‹ กลับ
พระพุทธบัญญัติห้ามใช้จีวรที่ไม่ตัด
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 151 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๓๘๙๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๑] ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตไตรจีวร จึงใช้จีวรสำรับหนึ่งสำหรับเข้าบ้าน สำรับหนึ่งสำหรับอยู่ในอาราม สำรับหนึ่งสำหรับลงสรงน้ำ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย .... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้ทรง อดิเรกจีวรเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรก เกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงทรงอดิเรกจีวร รูปใดทรง พึงปรับอาบัติตามธรรม สมัยต่อมา อดิเรกจีวรบังเกิดขึ้นแก่ท่านพระอานนท์ และท่านประสงค์จะถวายจีวรนั้น แด่ท่านพระสารีบุตร แต่ท่านพระสารีบุตรอยู่ถึงเมืองสาเกต จึงท่านพระอานนท์ได้มีความปริวิตก ว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุไม่พึงทรงอดิเรกจีวร ก็อดิเรกจีวรนี้บังเกิดแก่เรา และเราก็ใคร่จะถวายจีวรผืนนี้แก่ท่านพระสารีบุตร แต่ท่านอยู่ถึงเมืองสาเกต เราจะพึงปฏิบัติ อย่างไรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า อานนท์ ยังอีกนานเท่าไร สารีบุตรจึงจะกลับมา? ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า ยังอีก ๙ วัน หรือ ๑๐ วัน พระพุทธเจ้าข้า. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทรงอดิเรกจีวรไว้ได้ ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง. สมัยต่อมา อดิเรกจีวรบังเกิดแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะนั้น ภิกษุทั้งหลายได้มีความปริวิตกว่า พวกเราจะพึงปฏิบัติในอดิเรกจีวรอย่างไรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มี พระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้วิกัปอดิเรกจีวร.
เทียบรายประโยค (29 ประโยค)
pli-tv-kd8:13.6.1 #
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภควตา ติจีวรํ อนุญฺญาตนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū—“bhagavatā ticīvaraṁ anuññātan”ti—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.380 · พุทธชยันตี 3.712
pli-tv-kd8:13.6.2 #
อญฺเญเนว ติจีวเรน คามํ ปวิสนฺติ อญฺเญเนว ๒- ติจีวเรน อาราเม อจฺฉนฺติ อญฺเญเนว ๒- ติจีวเรน นหานํ โอตรนฺติ ฯ✎ ร่าง
aññeneva ticīvarena gāmaṁ pavisanti, aññena ticīvarena ārāme acchanti, aññena ticīvarena nahānaṁ otaranti.
pli-tv-kd8:13.6.3 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pli-tv-kd8:13.6.4 #
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อติเรกจีวรํ ธาเรสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū atirekacīvaraṁ dhāressantī”ti.
pli-tv-kd8:13.6.5 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd8:13.6.6 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd8:13.6.7 #
น ภิกฺขเว อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพํ✎ ร่าง
“na, bhikkhave, atirekacīvaraṁ dhāretabbaṁ.
pli-tv-kd8:13.6.8 #
โย ธาเรยฺย ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
Yo dhāreyya, yathādhammo kāretabbo”ti.
pli-tv-kd8:13.7.1 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต อานนฺทสฺส อติเรกจีวรํ อุปฺปนฺนํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmato ānandassa atirekacīvaraṁ uppannaṁ hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.206
pli-tv-kd8:13.7.2 #
อายสฺมา จ อานนฺโท ตํ จีวรํ อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ทาตุกาโม โหติ ฯ✎ ร่าง
Āyasmā ca ānando taṁ cīvaraṁ āyasmato sāriputtassa dātukāmo hoti.
pli-tv-kd8:13.7.3 #
อายสฺมา @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ยุ. ทิคุณํ ฯ ๒ ม. ยุ. อญฺเญน ฯ จ สารีปุตฺโต สาเกเต วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Āyasmā ca sāriputto sākete viharati.
pli-tv-kd8:13.7.4 #
อถโข อายสฺมโต อานนฺทสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho āyasmato ānandassa etadahosi—
pli-tv-kd8:13.7.5 #
ภควตา✎ ร่าง
“bhagavatā sikkhāpadaṁ paññattaṁ—
pli-tv-kd8:13.7.6 #
‘na atirekacīvaraṁ dhāretabban’ti.
pli-tv-kd8:13.7.7 #
Idañca me atirekacīvaraṁ uppannaṁ.
pli-tv-kd8:13.7.8 #
Ahañcimaṁ cīvaraṁ āyasmato sāriputtassa dātukāmo.
pli-tv-kd8:13.7.9 #
Āyasmā ca sāriputto sākete viharati.
pli-tv-kd8:13.7.10 #
Kathaṁ nu kho mayā paṭipajjitabban”ti?
pli-tv-kd8:13.7.11 #
Bhagavato etamatthaṁ ārocesi.
pli-tv-kd8:13.7.12 #
“Kīvaciraṁ panānanda, sāriputto āgacchissatī”ti?
pli-tv-kd8:13.7.13 #
“Navamaṁ vā, bhagavā, divasaṁ, dasamaṁ vā”ti.
pli-tv-kd8:13.7.14 #
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd8:13.7.15 #
“anujānāmi, bhikkhave, dasāhaparamaṁ atirekacīvaraṁ dhāretun”ti.
pli-tv-kd8:13.8.1 #
Tena kho pana samayena bhikkhūnaṁ atirekacīvaraṁ uppannaṁ hoti.
pli-tv-kd8:13.8.2 #
Atha kho bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd8:13.8.3 #
“kathaṁ nu kho amhehi atirekacīvare paṭipajjitabban”ti?
pli-tv-kd8:13.8.4 #
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd8:13.8.5 #
“Anujānāmi, bhikkhave, atirekacīvaraṁ vikappetun”ti.
pli-tv-kd8:14.1.1 #
Atha kho bhagavā vesāliyaṁ yathābhirantaṁ viharitvā yena bārāṇasī tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.207 · ฉัฏฐสังคายนา 89.381
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน