‹ กลับ
เรื่องภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะ
เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑ · ข้อ 3 · วิ.จุล.๑. ๖/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓] ครั้นพระผู้มีพระภาค ทรงติเตียนภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระ- *โลหิตกะ โดยอเนกปริยายแล้ว จึงตรัสโทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความ เป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย แล้วทรงทำธรรมีกถา ที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะ ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงทำตัชชนียกรรมแก่ ภิกษุพวกปัณฑุกะและโลหิตกะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลวิธีทำตัชชนียกรรม พึงทำอย่างนี้ คือ ชั้นต้น พึงโจทภิกษุพวกพระปัณฑุกะและโลหิตกะ ครั้นแล้ว พึงให้พวกเธอให้การ แล้ว พึงปรับอาบัติ ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วย ญัตติจตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและ พระโลหิตกะนี้ เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการ วิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ด้วยตนเอง ได้เข้าไปหา ภิกษุพวกอื่นที่ร่วมก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ด้วยกัน แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่าน ทั้งหลาย ผู้นั้นอย่าได้ชนะพวกท่าน พวกท่านจงโต้ตอบถ้อยคำให้ แข็งแรง เพราะพวกท่านเป็นผู้ฉลาด เฉียบแหลม คงแก่เรียน และ สามารถกว่าเขา อย่ากลัวเขาเลย แม้พวกผมก็จักเป็นฝักฝ่ายของพวก ท่าน โดยวิธีนั้น ความบาดหมางที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น และที่เกิด ขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเพิ่มพูน แผ่กว้างออกไป ถ้าความพร้อม พรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุพวกพระปัณฑุกะ และพระโลหิตกะ นี่เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและ พระโลหิตกะนี้ เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ... ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ด้วย ตนเองได้เข้าไปหาภิกษุพวกอื่นที่ร่วมก่อความบาดหมาง ... ก่ออธิกรณ์ ในสงฆ์ด้วยกัน แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ผู้นั้นอย่าได้ชนะ พวกท่าน พวกท่านจงโต้ตอบถ้อยคำให้แข็งแรง เพราะพวกท่านเป็น ผู้ฉลาด เฉียบแหลม คงแก่เรียนและสามารถกว่าเขา อย่ากลัวเขา เลย แม้พวกผมก็จักเป็นฝักฝ่ายของพวกท่าน โดยวิธีนั้น ความบาด หมางที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความ เพิ่มพูน แผ่กว้างออกไป สงฆ์ทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุพวกพระปัณฑุกะ และพระโลหิตกะ การทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุพวกพระปัณฑุกะ และพระโลหิตกะ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบ แก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สอง ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟัง ข้าพเจ้า ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะนี้ เป็นผู้ก่อความ บาดหมาง ... ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ด้วยตนเอง ได้เข้าไปหาภิกษุพวก อื่นที่ร่วมก่อความบาดหมาง ... ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ด้วยกัน แล้วกล่าว อย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ผู้นั้นอย่าได้ชนะพวกท่าน พวกท่านจง โต้ตอบถ้อยคำให้แข็งแรง เพราะพวกท่านเป็นผู้ฉลาด เฉียบแหลม คงแก่เรียน และสามารถกว่าเขา อย่ากลัวเขาเลย แม้พวกผมก็จัก เป็นฝักฝ่ายของพวกท่าน โดยวิธีนั้น ความบาดหมางที่ยังไม่เกิดย่อม เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเพิ่มพูน แผ่กว้างออก ไป สงฆ์ทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะ การทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะ ชอบแก่ ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สาม ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟัง ข้าพเจ้า ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะนี้ เป็นผู้ก่อความ บาดหมาง ... ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ด้วยตนเอง ได้เข้าไปหาภิกษุพวก อื่นที่ร่วมก่อความบาดหมาง ... ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ด้วยกัน แล้วกล่าว อย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ผู้นั้นอย่าได้ชนะพวกท่าน พวกท่านจงโต้ ตอบถ้อยคำให้แข็งแรง เพราะพวกท่านเป็นผู้ฉลาด เฉียบแหลม คง แก่เรียน และสามารถกว่าเขา อย่ากลัวเขาเลย แม้พวกผมก็จักเป็น ฝักฝ่ายของพวกท่าน โดยวิธีนั้น ความบาดหมาง ทียังไม่เกิดย่อม เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเพิ่มพูน แผ่กว้าง ออกไป สงฆ์ทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะ การทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะ ชอบ แก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงพูด ตัชชนียกรรม สงฆ์ทำแล้วแก่ภิกษุพวกพระปัณฑุกะและ พระโลหิตกะ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ
เทียบรายประโยค (57 ประโยค)
pli-tv-kd11:1.3.2 #
อถโข ภควา ปณฺฑุกโลหิตเก ๓- ภิกฺขู อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ทุพฺภรตาย ทุปฺโปสตาย มหิจฺฉตาย อสนฺตุฏฺฐตาย ๔- สงฺคณิกาย โกสชฺชสฺส อวณฺณํ ภาสิตฺวา อเนกปริยาเยน สุภรตาย สุโปสตาย อปฺปิจฺฉสฺส สนฺตุฏฺฐสฺส สลฺเลขสฺส ธูตสฺส ปาสาทิกสฺส อปจยสฺส วิริยารมฺภสฺส วณฺณํ ภาสิตฺวา ภิกฺขูนํ ตทนุจฺฉวิกํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อนนุจฺฉวิยํ ฯ ๒ ม. ยุ. อถโข ตํ ฯ@๓ ม. ยุ. เต ฯ ๔ ม. ยุ. อสนฺตุฏฺฐิยา ฯ ตทนุโลมิกํ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมํ กโรตุ ฯ✎ ร่าง
“tena hi, bhikkhave, saṅgho paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyakammaṁ karotu.
pli-tv-kd11:1.4.1 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, kātabbaṁ.
pli-tv-kd11:1.4.2 #
ปฐมํ ปณฺฑุกโลหิตกา ภิกฺขู โจเทตพฺพา โจเทตฺวา สาเรตพฺพา สาเรตฺวา อาปตฺติ อาโรเปตพฺพา ๑- อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา ๒- พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ paṇḍukalohitakā bhikkhū codetabbā, codetvā sāretabbā, sāretvā āpattiṁ āropetabbā, āpattiṁ āropetvā byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
pli-tv-kd11:1.4.3 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงสยามรัฐ 6.5 · พุทธชยันตี 4.6
pli-tv-kd11:1.4.4 #
อิเม ปณฺฑุกโลหิตกา ภิกฺขู อตฺตนา ภณฺฑนการกา กลหการกา วิวาทการกา ภสฺสการกา สงฺเฆ อธิกรณการกา เยปิ จญฺเญ ภิกฺขู ภณฺฑนการกา กลหการกา วิวาทการกา ภสฺสการกา สงฺเฆ อธิกรณการกา เต อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
Ime paṇḍukalohitakā bhikkhū attanā bhaṇḍanakārakā kalahakārakā vivādakārakā bhassakārakā saṅghe adhikaraṇakārakā, yepi caññe bhikkhū bhaṇḍanakārakā kalahakārakā vivādakārakā bhassakārakā saṅghe adhikaraṇakārakā te upasaṅkamitvā evaṁ vadanti—
pli-tv-kd11:1.4.5 #
มา โข ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอโส อเชสิ✎ ร่าง
“mā kho tumhe, āyasmanto, eso ajesi.
pli-tv-kd11:1.4.6 #
พลวา พลวํ ปฏิมนฺเตถ✎ ร่าง
Balavābalavaṁ paṭimantetha.
pli-tv-kd11:1.4.7 #
ตุเมฺห เตน ปณฺฑิตตรา จ พฺยตฺตตรา จ พหุสฺสุตตรา จ อลมตฺถตรา จ✎ ร่าง
Tumhe tena paṇḍitatarā ca byattatarā ca bahussutatarā ca alamattatarā ca.
pli-tv-kd11:1.4.8 #
มา จสฺส ภายิตฺถ✎ ร่าง
Mā cassa bhāyittha.
pli-tv-kd11:1.4.9 #
มยํปิ ตุมฺหากํ ปกฺขา ภวิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Mayampi tumhākaṁ pakkhā bhavissāmā”ti.
pli-tv-kd11:1.4.10 #
เตน อนุปฺปนฺนานิ เจว ภณฺฑนานิ อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนานิ จ ภณฺฑนานิ ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena anuppannāni ceva bhaṇḍanāni uppajjanti, uppannāni ca bhaṇḍanāni bhiyyobhāvāya vepullāya saṁvattanti.
pli-tv-kd11:1.4.11 #
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyakammaṁ kareyya.
pli-tv-kd11:1.4.12 #
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
pli-tv-kd11:1.4.13 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
pli-tv-kd11:1.4.14 #
อิเม ปณฺฑุกโลหิตกา ภิกฺขู อตฺตนา ภณฺฑนการกา ฯเปฯ✎ ร่าง
Ime paṇḍukalohitakā bhikkhū attanā bhaṇḍanakārakā …pe…
pli-tv-kd11:1.4.15 #
สงฺเฆ อธิกรณการกา✎ ร่าง
saṅghe adhikaraṇakārakā,
pli-tv-kd11:1.4.16 #
เยปิ จญฺเญ ภิกฺขู ภณฺฑนการกา ฯเปฯ สงฺเฆ อธิกรณการกา เต อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
yepi caññe bhikkhū bhaṇḍanakārakā …pe… saṅghe adhikaraṇakārakā te upasaṅkamitvā evaṁ vadanti—
pli-tv-kd11:1.4.17 #
มา โข ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอโส อเชสิ✎ ร่าง
“mā kho tumhe, āyasmanto, eso ajesi.
pli-tv-kd11:1.4.18 #
พลวา พลวํ ปฏิมนฺเตถ✎ ร่าง
Balavābalavaṁ paṭimantetha.
pli-tv-kd11:1.4.19 #
ตุเมฺห เตน ปณฺฑิตตรา จ พฺยตฺตตรา จ พหุสฺสุตตรา จ อลมตฺถตรา จ✎ ร่าง
Tumhe tena paṇḍitatarā ca byattatarā ca bahussutatarā ca alamattatarā ca.
pli-tv-kd11:1.4.20 #
มา จสฺส ภายิตฺถ✎ ร่าง
Mā cassa bhāyittha.
pli-tv-kd11:1.4.21 #
มยํปิ ตุมฺหากํ ปกฺขา ภวิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Mayampi tumhākaṁ pakkhā bhavissāmā”ti.
pli-tv-kd11:1.4.22 #
เตน อนุปฺปนฺนานิ เจว ภณฺฑนานิ อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนานิ จ ภณฺฑนานิ ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena anuppannāni ceva bhaṇḍanāni uppajjanti, uppannāni ca bhaṇḍanāni bhiyyobhāvāya vepullāya saṁvattanti.
pli-tv-kd11:1.4.23 #
สงฺโฆ ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyakammaṁ karoti.
pli-tv-kd11:1.4.24 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมสฺส กรณํ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyassa kammassa karaṇaṁ, so tuṇhassa;
pli-tv-kd11:1.4.25 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
pli-tv-kd11:1.4.26 #
ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯ✎ ร่าง
Dutiyampi etamatthaṁ vadāmi—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 90.4
pli-tv-kd11:1.4.27 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
suṇātu me, bhante, saṅgho.
pli-tv-kd11:1.4.28 #
อิเม ปณฺฑุกโลหิตกา ภิกฺขู อตฺตนา ภณฺฑนการกา ฯเปฯ✎ ร่าง
Ime paṇḍukalohitakā bhikkhū attanā bhaṇḍanakārakā …pe…
pli-tv-kd11:1.4.29 #
สงฺเฆ อธิกรณการกา✎ ร่าง
saṅghe adhikaraṇakārakā,
pli-tv-kd11:1.4.30 #
เยปิ จญฺเญ ภิกฺขู ภณฺฑนการกา ฯเปฯ สงฺเฆ อธิกรณการกา เต อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
yepi caññe bhikkhū bhaṇḍanakārakā …pe… saṅghe adhikaraṇakārakā te upasaṅkamitvā evaṁ vadanti—
pli-tv-kd11:1.4.31 #
มา โข ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอโส อเชสิ✎ ร่าง
“mā kho tumhe, āyasmanto, eso ajesi.
pli-tv-kd11:1.4.32 #
พลวา พลวํ ปฏิมนฺเตถ✎ ร่าง
Balavābalavaṁ paṭimantetha.
pli-tv-kd11:1.4.33 #
ตุเมฺห เตน ปณฺฑิตตรา จ พฺยตฺตตรา จ พหุสฺสุตตรา จ อลมตฺถตรา จ✎ ร่าง
Tumhe tena paṇḍitatarā ca byattatarā ca bahussutatarā ca alamattatarā ca.
pli-tv-kd11:1.4.34 #
มา จสฺส ภายิตฺถ✎ ร่าง
Mā cassa bhāyittha.
pli-tv-kd11:1.4.35 #
มยํปิ ตุมฺหากํ ปกฺขา ภวิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Mayampi tumhākaṁ pakkhā bhavissāmā”ti.
pli-tv-kd11:1.4.36 #
เตน อนุปฺปนฺนานิ เจว ภณฺฑนานิ อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนานิ จ ภณฺฑนานิ ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena anuppannāni ceva bhaṇḍanāni uppajjanti, uppannāni ca bhaṇḍanāni bhiyyobhāvāya vepullāya saṁvattanti.
pli-tv-kd11:1.4.37 #
สงฺโฆ ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyakammaṁ karoti.
pli-tv-kd11:1.4.38 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมสฺส กรณํ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyassa kammassa karaṇaṁ, so tuṇhassa;
pli-tv-kd11:1.4.39 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
pli-tv-kd11:1.4.40 #
ตติยมฺปิ เอเตมตฺถํ วทามิ ฯ✎ ร่าง
Tatiyampi etamatthaṁ vadāmi—
อ้างอิงสยามรัฐ 6.6
pli-tv-kd11:1.4.41 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
suṇātu me, bhante, saṅgho.
pli-tv-kd11:1.4.42 #
อิเม ปณฺฑุกโลหิตกา ภิกฺขู อตฺตนา ภณฺฑนการกา ฯเปฯ✎ ร่าง
Ime paṇḍukalohitakā bhikkhū attanā bhaṇḍanakārakā …pe…
pli-tv-kd11:1.4.43 #
สงฺเฆ อธิกรณการกา✎ ร่าง
saṅghe adhikaraṇakārakā,
pli-tv-kd11:1.4.44 #
เยปิ จญฺเญ ภิกฺขู ภณฺฑนการกา ฯเปฯ สงฺเฆ อธิกรณการกา เต อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
yepi caññe bhikkhū bhaṇḍanakārakā …pe… saṅghe adhikaraṇakārakā te upasaṅkamitvā evaṁ vadanti—
pli-tv-kd11:1.4.45 #
มา โข ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอโส อเชสิ✎ ร่าง
“mā kho tumhe, āyasmanto, eso ajesi.
pli-tv-kd11:1.4.46 #
พลวา พลวํ ปฏิมนฺเตถ✎ ร่าง
Balavābalavaṁ paṭimantetha.
pli-tv-kd11:1.4.47 #
ตุเมฺห เตน ปณฺฑิตตรา จ พฺยตฺตตรา จ พหุสฺสุตตรา จ อลมตฺถตรา จ✎ ร่าง
Tumhe tena paṇḍitatarā ca byattatarā ca bahussutatarā ca alamattatarā ca.
pli-tv-kd11:1.4.48 #
มา จสฺส ภายิตฺถ✎ ร่าง
Mā cassa bhāyittha.
pli-tv-kd11:1.4.49 #
มยํปิ ตุมฺหากํ ปกฺขา ภวิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Mayampi tumhākaṁ pakkhā bhavissāmā”ti.
pli-tv-kd11:1.4.50 #
เตน อนุปฺปนฺนานิ เจว ภณฺฑนานิ อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนานิ จ ภณฺฑนานิ ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena anuppannāni ceva bhaṇḍanāni uppajjanti, uppannāni ca bhaṇḍanāni bhiyyobhāvāya vepullāya saṁvattanti.
pli-tv-kd11:1.4.51 #
สงฺโฆ ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyakammaṁ karoti.
pli-tv-kd11:1.4.52 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมสฺส กรณํ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyassa kammassa karaṇaṁ, so tuṇhassa;
pli-tv-kd11:1.4.53 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
pli-tv-kd11:1.4.54 #
กตํ สงฺเฆน ปณฺฑุกโลหิตกานํ ภิกฺขูนํ ตชฺชนียกมฺมํ✎ ร่าง
Kataṁ saṅghena paṇḍukalohitakānaṁ bhikkhūnaṁ tajjanīyakammaṁ.
pli-tv-kd11:1.4.55 #
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmī’”ti.
pli-tv-kd11:2.1.0 #
1.1. Adhammakammadvādasaka
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน