เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๑] อย่างไร ภิกษุผู้บอกลาสิกขา ชื่อว่านั่งอยู่ในบริษัทนั้น ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บอกลาสิกขาด้วยอาการ ด้วยเพศ ด้วย
นิมิตเหล่าใด ภิกษุเห็นภิกษุบอกลาสิกขาด้วยอาการ ด้วยเพศ ด้วยนิมิตเหล่านั้น
ก็ภิกษุไม่เคยเห็นภิกษุผู้บอกลาสิกขาเลย แต่ภิกษุบอกแก่ภิกษุว่า ท่าน ภิกษุ
มีชื่อนี้บอกลาสิกขา ก็ภิกษุไม่เคยเห็นภิกษุผู้บอกลาสิกขาเลย แม้ภิกษุอื่นก็ไม่เคย
บอกแก่ภิกษุว่า ท่าน ภิกษุรูปนี้บอกลาสิกขา แต่ภิกษุนั้นแหละบอกแก่ภิกษุว่า
ท่าน ผมบอกลาสิกขาแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหวังอยู่ ครั้นถึงวันอุโบสถ
๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ เมื่อบุคคลนั้นอยู่พร้อมหน้าสงฆ์ พึงประกาศในท่ามกลาง
สงฆ์ ด้วยได้เห็น ด้วยได้ยิน ด้วยรังเกียจนั้นว่า
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า บุคคลมีชื่อนี้ บอกลาสิกขาแล้ว
ข้าพเจ้างดปาติโมกข์แก่เธอ เมื่อเธอยังอยู่พร้อมหน้าสงฆ์ ไม่พึงสวดปาติโมกข์
ดังนี้ การงดปาติโมกข์เป็นธรรม ฯ
กถํ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตโก ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ sikkhaṁ paccakkhātako tassaṁ parisāyaṁ nisinno hoti?
อ้างอิงสยามรัฐ 7.303 · พุทธชยันตี 5.446
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ๒- เยหิ อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ฯ ๒ ม. ยุ. รา อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ฯ
เยหิ นิมิตฺเตหิ สิกฺขา ปจฺจกฺขาตา โหติ เตหิ อากาเรหิ เตหิ
ลิงฺเคหิ เตหิ นิมิตฺเตหิ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ สิกฺขํ ปจฺจกฺขนฺตํ✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu yehi ākārehi yehi liṅgehi yehi nimittehi sikkhā paccakkhātā hoti, tehi ākārehi tehi liṅgehi tehi nimittehi bhikkhu bhikkhuṁ passati sikkhaṁ paccakkhantaṁ.
น เหว โข ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ สิกฺขํ ปจฺจกฺขนฺตํ อปิจ อญฺโญ
ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
Na heva kho bhikkhu bhikkhuṁ passati sikkhaṁ paccakkhantaṁ, api ca añño bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อิตฺถนฺนาเมน อาวุโส ภิกฺขุนา สิกฺขา
ปจฺจกฺขาตาติ✎ ร่าง
‘itthannāmena, āvuso, bhikkhunā sikkhā paccakkhātā’ti.
น เหว โข ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ สิกฺขํ ปจฺจกฺขนฺตํ
น ปิ อญฺโญ ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
Na heva kho bhikkhu bhikkhuṁ passati sikkhaṁ paccakkhantaṁ, nāpi añño bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อ้างอิงPTS 2.245
อิตฺถนฺนาเมน อาวุโส
ภิกฺขุนา สิกฺขา ปจฺจกฺขาตาติ อปิจ โส ว ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส
อาโรเจติ✎ ร่าง
‘itthannāmena, āvuso, bhikkhunā sikkhā paccakkhātā’ti, api ca sova bhikkhu bhikkhussa āroceti—
มยา อาวุโส สิกฺขา ปจฺจกฺขาตาติ✎ ร่าง
‘mayā, āvuso, sikkhā paccakkhātā’ti.
อากงฺขมาโน
ภิกฺขเว ภิกฺขุ เตน ทิฏฺเฐน เตน สุเตน ตาย ปริสงฺกาย ตทหุโปสเถ
จาตุทฺทเส วา ปณฺณรเส วา ตสฺมึ ปุคฺคเล สมฺมุขีภูเต สงฺฆมชฺเฌ
อุทาหเรยฺย✎ ร่าง
Ākaṅkhamāno, bhikkhave, bhikkhu tena diṭṭhena tena sutena tāya parisaṅkāya tadahuposathe cātuddase vā pannarase vā tasmiṁ puggale sammukhībhūte saṅghamajjhe udāhareyya—
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อิตฺถนฺนาเมน ปุคฺคเลน
สิกฺขา ปจฺจกฺขาตา ตสฺส ปาติโมกฺขํ ฐเปมิ น ตสฺมึ สมฺมุขีภูเต
ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Itthannāmena puggalena sikkhā paccakkhātā, tassa pātimokkhaṁ ṭhapemi, na tasmiṁ sammukhībhūte pātimokkhaṁ uddisitabbanti—
ธมฺมิกํ ปาติโมกฺขฏฺฐปนํ ฯ✎ ร่าง
dhammikaṁ pātimokkhaṭṭhapanaṁ’.