เนื้อความทั้งข้อ
[๓๘๒] สมัยต่อมา พระเทวทัตเสื่อมลาภสักการะแล้ว พร้อมทั้งบริษัท
ได้เที่ยวขอในสกุลทั้งหลายมาฉัน ประชาชนทั้งหลายต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน
โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร จึงเที่ยวขอในสกุลทั้งหลาย
มาฉันเล่า ของที่ปรุงเสร็จแล้วใครจะไม่พอใจ ของที่ดีใครจะไม่ชอบใจ
ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ พวกที่
เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระเทวทัตพร้อม
กับบริษัท จึงเที่ยวขอในสกุลทั้งหลายมาฉันเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี-
*พระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสถามว่า ดูกรเทวทัต ข่าวว่า เธอพร้อมกับบริษัท
เที่ยวขอในสกุลทั้งหลายมาฉัน จริงหรือ
พระเทวทัตทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะ
ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติโภชนะสำหรับ
๓ คนในสกุลแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจประโยชน์ ๓ ประการ คือ เพื่อข่ม
บุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่ผาสุกของภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่ออนุเคราะห์สกุลด้วย
หวังว่า ภิกษุทั้งหลายที่มีความปรารถนาลามกอย่าอาศัยฝักฝ่ายทำลายสงฆ์ ๑ ในการ
ฉันเป็นหมู่ พึงปรับอาบัติตามธรรม ฯ
เตน โข ปน สมเยน เทวทตฺโต ปริหีนลาภสกฺกาโร
สปริโส กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena devadatto parihīnalābhasakkāro sapariso kulesu viññāpetvā viññāpetvā bhuñjati.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.191 · พุทธชยันตี 5.296
มนุสฺสา
อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา
กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā kulesu viññāpetvā viññāpetvā bhuñjissanti.
กสฺส สมฺปนฺนํ
น มนาปํ กสฺส สาทุํ น รุจฺจตีติ ฯ✎ ร่าง
Kassa sampannaṁ na manāpaṁ, kassa sāduṁ na ruccatī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ
อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
เย เต ภิกฺขู
อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ
นาม เทวทตฺโต สปริโส กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา
ภุญฺชิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma devadatto sapariso kulesu viññāpetvā viññāpetvā bhuñjissatī”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
สจฺจํ กิร
ตฺวํ เทวทตฺต สปริโส กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา
ภุญฺชสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, devadatta, sapariso kulesu viññāpetvā viññāpetvā bhuñjasī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti …pe…
วิครหิตฺวา✎ ร่าง
vigarahitvā …pe…
ธมฺมึ กถํ กตฺวา
ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
เตนหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ กุเลสุ ติกโภชนํ
ปญฺญาเปสฺสามิ ตโย อตฺถวเส ปฏิจฺจ✎ ร่าง
“tena hi, bhikkhave, bhikkhūnaṁ kulesu tikabhojanaṁ paññapessāmi tayo atthavase paṭicca—
ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ
นิคฺคหาย✎ ร่าง
dummaṅkūnaṁ puggalānaṁ niggahāya;
เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย มา ภิกฺขู ๑-
ปาปิจฺฉา ปกฺขํ นิสฺสาย สงฺฆํ ภินฺเทยฺยุนฺติ✎ ร่าง
pesalānaṁ bhikkhūnaṁ phāsuvihārāya, ‘mā pāpicchā pakkhaṁ nissāya saṅghaṁ bhindeyyun’ti;
กุลานุทยตาย ๒-
จ✎ ร่าง
kulānuddayāya ca.
คณโภชเน ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
Gaṇabhojane yathādhammo kāretabbo”ti.