เนื้อความทั้งข้อ
[๓๙๕] ครั้งนั้น พระสารีบุตรพระโมคคัลลานะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค
ถวายบังคมนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อท่านพระสารีบุตรนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้
กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอประทานพระวโรกาส ภิกษุทั้งหลาย
ผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลาย พึงอุปสมบทใหม่
พ. อย่าเลย สารีบุตร เธออย่าพอใจการอุปสมบทใหม่ของพวกภิกษุผู้
ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายเลย ดูกรสารีบุตร ถ้าเช่นนั้น เธอจงให้พวกภิกษุผู้
ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายแสดงอาบัติถุลลัจจัย ก็เทวทัตปฏิบัติแก่เธออย่างไร
ส. พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมีกถาให้ภิกษุทั้งหลาย
เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ตลอดราตรีเป็นอันมาก แล้วได้รับสั่งกะ-
*ข้าพระพุทธเจ้าว่า ดูกรสารีบุตร ภิกษุสงฆ์ปราศจากถีนมิทธะแล้ว ธรรมีกถาของภิกษุ
ทั้งหลายจงแจ่มแจ้งแก่เธอ เราเมื่อยหลัง ดังนี้ ฉันใด พระเทวทัต ก็ได้ปฏิบัติ
ฉันนั้นเหมือนกัน พระพุทธเจ้าข้า ฯ
อถโข สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ
อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sāriputtamoggallānā yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdisuṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.200
เอกมนฺตํ
นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho āyasmā sāriputto bhagavantaṁ etadavoca—
อ้างอิงPTS 2.201
สาธุ ภนฺเต
เภทกานุวตฺตกา ภิกฺขู ปุน อุปสมฺปชฺเชยฺยุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“sādhu, bhante, bhedakānuvattakā bhikkhū puna upasampajjeyyun”ti.
อลํ สารีปุตฺต✎ ร่าง
“Alaṁ, sāriputta.
มา เต รุจฺจิ เภทกานุวตฺตกานํ ภิกฺขูนํ ปุน อุปสมฺปทา✎ ร่าง
Mā te rucci bhedakānuvattakānaṁ bhikkhūnaṁ puna upasampadā.
เตนหิ
ตฺวํ สารีปุตฺต เภทกานุวตฺตเก ภิกฺขู ถุลฺลจฺจยํ เทสาเปหิ✎ ร่าง
Tena hi tvaṁ, sāriputta, bhedakānuvattake bhikkhū thullaccayaṁ desāpehi.
กถํ
ปน เต สารีปุตฺต เทวทตฺโต ปฏิปชฺชีติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ pana te, sāriputta, devadatto paṭipajjī”ti?
ยเถว ภนฺเต ภควา
พหุเทว รตฺตึ ภิกฺขู ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา
สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา มํ อชฺเฌสิ✎ ร่าง
“Yatheva, bhante, bhagavā bahudeva rattiṁ bhikkhū dhammiyā kathāya sandassetvā samādapetvā samuttejetvā sampahaṁsetvā maṁ ajjhesati—
วิคตถีนมิทฺโธ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. โรเจสิ ฯ
โข สารีปุตฺต ภิกฺขุสงฺโฆ✎ ร่าง
‘vigatathinamiddho kho, sāriputta, bhikkhusaṅgho;
ปฏิภาตุ ตํ สารีปุตฺต ภิกฺขูนํ ธมฺมี
กถา ปิฏฺฐิ เม อาคิลายติ ตมหํ อายมิสฺสามีติ✎ ร่าง
paṭibhātu taṁ, sāriputta, bhikkhūnaṁ dhammī kathā, piṭṭhi me āgilāyati, tamahaṁ āyamissāmī’ti.
เอวเมว โข
ภนฺเต เทวทตฺโต ปฏิปชฺชีติ ฯ✎ ร่าง
Evameva kho, bhante, devadatto paṭipajjī”ti.