‹ กลับ
เรื่องพระกัสสปโคตร
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 174 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๔๖๙๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๗๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ริมฝั่งสระโบกขรณีชื่อคัคครา เขตจัมปานคร ครั้งนั้น บ้านวาสภคามตั้งอยู่ในกาสีชนบท พระชื่อกัสสปโคตรเป็นเจ้าอาวาส ในวาสภคามนั้นฝักใฝ่ในการก่อสร้าง ถึงความขวนขวายว่า ทำไฉน ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ที่ยังไม่มา พึงมา ที่มาแล้วพึงอยู่เป็นผาสุก และอาวาสนี้พึงถึงความเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ สมัยต่อมา ภิกษุ หลายรูป เที่ยวจาริกในกาสีชนบท ได้ไปถึงวาสภคาม พระกัสสปโคตรได้เห็นภิกษุเหล่านั้นมา แต่ไกลเทียว ครั้นแล้วจึงปูอาสนะ ตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ลุกไปรับบาตรจีวร นิมนต์ให้ฉันน้ำ ได้จัดแจงการสรงน้ำ ได้จัดแจงกระทั่งยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร จึง พระอาคันตุกะเหล่านั้น ได้หารือกันดังนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พระเจ้าอาวาสรูปนี้ดีมาก ได้จัดแจง การสรงน้ำ ได้จัดแจงกระทั่งยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร ผิฉะนั้น พวกเราจงพักอยู่ใน วาสภคามนี้แหละ ครั้นแล้วได้พักอยู่ในวาสภคามนั้นนั่นเอง จึงพระกัสสปโคตรได้มีความปริวิตก ความลำบากโดยฐานเป็นอาคันตุกะ ของพระอาคันตุกะเหล่านี้ สงบหายแล้ว พระอาคันตุกะ ที่ไม่ชำนาญในที่โคจรเหล่านี้ บัดนี้ชำนาญในที่โคจรแล้ว อันการทำความขวนขวายในสกุลคนอื่น จนตลอดชีวิต ทำได้ยากมาก และการขอก็ไม่เป็นที่พอใจของคนทั้งหลาย ถ้ากระไรเราพึงเลิก ทำความขวนขวายในยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร ดังนี้ แล้วได้เลิกทำความขวนขวายในยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร จึงพระอาคันตุกะเหล่านั้นได้หารือกันดังนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย เมื่อก่อนแล พระเจ้าอาวาส รูปนี้ จัดแจงการสรงน้ำ จัดแจงกระทั่งยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร บัดนี้เธอเลิกทำความ ขวนขวายในยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร อาวุโสทั้งหลาย เดี๋ยวนี้พระเจ้าอาวาสรูปนี้ชั่วเสียแล้ว ผิฉะนั้นพวกเราจงยกพระเจ้าอาวาสนี้เสีย ต่อมาพระอาคันตุกะเหล่านั้นประชุมกันแล้ว ได้กล่าว คำนี้ต่อพระกัสสปโคตรว่า อาวุโส เมื่อก่อนแล ท่านได้จัดแจงการสรงน้ำ ได้จัดแจงกระทั่งยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร บัดนี้ ท่านนั้นเลิกจัดแจงยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหารเสียแล้ว ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัตินั้นไหม? พระกัสสปโคตรกล่าวว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะพึงเห็น. พระอาคันตุกะเหล่านั้น จึงได้ยกพระกัสสปโคตรเสียฐานไม่เห็นอาบัติทันที จึงพระ- *กัสสปโคตรได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า เราไม่รู้ข้อนั้นว่า นั่นอาบัติหรือมิใช่อาบัติ เราต้องอาบัติแล้ว หรือไม่ต้อง ถูกยกเสียแล้วหรือไม่ถูกยกเสีย โดยธรรมหรือไม่เป็นธรรม กำเริบหรือไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะหรือไม่ควรแก่ฐานะ ถ้ากระไร เราพึงไปจัมปานครแล้วทูลถามเรื่องนั้นแด่พระผู้มี- *พระภาค. ครั้นแล้วเก็บเสนาสนะถือบาตรจีวรเดินทางไปจัมปานคร บทจรไปโดยลำดับถึงจัมปานคร เข้าไปในพระพุทธสำนัก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ก็การที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงปราศรัยกับพระอาคันตุกะทั้งหลาย นั่นเป็น พุทธประเพณี. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสปฏิสันถารต่อพระกัสสปโคตรว่า ภิกษุเธอยังพอทนได้ หรือ ยังพอให้อัตภาพเป็นไปได้หรือ เธอเดินทางมามีความลำบากน้อยหรือ และเธอมาจากไหน? พระกัสสปโคตรกราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้ายังพอทนอยู่ได้ ยังพอให้อัตภาพเป็นไปได้ พระพุทธเจ้าข้า และข้าพระพุทธเจ้าเดินทางมาไม่สู้ลำบาก พระพุทธเจ้าข้า วาสภคามตั้งอยู่ใน กาสีชนบท ข้าพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าอาวาสในวาสภคามนั้น ฝักใฝ่ในการก่อสร้าง ถึงความขวนขวาย ว่า ทำไฉน ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ที่ยังไม่มา พึงมา ที่มาแล้วพึงอยู่เป็นผาสุก และอาวาสนี้ พึงถึงความเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ ครั้งนั้น ภิกษุหลายรูปเที่ยวจาริกในกาสีชนบทได้ไปถึงวาสภคาม ข้าพระพุทธเจ้าได้เห็นภิกษุเหล่านั้นกำลังมาแต่ไกลเทียว จึงปูอาสนะ ตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ได้ลุกไปรับบาตรจีวร นิมนต์ให้ฉันน้ำ ได้จัดแจงการสรงน้ำ ได้จัดแจงกระทั่ง ยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร จึงพระอาคันตุกะเหล่านั้นได้หารือกันดังนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พระเจ้าอาวาสรูปนี้ดีมาก ได้จัดแจงการสรงน้ำ ได้จัดแจงกระทั่งยาคูของควรเคี้ยว ภัตตาหาร ผิฉะนั้น พวกเราจงพักอยู่ในวาสภคามนี้แหละ ครั้นแล้วได้พักอยู่ในวาสภคามนั้นนั่นเอง ข้าพระพุทธเจ้านั้นได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า ความลำบากโดยฐานะเป็นอาคันตุกะของพระอาคันตุกะ เหล่านี้ สงบหายแล้ว ท่านพระอาคันตุกะที่ไม่ชำนาญในที่โคจรเหล่านี้ บัดนี้เป็นผู้ชำนาญในที่ โคจรแล้ว อันการทำความขวนขวายในสกุลคนอื่นจนตลอดชีวิต ทำได้ยากมาก และการขอก็ไม่ เป็นที่พอใจของคนทั้งหลาย ถ้ากระไร เราพึงเลิกทำความขวนขวายในยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร ข้าพระพุทธเจ้านั้นได้เลิกทำความขวนขวายในยาคูของควรเคี้ยว ภัตตาหารแล้ว จึงพระอาคันตุกะ เหล่านั้น ได้หารือกันดังนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย เมื่อก่อนแลพระเจ้าอาวาสรูปนี้จัดแจงการสรงน้ำ จัดแจงกระทั่งยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร บัดนี้ เธอเลิกจัดแจงยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร อาวุโสทั้งหลาย เดี๋ยวนี้พระเจ้าอาวาสรูปนี้ชั่วเสียแล้ว ผิฉะนั้น พวกเราจงยกพระเจ้าอาวาสรูปนี้ เสีย ต่อมาจึงประชุมกัน ได้กล่าวคำนี้กะข้าพระพุทธเจ้าว่า เมื่อก่อนแล ท่านได้จัดแจงการสรงน้ำ ได้จัดแจงกระทั่งยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหาร บัดนี้ ท่านนั้นเลิกจัดแจงยาคู ของควรเคี้ยว ภัตตาหารเสียแล้ว อาวุโส ท่านต้องอาบัติแล้ว ท่านเห็นอาบัตินั้นไหม ข้าพระพุทธเจ้าตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะพึงเห็น พระอาคันตุกะเหล่านั้นจึงยกข้าพระพุทธเจ้าเสียฐาน ไม่เห็นอาบัติทันที ข้าพระพุทธเจ้าได้มีความปริวิตกว่า เราไม่รู้ข้อนั้นว่า นั่นอาบัติหรือมิใช่อาบัติ เราต้องอาบัติแล้วหรือไม่ต้อง ถูกยกเสียแล้วหรือไม่ถูกยกเสีย โดยธรรมหรือไม่เป็นธรรม กำเริบหรือไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะหรือไม่ควรแก่ฐานะ ถ้ากระไร เราพึงไปจัมปานคร แล้วทูลถาม เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ข้าพระพุทธเจ้ามาจากวาสภคามนั้น พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุ นั้นไม่เป็นอาบัติ นั่นเป็นอาบัติหามิได้ เธอไม่ต้องอาบัติ เธอต้องอาบัติหามิได้ เธอไม่ถูกยกเสีย เธอถูกยกเสียหามิได้ เธอถูกยกเสียโดยกรรมไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ฐานะ ไปเถิด ภิกษุ เธอจงอาศัยอยู่ในวาสภคามนั้นแหละ. พระกัสสปโคตรทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้นพระพุทธเจ้าข้า แล้วลุกจาก ที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วกลับไปวาสภคาม. ครั้งนั้น ความรำคาญ ความเดือดร้อน ได้มีแก่พระอาคันตุกะเหล่านั้นว่า มิใช่ลาภ ของพวกเราหนอ ลาภของพวกเราไม่มีหนอ พวกเราได้ชั่วแล้วหนอ พวกเราไม่ได้ดีแล้วหนอ เพราะพวกเรายกภิกษุผู้บริสุทธิ์หาอาบัติมิได้เสีย เพราะเรื่องไม่ควร เพราะเหตุไม่ควร อาวุโส ทั้งหลาย ผิฉะนั้น พวกเราจงไปจัมปานครแล้ว แสดงโทษที่ล่วงเกิน โดยความเป็นโทษล่วงเกิน ในสำนักพระผู้มีพระภาค. ต่อมาพระอาคันตุกะเหล่านั้น เก็บงำเสนาสนะ ถือบาตร จีวรเดินไป ทางจัมปานคร บทจรไปโดยลำดับ ถึงจัมปานคร เข้าไปในพระพุทธสำนัก ถวายบังคมพระผู้มี- *พระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ก็การที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงปราศรัยกับพระอาคันตุกะทั้งหลาย นั่นเป็น พุทธประเพณี. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสปฏิสันถารแก่ภิกษุเหล่านั้นว่า ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอ ยังพอทนได้หรือ ยังพอให้อัตภาพเป็นไปได้หรือ พวกเธอเดินทางมามีความลำบากน้อยหรือ และพวกเธอมาแต่ไหน? อา. พวกข้าพระพุทธเจ้ายังพอทนได้ ยังพอให้อัตภาพเป็นไปได้ พระพุทธเจ้าข้า และ พวกข้าพระพุทธเจ้าเดินทางมาไม่สู้ลำบาก พระพุทธเจ้าข้า วาสภคามตั้งอยู่ในกาสีชนบท พวก ข้าพระพุทธเจ้ามาแต่วาสภคามนั้น พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอใช่ไหมที่ยกภิกษุเจ้าอาวาสเสีย? อา. ใช่ พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอยกภิกษุเจ้าอาวาสเสีย เพราะเรื่องอะไร เพราะเหตุอะไร? อา. เพราะเรื่องไม่สมควร เพราะเหตุไม่ควร พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่สมควร มิใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนพวกเธอจึงได้ยก ภิกษุผู้บริสุทธิ์ ไม่มีอาบัติเสีย เพราะเรื่องไม่สมควร เพราะเหตุไม่สมควรเล่า การกระทำของ พวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส .... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่บริสุทธิ์ไม่มีอาบัติ อันภิกษุไม่พึงยกเสีย เพราะเรื่องไม่สมควร เพราะเหตุไม่สมควร รูปใดยกเสีย ต้องอาบัติทุกกฏ. ทันใดภิกษุเหล่านั้นลุกจากที่นั่ง ทำผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่าซบเศียรลงที่พระยุคลบาทของ พระผู้มีพระภาค แล้วกราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า โทษที่ล่วงเกินได้ล่วง พวกข้าพระพุทธเจ้าผู้เขลา ผู้หลง ไม่ฉลาด เพราะพวกข้าพระพุทธเจ้าได้ยกภิกษุที่บริสุทธิ์หาอาบัติ มิได้เสีย เพราะเรื่องไม่สมควร เพราะเหตุไม่สมควร ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงพระกรุณารับโทษ ที่ล่วงเกิน เพื่อความสำรวมต่อไป พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เอาเถิด โทษที่ล่วงเกินได้ล่วงพวกเธอผู้เขลา ผู้หลง ไม่ฉลาด เพราะพวกเธอได้ยกภิกษุที่บริสุทธิ์ หาอาบัติมิได้เสีย เพราะเรื่องไม่สมควร เพราะเหตุไม่สมควร แต่เพราะพวกเธอเห็นโทษล่วงเกิน โดยความเป็นโทษล่วงเกิน แล้วทำ คืนตามธรรม เรารับโทษนั้นของพวกเธอละ แท้จริง ข้อที่ภิกษุเห็นโทษล่วงเกิน โดยความเป็น โทษล่วงเกิน แล้วทำคืนตามธรรม ถึงความสำรวมต่อไป นั่นเป็นความเจริญในอริยวินัย.
เทียบรายประโยค (103 ประโยค)
pli-tv-kd9:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา จมฺปายํ วิหรติ คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเร ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā campāyaṁ viharati gaggarāya pokkharaṇiyā tīre.
อ้างอิงPTS 1.312 · สยามรัฐ 5.244 · ฉัฏฐสังคายนา 89.407 · พุทธชยันตี 3.756
pli-tv-kd9:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน กาสีสุ ชนปเทสุ วาสภคาโม นาม โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena kāsīsu janapade vāsabhagāmo nāma hoti.
pli-tv-kd9:1.1.3 #
ตตฺถ กสฺสปโคตฺโต นาม ภิกฺขุ อาวาสิโก โหติ ตนฺติพทฺโธ อุสฺสุกฺกํ อาปนฺโน✎ ร่าง
Tattha kassapagotto nāma bhikkhu āvāsiko hoti tantibaddho ussukkaṁ āpanno—
pli-tv-kd9:1.1.4 #
กินฺติ อนาคตา จ เปสลา ภิกฺขู อาคจฺเฉยฺยุํ อาคตา จ เปสลา ภิกฺขู ผาสุํ ๑- วิหเรยฺยุํ อยญฺจ อาวาโส วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺเชยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
“kinti anāgatā ca pesalā bhikkhū āgaccheyyuṁ, āgatā ca pesalā bhikkhū phāsu vihareyyuṁ, ayañca āvāso vuddhiṁ viruḷhiṁ vepullaṁ āpajjeyyā”ti.
pli-tv-kd9:1.1.5 #
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู กาสีสุ จาริกํ จรมานา เยน วาสภคาโม ตทวสรึสุ ๒- ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sambahulā bhikkhū kāsīsu cārikaṁ caramānā yena vāsabhagāmo tadavasaruṁ.
pli-tv-kd9:1.1.6 #
อทฺทสา โข กสฺสปโคตฺโต ภิกฺขุ เต ภิกฺขู ทูรโต ว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวาน อาสนํ ปญฺญาเปสิ ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ อุปนิกฺขิปิ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคเหสิ ปานีเยน อาปุจฺฉิ นหาเน อุสฺสุกฺกํ อกาสิ อุสฺสุกฺกํปิ อกาสิ ยาคุยา ขาทนีเย ภตฺตสฺมึ ฯ✎ ร่าง
Addasā kho kassapagotto bhikkhu te bhikkhū dūratova āgacchante, disvāna āsanaṁ paññapesi, pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakathalikaṁ upanikkhipi, paccuggantvā pattacīvaraṁ paṭiggahesi, pānīyena āpucchi, nahāne ussukkaṁ akāsi, ussukkampi akāsi yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.1.7 #
อถโข เตสํ อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ āgantukānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd9:1.1.8 #
ภทฺทโก โข อยํ อาวุโส อาวาสิโก ภิกฺขุ นหาเน อุสฺสุกฺกํ กโรติ อุสฺสุกฺกํปิ กโรติ ยาคุยา ขาทนีเย ภตฺตสฺมึ✎ ร่าง
“bhaddako kho ayaṁ, āvuso, āvāsiko bhikkhu nahāne ussukkaṁ karoti, ussukkampi karoti yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.1.9 #
หนฺท มยํ อาวุโส อิเธว วาสภคาเม นิวาสํ กปฺเปมาติ ฯ✎ ร่าง
Handa mayaṁ, āvuso, idheva vāsabhagāme nivāsaṁ kappemā”ti.
pli-tv-kd9:1.1.10 #
อถโข เต อาคนฺตุกา ภิกฺขู ตตฺเถว วาสภคาเม นิวาสํ กปฺเปสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te āgantukā bhikkhū tattheva vāsabhagāme nivāsaṁ kappesuṁ.
pli-tv-kd9:1.2.1 #
อถโข กสฺสปโคตฺตสฺส ภิกฺขุโน เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho kassapagottassa bhikkhuno etadahosi—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.245
pli-tv-kd9:1.2.2 #
โย โข@เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ยุ. ผาสุ ฯ ๒ ม. ยุ. ตทวสรุํ ฯ อิเมสํ อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ อาคนฺตุกกิลมโถ โส ปฏิปฺปสฺสทฺโธ✎ ร่าง
“yo kho imesaṁ āgantukānaṁ bhikkhūnaṁ āgantukakilamatho so paṭippassaddho.
pli-tv-kd9:1.2.3 #
เยปีเม โคจเร อปฺปกตญฺญุโน เตทานีเม โคจเร ปกตญฺญุโน✎ ร่าง
Yepime gocare appakataññuno tedānime gocare pakataññuno.
pli-tv-kd9:1.2.4 #
ทุกฺกรํ โข ปน ปรกุเลสุ ยาวชีวํ อุสฺสุกฺกํ กาตุํ วิญฺญตฺติ จ มนุสฺสานํ อมนาปา✎ ร่าง
Dukkaraṁ kho pana parakulesu yāvajīvaṁ ussukkaṁ kātuṁ, viññatti ca manussānaṁ amanāpā.
pli-tv-kd9:1.2.5 #
ยนฺนูนาหํ น อุสฺสุกฺกํ กเรยฺยํ ยาคุยา ขาทนีเย ภตฺตสฺมินฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ na ussukkaṁ kareyyaṁ yāguyā khādanīye bhattasmin”ti.
pli-tv-kd9:1.2.6 #
โส น อุสฺสุกฺกํ อกาสิ ยาคุยา ขาทนีเย ภตฺตสฺมึ ฯ✎ ร่าง
So na ussukkaṁ akāsi yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.2.7 #
อถโข เตสํ อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ āgantukānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
อ้างอิงPTS 1.313 · ฉัฏฐสังคายนา 89.408
pli-tv-kd9:1.2.8 #
ปุพฺเพ ขฺวายํ อาวุโส อาวาสิโก ภิกฺขุ นหาเน อุสฺสุกฺกํ กโรติ ๑- อุสฺสุกฺกํปิ กโรติ ๒- ยาคุยา ขาทนีเย ภตฺตสฺมึ✎ ร่าง
“pubbe khvāyaṁ, āvuso, āvāsiko bhikkhu nahāne ussukkaṁ akāsi, ussukkampi akāsi yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.2.9 #
โสทานายํ น อุสฺสุกฺกํ กโรติ ยาคุยา ขาทนีเย ภตฺตสฺมึ✎ ร่าง
Sodānāyaṁ na ussukkaṁ karoti yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.2.10 #
ทุฏฺโฐทานายํ อาวุโส อาวาสิโก ภิกฺขุ✎ ร่าง
Duṭṭhodānāyaṁ, āvuso, āvāsiko bhikkhu.
pli-tv-kd9:1.2.11 #
หนฺท มยํ อาวุโส อิมํ ๓- อาวาสิกํ ภิกฺขุํ อุกฺขิปามาติ ฯ✎ ร่าง
Handa mayaṁ, āvuso, āvāsikaṁ bhikkhuṁ ukkhipāmā”ti.
pli-tv-kd9:1.3.1 #
อถโข เต อาคนฺตุกา ภิกฺขู สนฺนิปติตฺวา กสฺสปโคตฺตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te āgantukā bhikkhū sannipatitvā kassapagottaṁ bhikkhuṁ etadavocuṁ—
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.758
pli-tv-kd9:1.3.2 #
ปุพฺเพ โข ตฺวํ อาวุโส นหาเน อุสฺสุกฺกํ กโรสิ อุสฺสุกฺกํปิ กโรสิ ยาคุยา ขาทนีเย ภตฺตสฺมึ✎ ร่าง
“pubbe kho tvaṁ, āvuso, nahāne ussukkaṁ karosi, ussukkampi karosi yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.3.3 #
โสทานิ ตฺวํ น อุสฺสุกฺกํ กโรสิ ยาคุยา ขาทนีเย ภตฺตสฺมึ✎ ร่าง
Sodāni tvaṁ na ussukkaṁ karosi yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.3.4 #
อาปตฺตึ ตฺวํ อาวุโส อาปนฺโน✎ ร่าง
Āpattiṁ tvaṁ, āvuso, āpanno.
pli-tv-kd9:1.3.5 #
ปสฺสเสตํ อาปตฺตินฺติ ฯ✎ ร่าง
Passasetaṁ āpattin”ti?
pli-tv-kd9:1.3.6 #
นตฺถิ เม อาวุโส อาปตฺติ ยมหํ ปสฺเสยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Natthi me, āvuso, āpatti, yamahaṁ passeyyan”ti.
pli-tv-kd9:1.3.7 #
อถโข เต อาคนฺตุกา ภิกฺขู กสฺสปโคตฺตํ ภิกฺขุํ อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te āgantukā bhikkhū kassapagottaṁ bhikkhuṁ āpattiyā adassane ukkhipiṁsu.
pli-tv-kd9:1.3.8 #
อถโข กสฺสปโคตฺตสฺส ภิกฺขุโน เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho kassapagottassa bhikkhuno etadahosi—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.246 · ฉัฏฐสังคายนา 89.409 · พุทธชยันตี 3.760
pli-tv-kd9:1.3.9 #
อหํ โข เอตํ น ชานามิ อาปตฺติ วา เอสา อนาปตฺติ วา อาปนฺโน จมฺหิ อนาปนฺโน วา อุกฺขิตฺโต @เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. อกาสิ ฯ ๓ สี. ม. ยุ. อยํ ปาโฐ น โหติ ฯ จมฺหิ อนุกฺขิตฺโต วา ธมฺมิเกน วา อธมฺมิเกน วา กุปฺเปน วา อกุปฺเปน วา ฐานารเหน วา อฏฺฐานารเหน วา✎ ร่าง
“ahaṁ kho etaṁ na jānāmi ‘āpatti vā esā anāpatti vā, āpanno camhi anāpanno vā, ukkhitto camhi anukkhitto vā, dhammikena vā adhammikena vā, kuppena vā akuppena vā, ṭhānārahena vā aṭṭhānārahena vā’.
pli-tv-kd9:1.3.10 #
ยนฺนูนาหํ จมฺปํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ campaṁ gantvā bhagavantaṁ etamatthaṁ puccheyyan”ti.
pli-tv-kd9:1.4.1 #
อถโข กสฺสปโคตฺโต ภิกฺขุ เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน จมฺปา เตน ปกฺกามิ✎ ร่าง
Atha kho kassapagotto bhikkhu senāsanaṁ saṁsāmetvā pattacīvaramādāya yena campā tena pakkāmi.
pli-tv-kd9:1.4.2 #
อนุปุพฺเพน เยน จมฺปา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena yena campā yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd9:1.4.3 #
อาจิณฺณํ โข ปเนตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ อาคนฺตุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิตุํ ฯ✎ ร่าง
Āciṇṇaṁ kho panetaṁ buddhānaṁ bhagavantānaṁ āgantukehi bhikkhūhi saddhiṁ paṭisammodituṁ.
pli-tv-kd9:1.4.4 #
อถโข ภควา กสฺสปโคตฺตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā kassapagottaṁ bhikkhuṁ etadavoca—
pli-tv-kd9:1.4.5 #
กจฺจิ ภิกฺขุ ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ✎ ร่าง
“kacci, bhikkhu, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyaṁ,
pli-tv-kd9:1.4.6 #
กจฺจิสิ ๑- อปฺปกิลมเถน อทฺธานํ อาคโต✎ ร่าง
kacci appakilamathena addhānaṁ āgato,
pli-tv-kd9:1.4.7 #
กุโต จ ตฺวํ ภิกฺขุ อาคจฺฉสีติ ฯ✎ ร่าง
kuto ca tvaṁ, bhikkhu, āgacchasī”ti?
pli-tv-kd9:1.4.8 #
ขมนียํ ภควา ยาปนียํ ภควา✎ ร่าง
“Khamanīyaṁ, bhagavā, yāpanīyaṁ, bhagavā;
pli-tv-kd9:1.4.9 #
อปฺปกิลมเถน จาหํ ภนฺเต อทฺธานํ อาคโต✎ ร่าง
appakilamathena cāhaṁ, bhante, addhānaṁ āgato.
pli-tv-kd9:1.5.1 #
อตฺถิ ภนฺเต กาสีสุ ชนปเทสุ วาสภคาโม นาม✎ ร่าง
Atthi, bhante, kāsīsu janapade vāsabhagāmo nāma.
อ้างอิงPTS 1.314
pli-tv-kd9:1.5.2 #
ตตฺถาหํ✎ ร่าง
Tatthāhaṁ, bhagavā, āvāsiko tantibaddho ussukkaṁ āpanno—
pli-tv-kd9:1.5.3 #
‘kinti anāgatā ca pesalā bhikkhū āgaccheyyuṁ, āgatā ca pesalā bhikkhū phāsu vihareyyuṁ, ayañca āvāso vuddhiṁ viruḷhiṁ vepullaṁ āpajjeyyā’ti.
pli-tv-kd9:1.5.4 #
Atha kho, bhante, sambahulā bhikkhū kāsīsu cārikaṁ caramānā yena vāsabhagāmo tadavasaruṁ.
pli-tv-kd9:1.5.5 #
Addasaṁ kho ahaṁ, bhante, te bhikkhū dūratova āgacchante, disvāna āsanaṁ paññapesiṁ, pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakathalikaṁ upanikkhipiṁ, paccuggantvā pattacīvaraṁ paṭiggahesiṁ, pānīyena apucchiṁ, nahāne ussukkaṁ akāsiṁ, ussukkampi akāsiṁ yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.5.6 #
Atha kho tesaṁ, bhante, āgantukānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd9:1.5.7 #
‘bhaddako kho ayaṁ āvuso āvāsiko bhikkhu nahāne ussukkaṁ karoti, ussukkampi karoti yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.5.8 #
Handa mayaṁ, āvuso, idheva vāsabhagāme nivāsaṁ kappemā’ti.
pli-tv-kd9:1.5.9 #
Atha kho te, bhante, āgantukā bhikkhū tattheva vāsabhagāme nivāsaṁ kappesuṁ.
pli-tv-kd9:1.5.10 #
Tassa mayhaṁ, bhante, etadahosi—
pli-tv-kd9:1.5.11 #
‘yo kho imesaṁ āgantukānaṁ bhikkhūnaṁ āgantukakilamatho so paṭippassaddho.
pli-tv-kd9:1.5.12 #
Yepime gocare appakataññuno tedānime gocare pakataññuno.
pli-tv-kd9:1.5.13 #
Dukkaraṁ kho pana parakulesu yāvajīvaṁ ussukkaṁ kātuṁ, viññatti ca manussānaṁ amanāpā.
pli-tv-kd9:1.5.14 #
Yannūnāhaṁ na ussukkaṁ kareyyaṁ yāguyā khādanīye bhattasmin’ti.
pli-tv-kd9:1.5.15 #
So kho ahaṁ, bhante, na ussukkaṁ akāsiṁ yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.5.16 #
Atha kho tesaṁ, bhante, āgantukānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd9:1.5.17 #
‘pubbe khvāyaṁ, āvuso, āvāsiko bhikkhu nahāne ussukkaṁ karoti, ussukkampi karoti yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.5.18 #
Sodānāyaṁ na ussukkaṁ karoti yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.5.19 #
Duṭṭhodānāyaṁ, āvuso, āvāsiko bhikkhu.
pli-tv-kd9:1.5.20 #
Handa mayaṁ, āvuso, āvāsikaṁ bhikkhuṁ ukkhipāmā’ti.
pli-tv-kd9:1.5.21 #
Atha kho te, bhante, āgantukā bhikkhū sannipatitvā maṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd9:1.5.22 #
‘pubbe kho tvaṁ, āvuso, nahāne ussukkaṁ karosi, ussukkampi karosi yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.5.23 #
Sodāni tvaṁ na ussukkaṁ karosi yāguyā khādanīye bhattasmiṁ.
pli-tv-kd9:1.5.24 #
Āpattiṁ tvaṁ, āvuso, āpanno.
pli-tv-kd9:1.5.25 #
Passasetaṁ āpattin’ti?
pli-tv-kd9:1.5.26 #
‘Natthi me, āvuso, āpatti yamahaṁ passeyyan’ti.
pli-tv-kd9:1.5.27 #
Atha kho te, bhante, āgantukā bhikkhū maṁ āpattiyā adassane ukkhipiṁsu.
pli-tv-kd9:1.5.28 #
Tassa mayhaṁ, bhante, etadahosi—
pli-tv-kd9:1.5.29 #
‘ahaṁ kho etaṁ na jānāmi “āpatti vā esā anāpatti vā, āpanno camhi anāpanno vā, ukkhitto camhi anukkhitto vā, dhammikena vā adhammikena vā, kuppena vā akuppena vā, ṭhānārahena vā aṭṭhānārahena vā”.
pli-tv-kd9:1.5.30 #
Yannūnāhaṁ campaṁ gantvā bhagavantaṁ etamatthaṁ puccheyyan’ti.
pli-tv-kd9:1.5.31 #
Tato ahaṁ, bhagavā, āgacchāmī”ti.
pli-tv-kd9:1.6.1 #
“Anāpatti esā, bhikkhu, nesā āpatti.
pli-tv-kd9:1.6.2 #
Anāpannosi, nasi āpanno.
pli-tv-kd9:1.6.3 #
Anukkhittosi, nasi ukkhitto.
pli-tv-kd9:1.6.4 #
Adhammikenāsi kammena ukkhitto kuppena aṭṭhānārahena.
pli-tv-kd9:1.6.5 #
Gaccha tvaṁ, bhikkhu, tattheva vāsabhagāme nivāsaṁ kappehī”ti.
pli-tv-kd9:1.6.6 #
“Evaṁ, bhante”ti kho kassapagotto bhikkhu bhagavato paṭissuṇitvā uṭṭhāyāsanā bhagavantaṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā yena vāsabhagāmo tena pakkāmi.
pli-tv-kd9:1.7.1 #
Atha kho tesaṁ āgantukānaṁ bhikkhūnaṁ ahudeva kukkuccaṁ, ahu vippaṭisāro—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.249 · ฉัฏฐสังคายนา 89.410 · พุทธชยันตี 3.762
pli-tv-kd9:1.7.2 #
“alābhā vata no, na vata no lābhā;
pli-tv-kd9:1.7.3 #
dulladdhaṁ vata no, na vata no suladdhaṁ, ye mayaṁ suddhaṁ bhikkhuṁ anāpattikaṁ avatthusmiṁ akāraṇe ukkhipimhā.
pli-tv-kd9:1.7.4 #
Handa mayaṁ, āvuso, campaṁ gantvā bhagavato santike accayaṁ accayato desemā”ti.
pli-tv-kd9:1.7.5 #
Atha kho te āgantukā bhikkhū senāsanaṁ saṁsāmetvā pattacīvaramādāya yena campā tena pakkamiṁsu.
pli-tv-kd9:1.7.6 #
Anupubbena yena campā yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
pli-tv-kd9:1.7.7 #
Āciṇṇaṁ kho panetaṁ buddhānaṁ bhagavantānaṁ āgantukehi bhikkhūhi saddhiṁ paṭisammodituṁ.
pli-tv-kd9:1.7.8 #
Atha kho bhagavā te bhikkhū etadavoca—
pli-tv-kd9:1.7.9 #
“kacci, bhikkhave, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyaṁ,
pli-tv-kd9:1.7.10 #
kaccittha appakilamathena addhānaṁ āgatā,
pli-tv-kd9:1.7.11 #
kuto ca tumhe, bhikkhave, āgacchathā”ti?
pli-tv-kd9:1.7.12 #
“Khamanīyaṁ, bhagavā, yāpanīyaṁ, bhagavā;
pli-tv-kd9:1.7.13 #
appakilamathena ca mayaṁ, bhante, addhānaṁ āgatā.
pli-tv-kd9:1.7.14 #
Atthi, bhante, kāsīsu janapade vāsabhagāmo nāma.
pli-tv-kd9:1.7.15 #
Tato mayaṁ, bhagavā, āgacchāmā”ti.
pli-tv-kd9:1.8.1 #
“Tumhe, bhikkhave, āvāsikaṁ bhikkhuṁ ukkhipitthā”ti?
pli-tv-kd9:1.8.2 #
“Evaṁ, bhante”ti.
pli-tv-kd9:1.8.3 #
“Kismiṁ, bhikkhave, vatthusmiṁ kāraṇe”ti?
pli-tv-kd9:1.8.4 #
“Avatthusmiṁ, bhagavā, akāraṇe”ti.
pli-tv-kd9:1.8.5 #
Vigarahi buddho bhagavā—
pli-tv-kd9:1.8.6 #
“ananucchavikaṁ, moghapurisā, ananulomikaṁ appatirūpaṁ assāmaṇakaṁ akappiyaṁ akaraṇīyaṁ.
อ้างอิงPTS 1.315
pli-tv-kd9:1.8.7 #
Kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, suddhaṁ bhikkhuṁ anāpattikaṁ avatthusmiṁ akāraṇe ukkhipissatha.
pli-tv-kd9:1.8.8 #
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
pli-tv-kd9:1.8.9 #
vigarahitvā dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd9:1.8.10 #
“na, bhikkhave, suddho bhikkhu anāpattiko avatthusmiṁ akāraṇe ukkhipitabbo.
pli-tv-kd9:1.8.11 #
Yo ukkhipeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน