‹ กลับ
เรื่องพระอุปนนท์หวงกันเสนาสนะไว้ ๒ แห่ง
เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒ · ข้อ 283 · วิ.จุล.๒. ๗/๒๔๖๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๘๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระอุปนนทศากยบุตร ถือเสนาสนะ ไว้ในเขตพระนครสาวัตถีแล้ว ได้ไปสู่อาวาสใกล้ตำบลบ้านแห่งหนึ่ง และได้ถือ เสนาสนะในอาวาสนั้นอีก จึงภิกษุเหล่านั้นปรึกษากันว่า ท่านทั้งหลาย ท่าน พระอุปนนทศากยบุตรรูปนี้ เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ถ้าเธอจักอยู่จำพรรษาในอาวาสนี้ พวกเรา ทุกรูปจักอยู่ไม่ผาสุก ผิฉะนั้น เราจะถามเธอ จึงภิกษุเหล่านั้นได้ถามท่าน พระอุปนนทศากยบุตรว่า ท่านอุปนนท์ ท่านถือเสนาสนะในพระนครสาวัตถีแล้ว มิใช่หรือ อุ. ถูกละ ขอรับ ภิ. ท่านอุปนนท์ ก็ท่านรูปเดียว เหตุไรจึงหวงกันเสนาสนะไว้ถึงสอง แห่งเล่า อุ. ผมจะละที่นี่ไปเดี๋ยวนี้ละ ขอรับ จะถือเอาที่พระนครสาวัตถีนั้น บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า ไฉนท่านพระอุปนนทศากยบุตรรูปเดียว จึงได้หวงกันเสนาสนะไว้ถึงสองแห่ง แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามว่า ดูกรอุปนนท์ ข่าวว่า เธอรูปเดียวหวงกันเสนาสนะไว้ถึงสองแห่ง จริงหรือ ท่านพระอุปนนทศากยบุตรทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอผู้เดียว จึงหวงกันเสนาสนะไว้ถึงสองแห่งเล่า เธอถือในที่นั้นแล้ว ละในที่นี้ ถือใน ที่นี้แล้ว ละในที่นั้น เมื่อเป็นเช่นนี้เธอก็เป็นคนอยู่ภายนอกทั้งสองแห่ง การ กระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปเดียว ไม่พึงหวงกันเสนาสนะไว้สองแห่ง รูปใดหวงกัน ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เทียบรายประโยค (26 ประโยค)
pli-tv-kd16:12.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต สาวตฺถิยํ เสนาสนํ คเหตฺวา อญฺญตรํ คามกาวาสํ อคมาสิ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā upanando sakyaputto sāvatthiyaṁ senāsanaṁ gahetvā aññataraṁ gāmakāvāsaṁ agamāsi.
อ้างอิงPTS 2.168 · ฉัฏฐสังคายนา 90.298 · พุทธชยันตี 5.196
pli-tv-kd16:12.1.2 #
ตตฺรปิ ๒- เสนาสนํ อคเหสิ ฯ✎ ร่าง
Tatthapi senāsanaṁ aggahesi.
pli-tv-kd16:12.1.3 #
อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd16:12.1.4 #
อยํ โข อาวุโส อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ภณฺฑนการโก กลหการโก วิวาทการโก ภสฺสการโก สงฺเฆ อธิกรณการโก✎ ร่าง
“ayaṁ, āvuso, āyasmā upanando sakyaputto bhaṇḍanakārako kalahakārako vivādakārako bhassakārako saṅghe adhikaraṇakārako.
pli-tv-kd16:12.1.5 #
สจายํ อิธ วสฺสํ วสิสฺสติ สพฺเพ ว มยํ น ผาสุ วสิสฺสาม✎ ร่าง
Sacāyaṁ idha vassaṁ vasissati, sabbeva mayaṁ na phāsu bhavissāma.
pli-tv-kd16:12.1.6 #
หนฺท นํ ปุจฺฉามาติ ฯ✎ ร่าง
Handa naṁ pucchāmā”ti.
pli-tv-kd16:12.1.7 #
อถโข เต ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd16:12.1.8 #
นนุ ตยา อาวุโส อุปนนฺท สาวตฺถิยํ เสนาสนํ คหิตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“nanu tayā, āvuso upananda, sāvatthiyaṁ senāsanaṁ gahitan”ti?
pli-tv-kd16:12.1.9 #
เอวมาวุโสติ ฯ✎ ร่าง
“Evamāvuso”ti.
pli-tv-kd16:12.1.10 #
กึ ปน ตฺวํ อาวุโส อุปนนฺท เอโก เทฺว ปฏิพาหสีติ ฯ✎ ร่าง
“Kiṁ pana tvaṁ, āvuso upananda, eko dve paṭibāhasī”ti?
pli-tv-kd16:12.1.11 #
อิธทานาหํ อาวุโส มุญฺจามิ✎ ร่าง
“Idha dānāhaṁ, āvuso, muñcāmi;
pli-tv-kd16:12.1.12 #
ตตฺถ เต คณฺหามีติ ฯ✎ ร่าง
tattha gaṇhāmī”ti.
pli-tv-kd16:12.1.13 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ฯเปฯ เต @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปน ฯ ๒ ม. ยุ. ตตฺถปิ ฯ อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 7.129
pli-tv-kd16:12.1.14 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เอโก เทฺว ปฏิพาเหสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā upanando sakyaputto eko dve paṭibāhessatī”ti.
pli-tv-kd16:12.1.15 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
pli-tv-kd16:12.1.16 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท เอโก เทฺว ปฏิพาหสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, upananda, eko dve paṭibāhasī”ti?
pli-tv-kd16:12.1.17 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
pli-tv-kd16:12.1.18 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
pli-tv-kd16:12.1.19 #
กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส เอโก เทฺว ปฏิพาเหสฺสสิ✎ ร่าง
kathañhi nāma tvaṁ, moghapurisa, eko dve paṭibāhissasi?
pli-tv-kd16:12.1.20 #
ตตฺถ ตยา โมฆปุริส คหิตํ อิธ มุกฺกํ ๑- อิธ คหิตํ ๒- ตตฺร มุกฺกํ✎ ร่าง
Tattha tayā, moghapurisa, gahitaṁ idha muttaṁ, idha tayā gahitaṁ tatra muttaṁ.
pli-tv-kd16:12.1.21 #
เอวํ โข ตฺวํ โมฆปุริส อุภยตฺถ ปริพาหิโร✎ ร่าง
Evaṁ kho tvaṁ, moghapurisa, ubhayattha paribāhiro.
pli-tv-kd16:12.1.22 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
pli-tv-kd16:12.1.23 #
วิครหิตฺวา✎ ร่าง
vigarahitvā …pe…
pli-tv-kd16:12.1.24 #
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd16:12.1.25 #
น ภิกฺขเว เอเกน เทฺว ปฏิพาหิตพฺพา✎ ร่าง
“na, bhikkhave, ekena dve paṭibāhitabbā.
pli-tv-kd16:12.1.26 #
โย ปฏิพาเหยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo paṭibāheyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน