‹ กลับ
เรื่องพระโสณกุฏิกัณณะ
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 20 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๕๔๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระมหากัจจานะอยู่ ณ ปปาตะบรรพตเขตกุรรฆระนคร ในอวันตีชนบท ก็คราวนั้นอุบาสกชื่อโสณกุฏิกัณณะ เป็นอุปัฏฐากของท่านพระมหากัจจานะ นมัสการแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง อุบาสกโสณกุฏิกัณณะนั่งอยู่ ณ ที่นั้นแล ได้กราบเรียน คำนี้กะท่านพระมหากัจจานะว่า ท่านขอรับ ด้วยวิธีอย่างไรๆ กระผมจึงจะรู้ทั่วถึงธรรมที่ พระคุณเจ้าแสดงแล้ว อันบุคคลที่ยังครองเรือนอยู่ จะประพฤติพรหมจรรย์นี้ให้บริบูรณ์โดย ส่วนเดียว ให้บริสุทธิ์โดยส่วนเดียว ดุจสังข์ที่ขัดแล้ว ทำไม่ได้ง่าย กระผมปรารถนาจะปลง ผมและหนวด ครองผ้ากาสายะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ขอพระคุณเจ้ากรุณาโปรดให้ กระผมบวชเถิด ขอรับ เมื่ออุบาสกโสณกุฏิกัณณะกราบเรียนเช่นนี้แล้ว ท่านมหากัจจานะได้ กล่าวคำนี้กะอุบาสกโสณกุฏิกัณณะว่า โสณะ การประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งต้องนอนผู้เดียว บริโภคอาหารหนเดียวจนตลอดชีพ ทำได้ยากนักแล เอาเถอะ โสณะ คุณจงเป็นคฤหัสถ์ อยู่ในจังหวัดนี้แหละ แล้วประกอบตามพระพุทธศาสนา ประกอบตามพรหมจรรย์ ซึ่งต้องนอน ผู้เดียว บริโภคอาหารหนเดียว ควรแก่กาลเถิด. คราวนั้น ความตั้งใจบรรพชาซึ่งได้เกิดแก่อุบาสกโสณกุฏิกัณณะนั้นสงบลงแล้ว แม้ครั้งที่สองแล อุบาสกโสณกุฏิกัณณะ .... แม้ครั้งที่สามแล อุบาสกโสณกุฏิกัณณะได้เข้าไปหาท่านพระมหากัจจานะ นมัสการ แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง อุบาสกโสณกุฏิกัณณะนั่งอยู่ ณ ที่นั้นแล ได้กราบเรียนคำนี้ กะท่านพระมหากัจจานะว่า ท่านขอรับ ด้วยวิธีอย่างไรๆ กระผมจึงจะรู้ทั่วถึงธรรมที่พระคุณเจ้า แสดงแล้ว อันบุคคลที่ยังครองเรือนอยู่ จะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์โดยส่วนเดียว ให้บริสุทธิ์โดยส่วนเดียว ดุจสังข์ที่ขัดแล้ว ทำไม่ได้ง่าย กระผมปรารถนาจะปลงผมและหนวด ครองผ้ากาสายะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ขอพระคุณเจ้ากรุณาโปรดให้กระผมบวชเถิด ขอรับ ครั้นนั้น ท่านมหากัจจานะให้อุบาสกโสณกุฏิกัณณะบรรพชาแล้ว. ก็สมัยนั้น อวันตีชนบทอันตั้งอยู่แถบใต้ มีภิกษุน้อยรูป ท่านพระมหากัจจานะจัดหา พระภิกษุสงฆ์แต่ที่นั้นๆ ให้ครบองค์ประชุมทสวรรคได้ยากลำบาก ต่อล่วงไปถึง ๓ ปี จึงอุปสมบท ให้ท่านพระโสณะได้. ครั้งนั้น ท่านพระโสณะจำพรรษาแล้ว ไปในที่สงัดหลีกเร้นอยู่ ได้มีความปริวิตกแห่ง จิตเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เราได้ยินมาอย่างชัดเจนว่า เป็นผู้เช่นนี้และ เช่นนี้ แต่เรามิได้เฝ้าต่อพระพักตร์ เราควรไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น หากพระอุปัชฌายะจะพึงอนุญาตแก่เรา ครั้นเวลาสายัณห์ ท่านออกจากที่หลีกเร้นแล้ว จึงเข้า ไปหาท่านพระมหากัจจานะ ไหว้แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบเรียนว่า ท่านขอรับ กระผมไปในที่สงัดหลีกเร้นอยู่ ณ ตำบลนี้ได้มีความปริวิตกแห่งจิตเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระ- *ภาคพระองค์นั้น เราได้ยินมาอย่างชัดเจนว่า เป็นผู้เช่นนี้และเช่นนี้ แต่เรามิได้เฝ้าต่อพระพักตร์ เราควรไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น หากพระอุปัชฌายะจะพึง อนุญาตแก่เรา ท่านขอรับ กระผมจะไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น หากท่านพระอุปัชฌายะจะอนุญาตแก่กระผม. ท่านมหากัจจานะ กล่าวว่าดีละ ดีละ คุณโสณะ คุณจงไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น คุณจักเห็นพระองค์ผู้น่าเลื่อมใส ผู้เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส มีพระอินทรีย์สงบ มีพระทัยสงบ ทรงถึงความฝึกกายและความสงบจิตอันสูงสุด ทรงทรมานแล้ว คุ้มครองแล้ว มีอินทรีย์อันสำรวมแล้ว ผู้ไม่ทำบาป คุณโสณะ ถ้าเช่นนั้น คุณจงถวายบังคม พระบาทยุคลของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้าตามฉันสั่งว่า ท่านมหากัจจานะ อุปัชฌายะ ของข้าพระพุทธเจ้า ถวายบังคม พระบาทยุคลของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้าพระพุทธเจ้าข้า ดังนี้ และคุณจงกราบทูลอย่างนี้ว่า ๑. พระพุทธเจ้าข้า จังหวัดอวันตีทักขิณาบถ มีภิกษุน้อยรูป ข้าพระพุทธเจ้าได้จัดหา ภิกษุสงฆ์แต่ที่นั้นๆ ให้ครบองค์ประชุมทสวรรคได้ยากลำบาก นับแต่วันข้าพระพุทธเจ้าบรรพชา ล่วงไป ๓ ปี จึงได้อุปสมบท ถ้ากระไรเฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ พึงทรงอนุญาตอุปสมบทด้วย คณะสงฆ์น้อยรูปกว่านี้ได้. ๒. พระพุทธเจ้าข้า พื้นดินในอวันตีทักขิณาบถ มีดินสีดำมาก ขรุขระดื่นดาด ด้วยระแหงกีบโค ถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาคพึงทรงอนุญาต รองเท้าหลายชั้น. ๓. พระพุทธเจ้าข้า คนทั้งหลายในอวันตีทักขิณาบถนิยมการอาบน้ำ ถือว่าน้ำทำให้บริสุทธิ์ ถ้ากระไร เฉพาะในอวันติทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาตการอาบน้ำได้เป็นนิตย์. ๔. พระพุทธเจ้าข้า ในอวันตีทักขิณาบถ มีหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะ หนังมฤค ในมัชฌิมชนบท มีหญ้าตีนกา หญ้าหางนกยูง หญ้าหนวดแมว หญ้าหางช้าง แม้ฉันใด ในอวันตีทักขิณาบถก็มีหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะ หนังมฤค ฉันนั้นเหมือนกันแล ถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาตหนังเครื่องลาด คือ หนัง แกะ หนังแพะ หนังมฤค. ๕. พระพุทธเจ้าข้า เดี๋ยวนี้คนทั้งหลายฝากถวายจีวรเพื่อหมู่ภิกษุผู้อยู่นอกสีมา ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายขอถวายจีวรผืนนี้แก่ท่านผู้มีชื่อนี้ ดังนี้ ภิกษุผู้รับฝากมาบอกว่า อาวุโส คนทั้งหลาย มีชื่อนี้ถวายจีวรแก่ท่านแล้ว พวกภิกษุผู้รับคำบอกเล่า รังเกียจไม่ยินดีรับ ด้วยคิดว่า พวกเรา ไม่ต้องการของเป็นนิสสัคคีย์ ถ้ากระไร ขอพระผู้มีพระภาคพึงตรัสชี้แจงในเรื่องจีวร. ท่านพระโสณะรับสนองคำของท่านพระมหากัจจานะว่าปฏิบัติตามอย่างนั้นขอรับ แล้ว ลุกจากอาสนะอภิวาทท่านพระมหากัจจานะทำประทักษิณแล้ว เก็บเสนาสนะ ถือบาตรจีวรเดิน ไปทางที่จะไปพระนครสาวัตถี ถึงพระนครสาวัตถี พระวิหารเชตวันอารามของอนาถบิณฑิกคหบดี โดยลำดับ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เธอจงจัดเสนาสนะ ต้อนรับภิกษุอาคันตุกะรูปนี้ จึงท่านพระอานนท์คิดว่า พระผู้มีพระภาคทรงพระบัญชาใช้เราเพื่อ ภิกษุรูปใดว่า ดูกรอานนท์ เธอจงจัดเสนาสนะต้อนรับภิกษุอาคันตุกะรูปนี้ ดังนี้ พระผู้มีพระภาค ย่อมปรารถนาจะประทับอยู่ในพระวิหารแห่งเดียวกับภิกษุรูปนั้น พระผู้มีพระภาคปรารถนาจะ ประทับอยู่ในพระวิหารแห่งเดียวกับท่านพระโสณะเป็นแน่ ดังนี้ จึงจัดเสนาสนะต้อนรับท่าน พระโสณะในพระวิหารอันเป็นที่ประทับของพระผู้มีพระภาค.
เทียบรายประโยค (57 ประโยค)
pli-tv-kd5:13.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา มหากจฺจาโน อวนฺตีสุ วิหรติ กุรรฆเร ปปาเต ๒- ปพฺพเต ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā mahākaccāno avantīsu viharati kuraraghare papatake pabbate.
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.506
pli-tv-kd5:13.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน โสโณ อุปาสโก กุฏิกณฺโณ อายสฺมโต มหากจฺจานสฺส อุปฏฺฐาโก โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena soṇo upāsako kuṭikaṇṇo āyasmato mahākaccānassa upaṭṭhāko hoti.
pli-tv-kd5:13.1.3 #
อถโข โสโณ อุปาสโก กุฏิกณฺโณ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho soṇo upāsako kuṭikaṇṇo yenāyasmā mahākaccāno tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā āyasmantaṁ mahākaccānaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.30
pli-tv-kd5:13.1.4 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โสโณ อุปาสโก กุฏิกณฺโณ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho soṇo upāsako kuṭikaṇṇo āyasmantaṁ mahākaccānaṁ etadavoca—
pli-tv-kd5:13.1.5 #
ยถา ยถาหํ ภนฺเต อยฺเยน มหากจฺจาเนน ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ นยิทํ สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา เอกนฺตปริปุณฺณํ เอกนฺตปริสุทฺธํ สงฺขลิขิตํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ✎ ร่าง
“yathā yathāhaṁ, bhante, ayyena mahākaccānena dhammaṁ desitaṁ ājānāmi, nayidaṁ sukaraṁ agāraṁ ajjhāvasatā ekantaparipuṇṇaṁ ekantaparisuddhaṁ saṅkhalikhitaṁ brahmacariyaṁ carituṁ.
pli-tv-kd5:13.1.6 #
อิจฺฉามหํ ภนฺเต เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตุํ✎ ร่าง
Icchāmahaṁ, bhante, kesamassuṁ ohāretvā kāsāyāni vatthāni acchādetvā agārasmā anagāriyaṁ pabbajituṁ.
pli-tv-kd5:13.1.7 #
ปพฺพาเชตุ มํ ภนฺเต อยฺโย มหากจฺจาโนติ ฯ {๒๐.๑} เอวํ วุตฺเต อายสฺมา มหากจฺจาโน โสณํ อุปาสกํ กุฏิกณฺณํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Pabbājetu maṁ, bhante, ayyo mahākaccāno”ti.
pli-tv-kd5:13.2.1 #
ทุกฺกรํ โข โสณ ยาวชีวํ เอกเสยฺยํ เอกภตฺตํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ✎ ร่าง
(…) “Dukkaraṁ kho, soṇa, yāvajīvaṁ ekaseyyaṁ ekabhattaṁ brahmacariyaṁ carituṁ.
pli-tv-kd5:13.2.2 #
อิงฺฆ ตฺวํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อุปาหเนน วินา ฯ ๒ ม. กุรุรฆเร ปปถเก ฯ ๓ ม. ยุ. เอวํ วุตฺเต ...@เอตทโวจาติ อิเม ปาฐา น ทิสสนฺติ ฯ ๔ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ โสณ ตตฺเถว อคาริกภูโต พุทฺธานํ สาสนํ อนุยุญฺช กาลยุตฺตํ เอกเสยฺยํ เอกภตฺตํ พฺรหฺมจริยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Iṅgha tvaṁ, soṇa, tattheva agārikabhūto buddhānaṁ sāsanaṁ anuyuñja, kālayuttaṁ ekaseyyaṁ ekabhattaṁ brahmacariyan”ti.
pli-tv-kd5:13.2.3 #
อถโข โสณสฺส อุปาสกสฺส กุฏิกณฺณสฺส โย อโหสิ ปพฺพชฺชาภิสงฺขาโร โส ปฏิปฺปสฺสมฺภิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho soṇassa upāsakassa kuṭikaṇṇassa yo ahosi pabbajjābhisaṅkhāro so paṭippassambhi.
pli-tv-kd5:13.2.4 #
ทุติยมฺปิ โข โสโณ อุปาสโก กุฏิกณฺโณ ฯเปฯ✎ ร่าง
Dutiyampi kho soṇo upāsako kuṭikaṇṇo …pe…
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.269
pli-tv-kd5:13.2.5 #
ตติยมฺปิ โข โสโณ อุปาสโก กุฏิกณฺโณ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
tatiyampi kho soṇo upāsako kuṭikaṇṇo yenāyasmā mahākaccāno tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā āyasmantaṁ mahākaccānaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
อ้างอิงPTS 1.195
pli-tv-kd5:13.2.6 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โสโณ อุปาสโก กุฏิกณฺโณ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho soṇo upāsako kuṭikaṇṇo āyasmantaṁ mahākaccānaṁ etadavoca—
pli-tv-kd5:13.2.7 #
ยถา ยถาหํ ภนฺเต อยฺเยน มหากจฺจาเนน ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ นยิทํ สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา เอกนฺตปริปุณฺณํ เอกนฺตปริสุทฺธํ สงฺขลิขิตํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ✎ ร่าง
“yathā yathāhaṁ, bhante, ayyena mahākaccānena dhammaṁ desitaṁ ājānāmi, nayidaṁ sukaraṁ agāraṁ ajjhāvasatā ekantaparipuṇṇaṁ ekantaparisuddhaṁ saṅkhalikhitaṁ brahmacariyaṁ carituṁ.
pli-tv-kd5:13.2.8 #
อิจฺฉามหํ ภนฺเต เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตุํ✎ ร่าง
Icchāmahaṁ, bhante, kesamassuṁ ohāretvā kāsāyāni vatthāni acchādetvā agārasmā anagāriyaṁ pabbajituṁ.
pli-tv-kd5:13.2.9 #
ปพฺพาเชตุ มํ ภนฺเต อยฺโย มหากจฺจาโนติ ฯ✎ ร่าง
Pabbājetu maṁ, bhante, ayyo mahākaccāno”ti.
pli-tv-kd5:13.2.10 #
อถโข อายสฺมา มหากจฺจาโน โสณํ อุปาสกํ กุฏิกณฺณํ ปพฺพาเชสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā mahākaccāno soṇaṁ upāsakaṁ kuṭikaṇṇaṁ pabbājesi.
pli-tv-kd5:13.2.11 #
เตน โข ปน สมเยน อวนฺติทกฺขิณาปโถ อปฺปภิกฺขุโก โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena avantidakkhiṇāpatho appabhikkhuko hoti.
pli-tv-kd5:13.2.12 #
อถโข อายสฺมา มหากจฺจาโน ติณฺณํ วสฺสานํ อจฺจเยน กิจฺเฉน กสิเรน ตโต ตโต ทสวคฺคํ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อายสฺมนฺตํ โสณํ อุปสมฺปาเทสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā mahākaccāno tiṇṇaṁ vassānaṁ accayena kicchena kasirena tato tato dasavaggaṁ bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā āyasmantaṁ soṇaṁ upasampādesi.
pli-tv-kd5:13.3.0 #
12. Mahākaccānassapañcavaraparidassana
pli-tv-kd5:13.3.1 #
อถโข อายสฺมโต โสณสฺส วสฺสํ วุตฺถสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ✎ ร่าง
Atha kho āyasmato soṇassa vassaṁvuṭṭhassa rahogatassa paṭisallīnassa evaṁ cetaso parivitakko udapādi—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.33 · ฉัฏฐสังคายนา 89.270 · พุทธชยันตี 3.508
pli-tv-kd5:13.3.2 #
สุโตเยว โข เม โส ภควา เอทิโส จ เอทิโส จาติ น จ มยา สมฺมุขา ทิฏฺโฐ คจฺเฉยฺยาหํ ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ สเจ มํ อุปชฺฌาโย อนุชาเนยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
“sutoyeva kho me so bhagavā ediso ca ediso cāti, na ca mayā sammukhā diṭṭho, gaccheyyāhaṁ taṁ bhagavantaṁ dassanāya arahantaṁ sammāsambuddhaṁ, sace maṁ upajjhāyo anujāneyyā”ti.
pli-tv-kd5:13.3.3 #
อถโข อายสฺมา โสโณ สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā soṇo sāyanhasamayaṁ paṭisallānā vuṭṭhito yenāyasmā mahākaccāno tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā āyasmantaṁ mahākaccānaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd5:13.4.1 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา โสโณ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho āyasmā soṇo āyasmantaṁ mahākaccānaṁ etadavoca—
pli-tv-kd5:13.4.2 #
อิธ มยฺหํ ภนฺเต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ✎ ร่าง
“idha mayhaṁ, bhante, rahogatassa paṭisallīnassa evaṁ cetaso parivitakko udapādi—
pli-tv-kd5:13.4.3 #
สุโตเยว โข เม โส ภควา เอทิโส จ เอทิโส จาติ น จ มยา สมฺมุขา ทิฏฺโฐ คจฺเฉยฺยาหํ ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ สเจ มํ อุปชฺฌาโย อนุชาเนยฺยาติ✎ ร่าง
‘sutoyeva kho me so bhagavā ediso ca ediso cāti, na ca mayā sammukhā diṭṭho, gaccheyyāhaṁ taṁ bhagavantaṁ dassanāya arahantaṁ sammāsambuddhaṁ, sace maṁ upajjhāyo anujāneyyā’ti;
pli-tv-kd5:13.4.4 #
คจฺเฉยฺยาหํ ภนฺเต ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ สเจ มํ อุปชฺฌาโย อนุชานาตีติ ฯ✎ ร่าง
gaccheyyāhaṁ, bhante, taṁ bhagavantaṁ dassanāya arahantaṁ sammāsambuddhaṁ, sace maṁ upajjhāyo anujānātī”ti.
pli-tv-kd5:13.4.5 #
สาธุ สาธุ โสณ✎ ร่าง
“Sādhu sādhu, soṇa.
pli-tv-kd5:13.4.6 #
คจฺฉ ตฺวํ โสณ ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Gaccha tvaṁ, soṇa, taṁ bhagavantaṁ dassanāya arahantaṁ sammāsambuddhaṁ.
pli-tv-kd5:13.5.1 #
ทกฺขิสฺสสิ ตฺวํ โสณ ตํ ภควนฺตํ ปาสาทิกํ ปสาทนียํ สนฺตินฺทฺริยํ สนฺตมานสํ อุตฺตมทมถสมถมนุปฺปตฺตํ ทนฺตํ คุตฺตํ ยตินฺทฺริยํ นาคํ✎ ร่าง
Dakkhissasi tvaṁ, soṇa, taṁ bhagavantaṁ pāsādikaṁ pasādanīyaṁ santindriyaṁ santamānasaṁ uttamadamathasamathaṁ anuppattaṁ dantaṁ guttaṁ yatindriyaṁ nāgaṁ.
pli-tv-kd5:13.5.2 #
เตนหิ ตฺวํ โสณ มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺท✎ ร่าง
Tena hi tvaṁ, soṇa, mama vacanena bhagavato pāde sirasā vanda—
pli-tv-kd5:13.5.3 #
อุปชฺฌาโย เม ภนฺเต อายสฺมา มหากจฺจาโน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ✎ ร่าง
‘upajjhāyo me, bhante, āyasmā mahākaccāno bhagavato pāde sirasā vandatī’ti.
pli-tv-kd5:13.5.4 #
เอวญฺจ วเทหิ✎ ร่าง
Evañca vadehi—
pli-tv-kd5:13.5.5 #
อวนฺติทกฺขิณาปโถ ภนฺเต อปฺปภิกฺขุโก ติณฺณํ เม วสฺสานํ อจฺจเยน กิจฺเฉน กสิเรน ตโต ตโต ทสวคฺคํ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อุปสมฺปทํ อลตฺถํ✎ ร่าง
‘avantidakkhiṇāpatho, bhante, appabhikkhuko, tiṇṇaṁ me vassānaṁ accayena kicchena kasirena tato tato dasavaggaṁ bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā upasampadaṁ alatthaṁ;
pli-tv-kd5:13.5.6 #
อปฺเปวนาม ภควา อวนฺติทกฺขิณาปเถ อปฺปตเรน คเณน อุปสมฺปทํ อนุชาเนยฺย✎ ร่าง
appeva nāma bhagavā avantidakkhiṇāpathe appatarena gaṇena upasampadaṁ anujāneyya.
pli-tv-kd5:13.6.1 #
อวนฺติทกฺขิณาปเถ ภนฺเต กณฺหุตฺตรา ภูมิ ขรา โคกณฺฏกหตา✎ ร่าง
Avantidakkhiṇāpathe, bhante, kaṇhuttarā bhūmi kharā gokaṇṭakahatā;
pli-tv-kd5:13.6.2 #
อปฺเปวนาม ภควา อวนฺติทกฺขิณาปเถ คณงฺคณุปาหนํ อนุชาเนยฺย✎ ร่าง
appeva nāma bhagavā avantidakkhiṇāpathe guṇaṅguṇūpāhanaṁ anujāneyya.
อ้างอิงPTS 1.196
pli-tv-kd5:13.6.3 #
อวนฺติทกฺขิณาปเถ ภนฺเต นหานครุกา มนุสฺสา อุทกสุทฺธิกา✎ ร่าง
Avantidakkhiṇāpathe, bhante, nahānagarukā manussā udakasuddhikā;
pli-tv-kd5:13.6.4 #
อปฺเปวนาม ภควา อวนฺติทกฺขิณาปเถ ธุวนหานํ อนุชาเนยฺย✎ ร่าง
appeva nāma bhagavā avantidakkhiṇāpathe dhuvanahānaṁ anujāneyya.
pli-tv-kd5:13.6.5 #
อวนฺติทกฺขิณาปเถ ภนฺเต จมฺมานิ อตฺถรณานิ เอฬกจมฺมํ อชจมฺมํ มิคจมฺมํ✎ ร่าง
Avantidakkhiṇāpathe, bhante, cammāni attharaṇāni, eḷakacammaṁ ajacammaṁ migacammaṁ.
pli-tv-kd5:13.6.6 #
เสยฺยถาปิ ภนฺเต มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ เอรคุ โมรคุ มชฺชารุ ชนฺตุ✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhante, majjhimesu janapadesu eragū moragū majjārū jantū;
pli-tv-kd5:13.6.7 #
เอวเมว โข ภนฺเต อวนฺติทกฺขิณาปเถ จมฺมานิ อตฺถรณานิ เอฬกจมฺมํ อชจมฺมํ มิคจมฺมํ✎ ร่าง
evameva kho, bhante, avantidakkhiṇāpathe cammāni attharaṇāni, eḷakacammaṁ ajacammaṁ migacammaṁ;
pli-tv-kd5:13.6.8 #
อปฺเปวนาม ภควา อวนฺติทกฺขิณาปเถ จมฺมานิ อตฺถรณานิ อนุชาเนยฺย เอฬกจมฺมํ อชจมฺมํ มิคจมฺมํ✎ ร่าง
appeva nāma bhagavā avantidakkhiṇāpathe cammāni attharaṇāni anujāneyya, eḷakacammaṁ ajacammaṁ migacammaṁ.
pli-tv-kd5:13.7.1 #
เอตรหิ ภนฺเต มนุสฺสา นิสฺสีมคตานํ ภิกฺขูนํ จีวรํ เทนฺติ✎ ร่าง
Etarahi, bhante, manussā nissīmagatānaṁ bhikkhūnaṁ cīvaraṁ denti—
pli-tv-kd5:13.7.2 #
อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส เทมาติ✎ ร่าง
“imaṁ cīvaraṁ itthannāmassa demā”ti.
pli-tv-kd5:13.7.3 #
เต อาคนฺตฺวา อาโรเจนฺติ✎ ร่าง
Te āgantvā ārocenti—
pli-tv-kd5:13.7.4 #
อิตฺถนฺนาเมหิ เต อาวุโส มนุสฺเสหิ จีวรํ ทินฺนนฺติ เต กุกฺกุจฺจายนฺตา น สาทิยนฺติ✎ ร่าง
“itthannāmehi te, āvuso, manussehi cīvaraṁ dinnan”ti te kukkuccāyantā na sādiyanti—
pli-tv-kd5:13.7.5 #
มา โน นิสฺสคฺคิยํ อโหสีติ✎ ร่าง
“mā no nissaggiyaṁ ahosī”ti;
pli-tv-kd5:13.7.6 #
อปฺเปวนาม ภควา จีวเร ปริยายํ อาจิกฺเขยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
appeva nāma bhagavā cīvare pariyāyaṁ ācikkheyyā’”ti.
pli-tv-kd5:13.7.7 #
เอวํ ภนฺเตติ✎ ร่าง
“Evaṁ, bhante”ti
pli-tv-kd5:13.7.8 #
โข อายสฺมา โสโณ อายสมฺโต มหากจฺจานสฺส ปฏิสฺสุณิตฺวา อุฏฺฐายาสนา อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน สาวตฺถี เตน ปกฺกามิ✎ ร่าง
kho āyasmā soṇo āyasmato mahākaccānassa paṭissutvā uṭṭhāyāsanā āyasmantaṁ mahākaccānaṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā senāsanaṁ saṁsāmetvā pattacīvaramādāya yena sāvatthi tena pakkāmi.
pli-tv-kd5:13.8.1 #
อนุปุพฺเพน เยน สาวตฺถี เชตวนํ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena yena sāvatthi jetavanaṁ anāthapiṇḍikassa ārāmo yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd5:13.8.2 #
อถโข ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā āyasmantaṁ ānandaṁ āmantesi—
pli-tv-kd5:13.8.3 #
อิมสฺส อานนฺท อาคนฺตุกสฺส ภิกฺขุโน เสนาสนํ ปญฺญาเปหีติ ฯ✎ ร่าง
“imassa, ānanda, āgantukassa bhikkhuno senāsanaṁ paññāpehī”ti.
pli-tv-kd5:13.8.4 #
อถโข อายสฺมา อานนฺโท✎ ร่าง
Atha kho āyasmā ānando—
pli-tv-kd5:13.8.5 #
ยสฺส โข มํ ภควา อาณาเปติ อิมสฺส อานนฺท อาคนฺตุกสฺส ภิกฺขุโน เสนาสนํ ปญฺญาเปหีติ อิจฺฉติ ภควา เตน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกวิหาเร วตฺถุํ อิจฺฉติ ภควา อายสฺมตา โสเณน สทฺธึ เอกวิหาเร วตฺถุนฺติ✎ ร่าง
“yassa kho maṁ bhagavā āṇāpeti, ‘imassa, ānanda, āgantukassa bhikkhuno senāsanaṁ paññāpehī’ti, icchati bhagavā tena bhikkhunā saddhiṁ ekavihāre vatthuṁ, icchati bhagavā āyasmatā soṇena saddhiṁ ekavihāre vatthun”ti—
pli-tv-kd5:13.8.6 #
ยสฺมึ วิหาเร ภควา วิหรติ ตสฺมึ วิหาเร อายสฺมโต โสณสฺส เสนาสนํ ปญฺญาเปสิ ฯ✎ ร่าง
yasmiṁ vihāre bhagavā viharati tasmiṁ vihāre āyasmato soṇassa senāsanaṁ paññāpesi.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน