‹ กลับ
อุบาสิกาสุปปิยาถวายเนื้อขา
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 60 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๑๓๗๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ช้างหลวงล้มลงหลายเชือก สมัยอัตคัดอาหาร ประชาชน พากันบริโภคเนื้อช้าง และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้อช้าง ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉัน เนื้อช้างเล่า เพราะช้างเป็นราชพาหนะ ถ้าพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบคงไม่ทรงเลื่อมใสต่อพระสมณะ เหล่านั้นเป็นแน่ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติ ห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อช้าง รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ม้าหลวงตายมาก สมัยอัตคัดอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้อม้า และ ถวายแก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้อม้า ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้อม้าเล่า เพราะม้าเป็นราชพาหนะ ถ้าพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบ คงไม่เลื่อมใสต่อพระสมณะเหล่านั้นเป็นแน่ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉัน เนื้อม้า รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ถึงคราวอัตคัดอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้อสุนัข และถวายแก่พวก ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้อสุนัข ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้อสุนัขเล่า เพราะสุนัขเป็นสัตว์น่าเกลียด น่าชัง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อสุนัข รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ถึงคราวอัตคัดอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้องู และถวายแก่พวกภิกษุ ผู้เที่ยวบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้องู ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้องูเล่า เพราะงูเป็นสัตว์น่าเกลียดน่าชัง แม้พระยานาค ชื่อสุปัสสะก็เข้าไปในพุทธสำนักถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ส่วนข้างหนึ่ง ได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า บรรดาที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใสมีอยู่ มันคงเบียดเบียนพวกภิกษุจำนวนน้อยบ้าง ขอประทานพระวโรกาส พระพุทธเจ้าข้า ขอพระ- *คุณเจ้าทั้งหลายโปรดกรุณาอย่าฉันเนื้องู ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้พระยานาคสุปัสสะ เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ครั้นพระยานาคสุปัสสะอันพระผู้มีพระภาค ทรงให้เห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคทำ ประทักษิณกลับไป ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้องู รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าราชสีห์แล้วบริโภคเนื้อราชสีห์ และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยว บิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อราชสีห์แล้วอยู่ในป่า ฝูงราชสีห์ฆ่าพวกภิกษุเสีย เพราะได้กลิ่นเนื้อ ราชสีห์ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อราชสีห์ รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าเสือโคร่งแล้วบริโภคเนื้อเสือโคร่งและถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยว บิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อเสือโคร่งแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือโคร่งฆ่าพวกภิกษุเสียเพราะได้กลิ่นเนื้อ เสือโคร่ง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้าม ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือโคร่ง รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าเสือเหลือง แล้วบริโภคเนื้อเสือเหลืองและถวายแก่พวกภิกษุ ผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อเสือเหลืองแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือเหลืองฆ่าพวกภิกษุเสีย เพราะได้กลิ่นเนื้อเสือเหลือง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือเหลือง รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าหมีแล้วบริโภคเนื้อหมี และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อหมีแล้วอยู่ในป่า เหล่าหมีฆ่าพวกภิกษุเสียเพราะได้กลิ่นเนื้อหมี ภิกษุทั้งหลายกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อหมี รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าเสือดาวแล้วบริโภคเนื้อเสือดาว และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยว บิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อเสือดาวแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือดาวฆ่าพวกภิกษุเสีย เพราะได้กลิ่น เนื้อเสือดาว ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติ ห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือดาว รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
เทียบรายประโยค (55 ประโยค)
pli-tv-kd6:23.10.1 #
เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ หตฺถี มรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rañño hatthī maranti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.295 · พุทธชยันตี 3.558
pli-tv-kd6:23.10.2 #
มนุสฺสา ทุพฺภิกฺเข หตฺถิมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ หตฺถิมํสํ เทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Manussā dubbhikkhe hatthimaṁsaṁ paribhuñjanti, bhikkhūnaṁ piṇḍāya carantānaṁ hatthimaṁsaṁ denti.
อ้างอิงPTS 1.219
pli-tv-kd6:23.10.3 #
ภิกฺขู หตฺถิมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū hatthimaṁsaṁ paribhuñjanti.
pli-tv-kd6:23.10.4 #
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pli-tv-kd6:23.10.5 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา หตฺถิมํสํ ปริภุญฺชิสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā hatthimaṁsaṁ paribhuñjissanti.
pli-tv-kd6:23.10.6 #
ราชงฺคํ หตฺถี สเจ ราชา ชาเนยฺย น เตสํ ๑- อตฺตมโน อสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Rājaṅgaṁ hatthī, sace rājā jāneyya, na nesaṁ attamano assā”ti.
pli-tv-kd6:23.10.7 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd6:23.10.8 #
น ภิกฺขเว หตฺถิมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, hatthimaṁsaṁ paribhuñjitabbaṁ.
pli-tv-kd6:23.10.9 #
โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd6:23.11.1 #
เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ อสฺสา มรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rañño assā maranti.
pli-tv-kd6:23.11.2 #
มนุสฺสา ทุพฺภิกฺเข อสฺสมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ อสฺสมํสํ เทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Manussā dubbhikkhe assamaṁsaṁ paribhuñjanti, bhikkhūnaṁ piṇḍāya carantānaṁ assamaṁsaṁ denti.
pli-tv-kd6:23.11.3 #
ภิกฺขู อสฺสมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū assamaṁsaṁ paribhuñjanti.
pli-tv-kd6:23.11.4 #
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pli-tv-kd6:23.11.5 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา อสฺสมํสํ ปริภุญฺชิสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā assamaṁsaṁ paribhuñjissanti.
pli-tv-kd6:23.11.6 #
ราชงฺคํ อสฺสา สเจ ราชา ชาเนยฺย น เตสํ ๒- อตฺตมโน อสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Rājaṅgaṁ assā, sace rājā jāneyya, na nesaṁ attamano assā”ti.
pli-tv-kd6:23.11.7 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd6:23.11.8 #
น ภิกฺขเว อสฺสมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, assamaṁsaṁ paribhuñjitabbaṁ.
pli-tv-kd6:23.11.9 #
โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd6:23.12.1 #
เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ทุพฺภิกฺเข สุนขมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ สุนขมํสํ เทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena manussā dubbhikkhe sunakhamaṁsaṁ paribhuñjanti, bhikkhūnaṁ piṇḍāya carantānaṁ sunakhamaṁsaṁ denti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.74
pli-tv-kd6:23.12.2 #
ภิกฺขู สุนขมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū sunakhamaṁsaṁ paribhuñjanti.
pli-tv-kd6:23.12.3 #
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pli-tv-kd6:23.12.4 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา สุนขมํสํ ปริภุญฺชิสฺสนฺติ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. เนสํ ฯ เชคุจฺโฉ สุนโข ปฏิกฺกูโลติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā sunakhamaṁsaṁ paribhuñjissanti, jeguccho sunakho paṭikūlo”ti.
pli-tv-kd6:23.12.5 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd6:23.12.6 #
น ภิกฺขเว สุนขมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, sunakhamaṁsaṁ paribhuñjitabbaṁ.
pli-tv-kd6:23.12.7 #
โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd6:23.13.1 #
เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ทุพฺภิกฺเข อหิมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ อหิมํสํ เทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena manussā dubbhikkhe ahimaṁsaṁ paribhuñjanti, bhikkhūnaṁ piṇḍāya carantānaṁ ahimaṁsaṁ denti.
pli-tv-kd6:23.13.2 #
ภิกฺขู อหิมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū ahimaṁsaṁ paribhuñjanti.
pli-tv-kd6:23.13.3 #
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pli-tv-kd6:23.13.4 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา อหิมํสํ ปริภุญฺชิสฺสนฺติ เชคุจฺโฉ อหิ ปฏิกฺกูโลติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā ahimaṁsaṁ paribhuñjissanti, jeguccho ahi paṭikūlo”ti.
pli-tv-kd6:23.13.5 #
สุปสฺโสปิ นาคราชา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
Supassopi nāgarājā yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ aṭṭhāsi.
pli-tv-kd6:23.13.6 #
เอกมนฺตํ ฐิโต โข สุปสฺโส นาคราชา ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ ṭhito kho supasso nāgarājā bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd6:23.13.7 #
สนฺติ ภนฺเต นาคา อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา✎ ร่าง
“santi, bhante, nāgā assaddhā appasannā.
pli-tv-kd6:23.13.8 #
เต อปฺปมตฺตเกปิ ภิกฺขู วิเหเฐยฺยุํ✎ ร่าง
Te appamattakehipi bhikkhū viheṭheyyuṁ.
pli-tv-kd6:23.13.9 #
สาธุ ภนฺเต อยฺยา อหิมํสํ น ปริภุญฺเชยฺยุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sādhu, bhante, ayyā ahimaṁsaṁ na paribhuñjeyyun”ti.
pli-tv-kd6:23.13.10 #
อถโข ภควา สุปสฺสํ นาคราชานํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ อถโข สุปสฺโส นาคราชา ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā supassaṁ nāgarājānaṁ dhammiyā kathāya sandassesi …pe… padakkhiṇaṁ katvā pakkāmi.
pli-tv-kd6:23.13.11 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อ้างอิงPTS 1.220
pli-tv-kd6:23.13.12 #
น ภิกฺขเว อหิมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ✎ ร่าง
“na, bhikkhave, ahimaṁsaṁ paribhuñjitabbaṁ.
pli-tv-kd6:23.13.13 #
โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd6:23.14.1 #
เตน โข ปน สมเยน ลุทฺธกา ๒- สีหํ หนฺตฺวา สีหมํสํ ๓- ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ @เชิงอรรถ: ๑ โป. สุนขมํโส ปฏิกฺกุโล เชคุจฺโฉติ ฯ ๒ สี. ม. ยุ. ลุทฺทกา ฯ ๓ ม. ยุ. มํสํ ฯ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ สีหมํสํ เทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena luddakā sīhaṁ hantvā sīhamaṁsaṁ paribhuñjanti, bhikkhūnaṁ piṇḍāya carantānaṁ sīhamaṁsaṁ denti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.75 · ฉัฏฐสังคายนา 89.296 · พุทธชยันตี 3.560
pli-tv-kd6:23.14.2 #
ภิกฺขู สีหมํสํ ปริภุญฺชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū sīhamaṁsaṁ paribhuñjitvā araññe viharanti.
pli-tv-kd6:23.14.3 #
สีหา สีหมํสคนฺเธน ภิกฺขู ปริปาเตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sīhā sīhamaṁsagandhena bhikkhū paripātenti.
pli-tv-kd6:23.14.4 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd6:23.14.5 #
น ภิกฺขเว สีหมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, sīhamaṁsaṁ paribhuñjitabbaṁ.
pli-tv-kd6:23.14.6 #
โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd6:23.15.1 #
เตน โข ปน สมเยน ลุทฺธกา พฺยคฺฆํ หนฺตฺวา พฺยคฺฆมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ พฺยคฺฆมํสํ เทนฺติ ฯ ภิกฺขู พฺยคฺฆมํสํ ปริภุญฺชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺติ ฯ พฺยคฺฆา พฺยคฺฆมํสคนฺเธน ภิกฺขู ปริปาเตนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว พฺยคฺฆมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ {๖๐.๖} เตน โข ปน สมเยน ลุทฺธกา✎ ร่าง
Tena kho pana samayena luddakā byagghaṁ hantvā …pe…
อ้างอิงสยามรัฐ 5.76
pli-tv-kd6:23.15.2 #
ทีปึ หนฺตฺวา ทีปิมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ ทีปิมํสํ เทนฺติ ฯ ภิกฺขู ทีปิมํสํ ปริภุญฺชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺติ ฯ ทีปี ทีปิมํสคนฺเธน ภิกฺขู ปริปาเตนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ทีปิมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ {๖๐.๗} เตน โข ปน สมเยน ลุทฺธกา✎ ร่าง
dīpiṁ hantvā …pe…
pli-tv-kd6:23.15.3 #
อจฺฉํ หนฺตฺวา อจฺฉมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ อจฺฉมํสํ เทนฺติ ฯ ภิกฺขู อจฺฉมํสํ ปริภุญฺชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺติ ฯ อจฺฉา อจฺฉมํสคนฺเธน ภิกฺขู ปริปาเตนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อจฺฉมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ {๖๐.๘} เตน โข ปน สมเยน ลุทฺธกา✎ ร่าง
acchaṁ hantvā …pe…
pli-tv-kd6:23.15.4 #
ตรจฺฉํ หนฺตฺวา ตรจฺฉมํสํ ปริภุญฺชนฺติ ภิกฺขูนํ ปิณฺฑาย จรนฺตานํ ตรจฺฉมํสํ เทนฺติ ฯ✎ ร่าง
taracchaṁ hantvā taracchamaṁsaṁ paribhuñjanti, bhikkhūnaṁ piṇḍāya carantānaṁ taracchamaṁsaṁ denti.
pli-tv-kd6:23.15.5 #
ภิกฺขู ตรจฺฉมํสํ ปริภุญฺชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū taracchamaṁsaṁ paribhuñjitvā araññe viharanti.
pli-tv-kd6:23.15.6 #
ตรจฺฉา ตรจฺฉมํสคนฺเธน ภิกฺขู ปริปาเตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Taracchā taracchamaṁsagandhena bhikkhū paripātenti.
pli-tv-kd6:23.15.7 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd6:23.15.8 #
น ภิกฺขเว ตรจฺฉมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, taracchamaṁsaṁ paribhuñjitabbaṁ.
pli-tv-kd6:23.15.9 #
โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd6:23.15.10 #
สุปฺปิยภาณวารํ นิฏฺฐิตํ ทุติยํ ฯ✎ ร่าง
Suppiyabhāṇavāro niṭṭhito dutiyo.
pli-tv-kd6:24.1.0 #
11. Yāgumadhugoḷakānujānana
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน