่านไปแล้ว ความหนาวจึงได้มีแก่เรา เราจึงห่มจีวรผืนที่ สอง ความหนาวมิได้มีแก่เรา เมื่อมัชฌิมยามผ่านไปแล้ว ความหนาวได้มีแก่เรา เราจึง ห่มจีวรผืนที่สาม ความหนาวมิได้มีแก่เรา เมื่อปัจฉิมยามผ่านไปแล้ว ขณะรุ่งอรุณแห่งราตรี อันเป็นเบื้องต้นแห่งความสดชื่น ความหนาวจึงได้มีแก่เรา เราจึงห่มจีวรผืนที่สี่ ความหนาว มิได้มีแก่เรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรานั้นได้ดำริว่า กุลบุตรในธรรมวินัยนี้ ที่เป็นคนขี้หนาว กลัวต่อ ความหนาว ก็อาจดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยผ้าสามผืน ไฉนหนอ เราจะพึงกั้นเขต ตั้งกฏ ในเรื่องผ้า แก่ภิกษุทั้งหลาย เราจะพึงอนุญาตไตรจีวร ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไตรจีวร คือ ผ้าสังฆาฏิ ๒ ชั้น ผ้าอุตราสงค์ชั้นเดียว ผ้าอันตรวาสกชั้นเดียว.
เทียบรายประโยค (24 ประโยค)
pli-tv-kd8:13.1.1 #
อถโข ภควา ราชคเห ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน เวสาลี เตน จาริกํ ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā rājagahe yathābhirantaṁ viharitvā yena vesālī tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.204 · ฉัฏฐสังคายนา 89.379 · พุทธชยันตี 3.710
pli-tv-kd8:13.1.2 #
อทฺทสา โข ภควา ๒- อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ เวสาลึ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน สมฺพหุเล ภิกฺขู จีวเรหิ อุพฺภณฺฑีกเต ๓- สีเสปิ จีวรภิสึ กริตฺวา ขนฺเธปิ จีวรภิสึ กริตฺวา กฏิยาปิ จีวรภิสึ กริตฺวา อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวาน ภควโต เอตทโหสิ✎ ร่าง
Addasa bhagavā antarā ca rājagahaṁ antarā ca vesāliṁ addhānamaggappaṭipanno sambahule bhikkhū cīvarehi ubbhaṇḍite sīsepi cīvarabhisiṁ karitvā khandhepi cīvarabhisiṁ karitvā kaṭiyāpi cīvarabhisiṁ karitvā āgacchante, disvāna bhagavato etadahosi—
pli-tv-kd8:13.1.3 #
อติลหุํ โข อิเม โมฆปุริสา จีวเร พาหุลฺลาย อาวฏฺฏา✎ ร่าง
“atilahuṁ kho ime moghapurisā cīvare bāhullāya āvattā.
pli-tv-kd8:13.1.4 #
ยนฺนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺย มริยาทํ ฐเปยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ bhikkhūnaṁ cīvare sīmaṁ bandheyyaṁ, mariyādaṁ ṭhapeyyan”ti.
อ้างอิงPTS 1.288
pli-tv-kd8:13.2.1 #
อถโข ภควา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน เวสาลี ตทวสริ ฯ ตตฺร สุทํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ โคตมเก เจติเย ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā anupubbena cārikaṁ caramāno yena vesālī tadavasari. Tatra sudaṁ bhagavā vesāliyaṁ viharati gotamake cetiye.
pli-tv-kd8:13.2.2 #
เตน โข ปน สมเยน ภควา สีตาสุ เหมนฺติกาสุ รตฺตีสุ อนฺตรฏฺฐกาสุ หิมปาตสมเย รตฺตึ อชฺโฌกาเส เอกจีวโร นิสีทิ น @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ฉินฺนกํ ฯ ๒ ม. อทฺทส ภควา ฯ ๓ ม. ยุ. อุพฺภณฺฑิกเต ฯ ภควนฺตํ สีตํ อโหสิ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhagavā sītāsu hemantikāsu rattīsu antaraṭṭhakāsu himapātasamaye rattiṁ ajjhokāse ekacīvaro nisīdi. Na bhagavantaṁ sītaṁ ahosi.
pli-tv-kd8:13.2.3 #
นิกฺขนฺเต ปฐเม ยาเม สีตํ ภควนฺตํ อโหสิ ทุติยํ ภควา จีวรํ ปารุปิ น ภควนฺตํ สีตํ อโหสิ✎ ร่าง
Nikkhante paṭhame yāme sītaṁ bhagavantaṁ ahosi. Dutiyaṁ bhagavā cīvaraṁ pārupi. Na bhagavantaṁ sītaṁ ahosi.
pli-tv-kd8:13.2.4 #
นิกฺขนฺเต มชฺฌิเม ยาเม สีตํ ภควนฺตํ อโหสิ ตติยํ ภควา จีวรํ ปารุปิ น ภควนฺตํ สีตํ อโหสิ✎ ร่าง
Nikkhante majjhime yāme sītaṁ bhagavantaṁ ahosi. Tatiyaṁ bhagavā cīvaraṁ pārupi. Na bhagavantaṁ sītaṁ ahosi.
pli-tv-kd8:13.2.5 #
นิกฺขนฺเต ปจฺฉิเม ยาเม อุทฺธเต ๒- อรุเณ นนฺทิมุขิยา รตฺติยา สีตํ ภควนฺตํ อโหสิ จตุตฺถํ ภควา จีวรํ ปารุปิ น ภควนฺตํ สีตํ อโหสิ ฯ✎ ร่าง
Nikkhante pacchime yāme uddhaste aruṇe nandimukhiyā rattiyā sītaṁ bhagavantaṁ ahosi. Catutthaṁ bhagavā cīvaraṁ pārupi. Na bhagavantaṁ sītaṁ ahosi.
pli-tv-kd8:13.3.1 #
อถโข ภควโต เอตทโหสิ เยปิ โข เต กุลปุตฺตา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สีตาลุกา สีตภีรุกา เตปิ สกฺโกนฺติ ติจีวเรน ยาเปตุํ✎ ร่าง
Atha kho bhagavato etadahosi—“yepi kho te kulaputtā imasmiṁ dhammavinaye sītālukā sītabhīrukā tepi sakkonti ticīvarena yāpetuṁ.
pli-tv-kd8:13.3.2 #
ยนฺนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ มริยาทํ ฐเปยฺยํ ติจีวรํ อนุชาเนยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ bhikkhūnaṁ cīvare sīmaṁ bandheyyaṁ, mariyādaṁ ṭhapeyyaṁ, ticīvaraṁ anujāneyyan”ti.
pli-tv-kd8:13.3.3 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อ้างอิงPTS 1.289 · สยามรัฐ 5.205
pli-tv-kd8:13.4.1 #
อิธาหํ ภิกฺขเว อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ เวสาลึ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน อทฺทสํ สมฺพหุเล ภิกฺขู จีวเรหิ อุพฺภณฺฑีกเต สีเสปิ จีวรภิสึ กริตฺวา ขนฺเธปิ จีวรภิสึ กริตฺวา กฏิยาปิ จีวรภิสึ กริตฺวา อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวาน เม เอตทโหสิ✎ ร่าง
“idhāhaṁ, bhikkhave, antarā ca rājagahaṁ antarā ca vesāliṁ addhānamaggappaṭipanno addasaṁ sambahule bhikkhū cīvarehi ubbhaṇḍite sīsepi cīvarabhisiṁ karitvā khandhepi cīvarabhisiṁ karitvā kaṭiyāpi cīvarabhisiṁ karitvā āgacchante, disvāna me etadahosi—
pli-tv-kd8:13.4.2 #
อติลหุํ โข อิเม โมฆปุริสา จีวเร พาหุลฺลาย อาวฏฺฏา✎ ร่าง
‘atilahuṁ kho ime moghapurisā cīvare bāhullāya āvattā.
pli-tv-kd8:13.4.3 #
ยนฺนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ มริยาทํ ฐเปยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ bhikkhūnaṁ cīvare sīmaṁ bandheyyaṁ, mariyādaṁ ṭhapeyyan’ti.
pli-tv-kd8:13.5.1 #
อิธาหํ ภิกฺขเว สีตาสุ เหมนฺติกาสุ รตฺตีสุ อนฺตรฏฺฐกาสุ หิมปาตสมเย รตฺตึ อชฺโฌกาเส เอกจีวโร นิสีทึ น มํ สีตํ อโหสิ✎ ร่าง
Idhāhaṁ, bhikkhave, sītāsu hemantikāsu rattīsu antaraṭṭhakāsu himapātasamaye rattiṁ ajjhokāse ekacīvaro nisīdiṁ. Na maṁ sītaṁ ahosi.
pli-tv-kd8:13.5.2 #
นิกฺขนฺเต ปฐเม ยาเม สีตํ มํ อโหสิ ทุติยาหํ จีวรํ ปารุปึ น มํ @เชิงอรรถ: ๑ น ภควนฺตํ สีตํ อโหสีติ ภควโต สีตํ นาโหสีติ อฏฺฐกถา ฯ ๒ โป. ม. อุทฺทสฺสเต ฯ สีตํ อโหสิ✎ ร่าง
Nikkhante paṭhame yāme sītaṁ maṁ ahosi. Dutiyāhaṁ cīvaraṁ pārupiṁ. Na maṁ sītaṁ ahosi.
pli-tv-kd8:13.5.3 #
นิกฺขนฺเต มชฺฌิเม ยาเม สีตํ มํ อโหสิ ตติยาหํ จีวรํ ปารุปึ น มํ สีตํ อโหสิ✎ ร่าง
Nikkhante majjhime yāme sītaṁ maṁ ahosi. Tatiyāhaṁ cīvaraṁ pārupiṁ. Na maṁ sītaṁ ahosi.
pli-tv-kd8:13.5.4 #
นิกฺขนฺเต ปจฺฉิเม ยาเม อุทฺธเต อรุเณ นนฺทิมุขิยา รตฺติยา สีตํ มํ อโหสิ จตุตฺถาหํ จีวรํ ปารุปึ น มํ สีตํ อโหสิ✎ ร่าง
Nikkhante pacchime yāme uddhaste aruṇe nandimukhiyā rattiyā sītaṁ maṁ ahosi. Catutthāhaṁ cīvaraṁ pārupiṁ. Na maṁ sītaṁ ahosi.
pli-tv-kd8:13.5.5 #
ตสฺส มยฺหํ ภิกฺขเว เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, bhikkhave, etadahosi—
pli-tv-kd8:13.5.6 #
เยปิ โข เต กุลปุตฺตา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สีตาลุกา สีตภีรุกา เตปิ สกฺโกนฺติ ติจีวเรน ยาเปตุํ✎ ร่าง
‘yepi kho te kulaputtā imasmiṁ dhammavinaye sītālukā sītabhīrukā tepi sakkonti ticīvarena yāpetuṁ.
pli-tv-kd8:13.5.7 #
ยนฺนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ มริยาทํ ฐเปยฺยํ ติจีวรํ อนุชาเนยฺยนฺติ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ bhikkhūnaṁ cīvare sīmaṁ bandheyyaṁ, mariyādaṁ ṭhapeyyaṁ, ticīvaraṁ anujāneyyan’ti.
pli-tv-kd8:13.5.8 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ติจีวรํ ทฺวิคุณํ ๑- สงฺฆาฏึ เอกจฺจิยํ อุตฺตราสงฺคํ เอกจฺจิยํ อนฺตรวาสกนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, ticīvaraṁ—diguṇaṁ saṅghāṭiṁ, ekacciyaṁ uttarāsaṅgaṁ, ekacciyaṁ antaravāsakan”ti.
pli-tv-kd8:13.6.0 #
17. Atirekacīvarakathā
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน