เนื้อความทั้งข้อ
[๓๙๔] ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรกล่าวสอน พร่ำสอนภิกษุทั้งหลาย
ด้วยธรรมีกถาอันเป็นอนุศาสนีเจือด้วยอาเทสนาปาฏิหาริย์ท่านพระมหาโมคคัลลานะ
กล่าวสอน พร่ำสอน ภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถาอันเป็นอนุศาสนีเจือด้วยอิทธิ
ปาฏิหาริย์ ขณะเมื่อภิกษุเหล่านั้นอันท่านพระสารีบุตรกล่าวสอนอยู่ พร่ำสอนอยู่
ด้วยอนุศาสนีเจือด้วยอาเทศนาปาฏิหาริย์ และอันท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าว
สอนอยู่ พร่ำสอนอยู่ ด้วยอนุศาสนีเจือด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ ดวงตาเห็นธรรมที่
ปราศจากธุลี ปราศจากมลทินได้เกิดขึ้นว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา ที่นั้น ท่านพระสารีบุตรเรียกภิกษุทั้งหลาย
มาว่า ท่านทั้งหลาย เราจักไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ผู้ใดชอบใจธรรมของพระผู้มี
พระภาคนั้น ผู้นั้นจงมา
ครั้งนั้น พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ พาภิกษุ ๕๐๐ รูปนั้นเข้า
ไปทางพระเวฬุวัน
ครั้งนั้น พระโกกาลิกะปลุกพระเทวทัตให้ลุกขึ้นด้วยคำว่าท่านเทวทัต ลุก
ขึ้นเถิด พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะพาภิกษุเหล่านั้นไปแล้ว เราบอกท่านแล้ว
มิใช่หรือว่า อย่าไว้วางใจพระสารีบุตรพระโมคคัลลานะ เพราะเธอทั้งสองมีความ
ปรารถนาลามก ถึงอำนาจความปรารถนาลามก
ครั้งนั้น โลหิตร้อนได้พุ่งออกจากปากพระเทวทัต ในที่นั้นเอง ฯ
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต อาเทสนาปาฏิหาริยานุสาสนิยา
ภิกฺขู ธมฺมิยา กถาย โอวทิ อนุสาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto ādesanāpāṭihāriyānusāsaniyā bhikkhū dhammiyā kathāya ovadi anusāsi.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.199 · พุทธชยันตี 5.310
อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน
อิทฺธิปาฏิหาริยานุสาสนิยา ภิกฺขู ธมฺมิยา กถาย โอวทิ อนุสาสิ ฯ✎ ร่าง
Āyasmā mahāmoggallāno iddhipāṭihāriyānusāsaniyā bhikkhū dhammiyā kathāya ovadi anusāsi.
อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ อายสฺมตา สารีปุตฺเตน อาเทสนา-
ปาฏิหาริยานุสาสนิยา อายสฺมตา จ มหาโมคฺคลฺลาเนน
@เชิงอรรถ: ๑ ม. กิลมนฺตสฺส ฯ ๒ ม. ยุ. นิทฺทา ฯ
อิทฺธิปาฏิหาริยานุสาสนิยา โอวทิยมานานํ อนุสาสิยมานานํ วิรชํ วีตมลํ
ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ bhikkhūnaṁ āyasmatā sāriputtena ādesanāpāṭihāriyānusāsaniyā āyasmatā ca mahāmoggallānena iddhipāṭihāriyānusāsaniyā ovadiyamānānaṁ anusāsiyamānānaṁ virajaṁ vītamalaṁ dhammacakkhuṁ udapādi—
ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
“yaṁ kiñci samudayadhammaṁ sabbaṁ taṁ nirodhadhamman”ti.
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto bhikkhū āmantesi—
คจฺฉาม มยํ อาวุโส
ภควโต สนฺติเก✎ ร่าง
“gacchāma mayaṁ, āvuso, bhagavato santike.
โย ตสฺส ภควโต ธมฺมํ โรเจติ ๑- โส อาคจฺฉตูติ ฯ✎ ร่าง
Yo tassa bhagavato dhammaṁ rocesi so āgacchatū”ti.
อถโข สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานา ตานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อาทาย
เยน เวฬุวนํ เตนุปสงฺกมึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sāriputtamoggallānā tāni pañcabhikkhusatāni ādāya yena veḷuvanaṁ tenupasaṅkamiṁsu.
อถ โข โกกาลิโก เทวทตฺตํ
อุฏฺฐาเปสิ✎ ร่าง
Atha kho kokāliko devadattaṁ uṭṭhāpesi—
อุฏฺเฐหิ อาวุโส เทวทตฺต นีตา เต ภิกฺขู สารีปุตฺต-
โมคฺคลฺลาเนหิ✎ ร่าง
“uṭṭhehi, āvuso devadatta, nītā te bhikkhū sāriputtamoggallānehi.
นนุ ตฺวํ อาวุโส เทวทตฺต มยา วุตฺโต✎ ร่าง
Nanu tvaṁ, āvuso devadatta, mayā vutto—
มา อาวุโส
เทวทตฺต สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนหิ วิสฺสาสิ✎ ร่าง
‘mā, āvuso devadatta, sāriputtamoggallāne vissāsi.
ปาปิจฺฉา สารีปุตฺต-
โมคฺคลฺลานา ปาปิกานํ อิจฺฉานํ วสํ คตาติ ฯ✎ ร่าง
Pāpicchā sāriputtamoggallānā, pāpikānaṁ icchānaṁ vasaṁ gatā’”ti?
อถโข เทวทตฺตสฺส
ตตฺเถว อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคญฺฉิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho devadattassa tattheva uṇhaṁ lohitaṁ mukhato uggañchi.