เนื้อความทั้งข้อ
[๒๐] สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้าย
เพลงขับ ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากย-
*บุตรเหล่านี้ สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ เหมือนพวกเราขับ ภิกษุ
ทั้งหลายได้ยินพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ...
ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้สวดพระธรรม
ด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ข่าวว่า ... จริงหรือ
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่ง
กะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลง
ขับ มีโทษ ๕ ประการนี้ คือ:-
๑. ตนยินดีในเสียงนั้น
๒. คนอื่นก็ยินดีในเสียงนั้น
๓. ชาวบ้านติเตียน
๔. สมาธิของผู้พอใจการทำเสียงย่อมเสียไป
๕. ภิกษุชั้นหลังจะถือเป็นเยี่ยงอย่าง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้แล ของภิกษุผู้สวดพระธรรมด้วย
ทำนองยาวคล้ายเพลงขับ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ
รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อายตเกน
คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū āyatakena gītassarena dhammaṁ gāyanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.9 · พุทธชยันตี 5.12
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
ยเถว มยํ คายาม เอวเมวิเม นาม ๒- สมณา สกฺยปุตฺติยา
อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“yatheva mayaṁ gāyāma, evamevime samaṇā sakyaputtiyā āyatakena gītassarena dhammaṁ gāyantī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ
มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
เย เต
ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ
หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายิสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū āyatakena gītassarena dhammaṁ gāyissantī”ti.
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
สจฺจํ กิร
ภิกฺขเว ฯเปฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ kira, bhikkhave …pe…
สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“saccaṁ, bhagavā”ti …pe…
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู
อามนฺเตสิ✎ ร่าง
dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา อายตเกน คีตสฺสเรน
ธมฺมํ คายนฺตสฺส✎ ร่าง
“pañcime, bhikkhave, ādīnavā āyatakena gītassarena dhammaṁ gāyantassa.
อตฺตโนปิ ๓- ตสฺมึ สเร สารชฺชติ ปเรปิ
ตสฺมึ สเร สารชฺชนฺติ คหปติกาปิ อุชฺฌายนฺติ สรกุตฺตึปิ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อาคจฺฉิสฺสนฺติ ฯ ๒ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๓ ม. ยุ. อตฺตนาปิ ฯ
นิกามยมานสฺส สมาธิสฺส ภงฺโค โหติ ปจฺฉิมา ชนตา
ทิฏฺฐานุคติมาปชฺชติ✎ ร่าง
Attanāpi tasmiṁ sare sārajjati, parepi tasmiṁ sare sārajjanti, gahapatikāpi ujjhāyanti, sarakuttimpi nikāmayamānassa samādhissa bhaṅgo hoti, pacchimā janatā diṭṭhānugatiṁ āpajjati—
อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา อายตเกน
คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺตสฺส✎ ร่าง
ime kho, bhikkhave, pañca ādīnavā āyatakena gītassarena dhammaṁ gāyantassa.
น ภิกฺขเว อายตเกน คีตสฺสเรน
ธมฺโม คายิตพฺโพ✎ ร่าง
Na, bhikkhave, āyatakena gītassarena dhammo gāyitabbo.
โย คาเยยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo gāyeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.