‹ กลับ
โปฏฐปาทสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 300 · ที.สี. ๙/๖๐๒๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๐๐] ดูกรโปฏฐปาทะ เหมือนอย่างว่า บุรุษพึงกล่าวอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าปรารถนา รักใคร่นางชนปทกัลยาณีในชนบทนี้ ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ นางชนปท- *กัลยาณีที่พ่อปรารถนารักใคร่นั้น พ่อรู้จักเขาแล้วหรือว่า เป็นนางกษัตริย์หรือนางพราหมณี นางแพศย์หรือนางศูทร เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงตอบว่า หามิได้ ชนทั้งหลายพึงกล่าว กะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ นางชนปทกัลยาณีที่พ่อปรารถนารักใคร่นั้น พ่อรู้จักเขาแล้วหรือว่า มีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้ สูงต่ำ หรือสันทัด ดำคล้ำ หรือสีทอง อยู่ในบ้าน นิคม หรือ นครโน้น เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาพึงตอบว่า หามิได้ ชนทั้งหลายก็จะพึงกล่าวกะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ พ่อปรารถนารักใคร่หญิงที่พ่อไม่รู้จักไม่เคยเห็นหรือ เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาก็จะตอบว่า อย่างนั้น ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของบุรุษนั้น ย่อมถึงความเป็นคำไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ. ถูกแล้ว พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของบุรุษนั้นย่อมถึงความเป็นคำไม่มี ปาฏิหาริย์. ดูกรโปฏฐปาทะ แม้สมณพราหมณ์ที่มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า เบื้องหน้าแต่ตายไป อัตตามีสุขโดยส่วนเดียว หาโรคมิได้ มีอยู่ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เราเข้าไปหาสมณพราหมณ์ พวกนั้นแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ได้ยินว่า ท่านมีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า เบื้องหน้าแต่ตายไป อัตตามีสุขโดยส่วนเดียว หาโรคมิได้ มีอยู่จริงหรือ ถ้าสมณพราหมณ์พวกนั้นถูกเราถามอย่างนี้ แล้วปฏิญญาว่าจริง เราจะกล่าวกะเขาว่า เออก็ท่านยังรู้เห็นโลกมีสุขโดยส่วนเดียวบ้างหรือ เมื่อ เขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาจะตอบว่าหามิได้ เราจะกล่าวกะเขาว่า เออก็ ท่านรู้ว่าอัตตามีสุขโดย ส่วนเดียว ชั่ววันหนึ่ง คืนหนึ่ง หรือกึ่งวัน กึ่งคืน เมื่อถูกเขาถามอย่างนี้แล้ว เขาจะตอบว่า หามิได้ เราจะกล่าวกะเขาว่า เออก็ ท่านยังรู้ว่า นี้มรรคา นี้ข้อปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งโลกมีสุข โดยส่วนเดียวบ้างหรือ เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาจะตอบว่า หามิได้ เราจะกล่าวกะเขาว่า เออ ก็ท่านยังได้ยินเสียงพวกเทวดาผู้เข้าถึงโลกมีสุขโดยส่วนเดียว ผู้กำลังพูดกันว่า ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติตรงแล้ว เพื่อทำให้แจ้งซึ่งโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว แม้ถึงข้าพเจ้าก็ปฏิบัติ อย่างนี้ จึงเข้าถึงโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียวแล้ว ดังนี้บ้างหรือ เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาจะ ตอบว่า หามิได้ ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิต ของสมณพราหมณ์เหล่านั้น ถึงความเป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์มิใช่หรือ. ถูกแล้ว พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของสมณพราหมณ์เหล่านั้น ถึงความ เป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์.
เทียบรายประโยค (37 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 9
dn9:35.1 #
เสยฺยถาปิ โปฏฺฐปาท ปุริโส เอวํ วเทยฺย✎ ร่าง
“Seyyathāpi, poṭṭhapāda, puriso evaṁ vadeyya:
ดูกรโปฏฐปาทะ เหมือนอย่างว่า บุรุษพึงกล่าวอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าปรารถนา รักใคร่นางชนปทกัลยาณีในชนบทนี้🤖 AI จับคู่
“Suppose, Poṭṭhapāda, a man were to say:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 1.171
dn9:35.2 #
อหํ ยา อิมสฺมึ ชนปเท ชนปทกลฺยาณี ตํ อิจฺฉามิ ตํ กาเมมีติ✎ ร่าง
‘ahaṁ yā imasmiṁ janapade janapadakalyāṇī, taṁ icchāmi taṁ kāmemī’ti.
‘Whoever the finest lady in the land is, it is her that I want, her that I desire!’
dn9:35.3 #
ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
Tamenaṁ evaṁ vadeyyuṁ:
ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ นางชนปท- *กัลยาณีที่พ่อปรารถนารักใคร่นั้น พ่อรู้จักเขาแล้วหรือว่า เป็นนางกษัตริย์หรือนางพราหมณี นางแพศย์หรือนางศูทร🤖 AI จับคู่
They’d say to him,
dn9:35.4 #
อมฺโภ ปุริส ยํ ตฺวํ ชนปทกลฺยาณึ อิจฺฉสิ กาเมสิ ชานาสิ ตํ ชนปทกลฺยาณึ ขตฺติยึ วา พฺราหฺมณึ วา เวสฺสึ วา สุทฺทึ วาติ ฯ✎ ร่าง
‘ambho purisa, yaṁ tvaṁ janapadakalyāṇiṁ icchasi kāmesi, jānāsi taṁ janapadakalyāṇiṁ khattiyī vā brāhmaṇī vā vessī vā suddī vā’ti?
‘My man, that finest lady in the land who you desire—do you know whether she’s an aristocrat, a brahmin, a peasant, or a menial?’
dn9:35.5 #
อิติ ปุฏฺโฐ โนติ วเทยฺย✎ ร่าง
Iti puṭṭho ‘no’ti vadeyya.
Asked this, he’d say, ‘No.’
dn9:35.6 #
ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
Tamenaṁ evaṁ vadeyyuṁ:
They’d say to him,
dn9:35.7 #
อมฺโภ ปุริส ยํ ตฺวํ ชนปทกลฺยาณึ อิจฺฉสิ กาเมสิ ชานาสิ ตํ ชนปทกลฺยาณึ เอวํนามา วา เอวํโคตฺตา วา ทีฆา วา รสฺสา วา มชฺฌิมา วา กณฺหา วา สามา วา มงฺคุรจฺฉวิ วาติ อสุกสฺมึ คาเม วา นิคเม วา นคเร วาติ ฯ✎ ร่าง
‘ambho purisa, yaṁ tvaṁ janapadakalyāṇiṁ icchasi kāmesi, jānāsi taṁ janapadakalyāṇiṁ evaṁnāmā evaṅgottāti vā, dīghā vā rassā vā majjhimā vā kāḷī vā sāmā vā maṅguracchavī vāti, amukasmiṁ gāme vā nigame vā nagare vā’ti?
ชนทั้งหลายพึงกล่าว กะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ นางชนปทกัลยาณีที่พ่อปรารถนารักใคร่นั้น พ่อรู้จักเขาแล้วหรือว่า มีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้ สูงต่ำ หรือสันทัด ดำคล้ำ หรือสีทอง อยู่ในบ้าน นิคม หรือ นครโน้น🤖 AI จับคู่
‘My man, that finest lady in the land who you desire—do you know her name or clan? Whether she’s tall or short or medium? Whether her skin is black, brown, or dingy? What village, town, or city she comes from?’
dn9:35.8 #
อิติ ปุฏฺโฐ โนติ วเทยฺย✎ ร่าง
Iti puṭṭho ‘no’ti vadeyya.
Asked this, he’d say, ‘No.’
dn9:35.9 #
ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
Tamenaṁ evaṁ vadeyyuṁ:
They’d say to him,
dn9:35.10 #
อมฺโภ ปุริส ยํ ตฺวํ น ชานาสิ น ปสฺสสิ ตํ ตฺวํ อิจฺฉสิ กาเมสีติ ฯ✎ ร่าง
‘ambho purisa, yaṁ tvaṁ na jānāsi na passasi, taṁ tvaṁ icchasi kāmesī’ti?
ชนทั้งหลายก็จะพึงกล่าวกะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ พ่อปรารถนารักใคร่หญิงที่พ่อไม่รู้จักไม่เคยเห็นหรือ เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาก็จะตอบว่า อย่างนั้น🤖 AI จับคู่
‘My man, do you desire someone who you’ve never even known or seen?’
dn9:35.11 #
อิติ ปุฏฺโฐ อามาติ วเทยฺย ฯ✎ ร่าง
Iti puṭṭho ‘āmā’ti vadeyya.
Asked this, he’d say, ‘Yes.’
dn9:35.12 #
ตํ กึ มญฺญสิ โปฏฺฐปาท✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, poṭṭhapāda,
ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของบุรุษนั้น ย่อมถึงความเป็นคำไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ🤖 AI จับคู่
What do you think, Poṭṭhapāda?
อ้างอิงสยามรัฐ 9.239
dn9:35.13 #
นนุ เอวํ สนฺเต ตสฺส ปุริสสฺส อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
nanu evaṁ sante tassa purisassa appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti?
This being so, doesn’t that man’s statement turn out to have no demonstrable basis?”
dn9:35.14 #
อทฺธา โข ภนฺเต เอวํ สนฺเต ตสฺส ปุริสสฺส อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
“Addhā kho, bhante, evaṁ sante tassa purisassa appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti.
ถูกแล้ว พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของบุรุษนั้นย่อมถึงความเป็นคำไม่มี ปาฏิหาริย์🤖 AI จับคู่
“Clearly that’s the case, sir.”
dn9:36.1 #
เอวเมว โข โปฏฺฐปาท เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน✎ ร่าง
“Evameva kho, poṭṭhapāda, ye te samaṇabrāhmaṇā evaṁvādino evaṁdiṭṭhino:
ดูกรโปฏฐปาทะ แม้สมณพราหมณ์ที่มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า เบื้องหน้าแต่ตายไป อัตตามีสุขโดยส่วนเดียว หาโรคมิได้ มีอยู่ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน🤖 AI จับคู่
“In the same way, the ascetics and brahmins who have that doctrine and view …
อ้างอิงPTS 1.194 · พุทธชยันตี 7.422
dn9:36.2 #
เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรมฺมรณาติ✎ ร่าง
‘ekantasukhī attā hoti arogo paraṁ maraṇā’ti.
dn9:36.3 #
ตฺยาหํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ upasaṅkamitvā evaṁ vadāmi:
dn9:36.4 #
สจฺจํ กิร ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน✎ ร่าง
‘saccaṁ kira tumhe āyasmanto evaṁvādino evaṁdiṭṭhino:
dn9:36.5 #
เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรมฺมรณาติ ฯ✎ ร่าง
“ekantasukhī attā hoti arogo paraṁ maraṇā”’ti?
dn9:36.6 #
เต เจ เม เอวํ ปุฏฺฐา อามาติ ปฏิชานนฺติ✎ ร่าง
Te ce me evaṁ puṭṭhā ‘āmā’ti paṭijānanti.
dn9:36.7 #
ตฺยาหํ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ evaṁ vadāmi:
dn9:36.8 #
อปิจ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอกนฺตสุขํ โลกํ ชานํ ปสฺสํ วิหรถาติ ฯ✎ ร่าง
‘api pana tumhe āyasmanto ekantasukhaṁ lokaṁ jānaṁ passaṁ viharathā’ti?
dn9:36.9 #
อิติ ปุฏฺฐา โนติ วทนฺติ✎ ร่าง
Iti puṭṭhā ‘no’ti vadanti.
dn9:36.10 #
ตฺยาหํ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ evaṁ vadāmi:
dn9:36.11 #
อปิจ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอกํ วา รตฺตึ เอกํ วา ทิวสํ อุปฑฺฒํ วา รตฺตึ อุปฑฺฒํ วา ทิวสํ เอกนฺตสุขึ อตฺตานํ สมฺปชานถาติ ฯ✎ ร่าง
‘api pana tumhe āyasmanto ekaṁ vā rattiṁ ekaṁ vā divasaṁ upaḍḍhaṁ vā rattiṁ upaḍḍhaṁ vā divasaṁ ekantasukhiṁ attānaṁ sañjānāthā’ti?
dn9:36.12 #
อิติ ปุฏฺฐา โนติ วทนฺติ✎ ร่าง
Iti puṭṭhā ‘no’ti vadanti.
dn9:36.13 #
ตฺยาหํ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ evaṁ vadāmi:
dn9:36.14 #
อปิจ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต ชานาถ✎ ร่าง
‘api pana tumhe āyasmanto jānātha:
dn9:36.15 #
อยํ มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอกนฺตสุขสฺส โลกสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ✎ ร่าง
“ayaṁ maggo ayaṁ paṭipadā ekantasukhassa lokassa sacchikiriyāyā”’ti?
dn9:36.16 #
อิติ ปุฏฺฐา โนติ วทนฺติ✎ ร่าง
Iti puṭṭhā ‘no’ti vadanti.
dn9:36.17 #
ตฺยาหํ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ evaṁ vadāmi:
dn9:36.18 #
อปิจ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต ยา ตา เทวตา เอกนฺตสุขํ โลกํ อุปปนฺนา ตาสํ ภาสมานานํ สทฺทํ สุณาถ✎ ร่าง
‘api pana tumhe āyasmanto yā tā devatā ekantasukhaṁ lokaṁ upapannā, tāsaṁ bhāsamānānaṁ saddaṁ suṇātha:
dn9:36.19 #
สุปฏิปนฺนตฺถ มาริสา อุชุปฏิปนฺนตฺถ มาริสา เอกนฺตสุขสฺส โลกสฺส สจฺฉิกิริยาย✎ ร่าง
“suppaṭipannāttha, mārisā, ujuppaṭipannāttha, mārisā, ekantasukhassa lokassa sacchikiriyāya;
dn9:36.20 #
มยํปิ หิ มาริสา เอวํปฏิปนฺนา เอกนฺตสุขํ โลกํ อุปปนฺนาติ ฯ✎ ร่าง
mayampi hi, mārisā, evaṁpaṭipannā ekantasukhaṁ lokaṁ upapannā”’ti?
dn9:36.21 #
อิติ ปุฏฺฐา โนติ วทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Iti puṭṭhā ‘no’ti vadanti.
dn9:36.22 #
ตํ กึ มญฺญสิ โปฏฺฐปาท นนุ เอวํ สนฺเต เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, poṭṭhapāda, nanu evaṁ sante tesaṁ samaṇabrāhmaṇānaṁ appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti?
ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิต ของสมณพราหมณ์เหล่านั้น ถึงความเป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์มิใช่หรือ🤖 AI จับคู่
Doesn’t what they say turn out to have no demonstrable basis?”
อ้างอิงสยามรัฐ 9.240 · ฉัฏฐสังคายนา 1.172
dn9:36.23 #
อทฺธา โข ภนฺเต เอวํ สนฺเต เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
“Addhā kho, bhante, evaṁ sante tesaṁ samaṇabrāhmaṇānaṁ appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti.
ถูกแล้ว พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของสมณพราหมณ์เหล่านั้น ถึงความ เป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์🤖 AI จับคู่
“Clearly that’s the case, sir.”
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน