‹ กลับ
โปฏฐปาทสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 301 · ที.สี. ๙/๖๐๒๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๐๑] ดูกรโปฏฐปาทะ เหมือนอย่างว่า บุรุษพึงทำพะองที่หนทางสี่แพร่งเพื่อขึ้น ปราสาท ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ ท่านจะทำพะองเพื่อขึ้นปราสาท ท่าน รู้จักปราสาทนั้นแล้วหรือว่า อยู่ทางทิศตะวันออกหรือทิศใต้ ทิศตะวันตกหรือทิศเหนือ ตัว ปราสาทสูงหรือต่ำหรือพอปานกลาง เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาจะตอบว่า หามิได้ ชน ทั้งหลายก็จะกล่าวกะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ ท่านจะทำพะองขึ้นปราสาทท่านไม่รู้จักไม่เคยเห็น นั้นหรือ เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาก็จะตอบว่าเออ ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านจะสำคัญ ความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของบุรุษนั้นย่อมถึงความเป็นคำไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ. ถูกแล้ว พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของบุรุษนั้น ย่อมถึงความเป็นคำ ไม่มีปาฏิหาริย์. ดูกรโปฏฐปาทะ แม้สมณพราหมณ์ทั้งหลายที่มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า เบื้องหน้า แต่ตายไป อัตตามีสุขโดยส่วนเดียว หาโรคมิได้ มีอยู่ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เราเข้าไปหา สมณพราหมณ์พวกนั้นแล้ว กล่าวอย่างนี้ว่า ได้ยินว่าท่านมีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า เบื้องหน้าแต่ตายไป อัตตามีสุขโดยส่วนเดียว หาโรคมิได้ มีอยู่จริงหรือ ถ้าสมณพราหมณ์ พวกนั้นถูกเราถามอย่างนี้แล้ว ปฏิญญาว่าจริง เราจะกล่าวกะเขาว่า เออก็ ท่านยังรู้เห็นว่าโลกมี สุขโดยส่วนเดียวบ้างหรือ เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาจะตอบว่า หามิได้ เราจะกล่าวกะเขาว่า เออก็ ท่านรู้ว่าอัตตามีสุขโดยส่วนเดียว ชั่ววันหนึ่ง คืนหนึ่ง หรือกึ่งวัน กึ่งคืน เมื่อเขาถูกถาม อย่างนี้แล้ว เขาจะตอบว่า หามิได้ เราจะกล่าวกะเขาว่า เออ ก็ท่านยังรู้ว่า นี้มรรคา นี้ข้อปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งโลกมีสุขโดยส่วนเดียวบ้างหรือ เมื่อเขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาจะตอบว่า หามิได้ เราจะกล่าวกะเขาว่า เออก็ ท่านยังได้ยินเสียงพวกเทวดาผู้เข้าถึงโลกมีสุขโดยส่วนเดียว ผู้กำลังพูด กันว่า ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติตรงแล้ว เพื่อทำให้แจ้งซึ่งโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว แม้ถึงข้าพเจ้าก็ปฏิบัติอย่างนี้ จึงเข้าถึงโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียวแล้ว ดังนี้บ้างหรือ เมื่อ เขาถูกถามอย่างนี้แล้ว เขาจะตอบว่า หามิได้ ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของสมณพราหมณ์เหล่านั้น ถึงความเป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ. ถูกแล้ว พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของสมณพราหมณ์เหล่านั้น ถึงความ เป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์.
เทียบรายประโยค (32 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 7
dn9:37.1 #
เสยฺยถาปิ โปฏฺฐปาท ปุริโส จาตุมฺมหาปเถ นิสฺเสณึ กเรยฺย ปาสาทสฺส อาโรหนาย✎ ร่าง
“Seyyathāpi, poṭṭhapāda, puriso cātumahāpathe nisseṇiṁ kareyya pāsādassa ārohaṇāya.
ดูกรโปฏฐปาทะ เหมือนอย่างว่า บุรุษพึงทำพะองที่หนทางสี่แพร่งเพื่อขึ้น ปราสาท ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ ท่านจะทำพะองเพื่อขึ้นปราสาท ท่าน รู้จักปราสาทนั้นแล้วหรือว่า อยู่ทางทิศตะวันออกหรือทิศใต้ ทิศตะวันตกหรือทิศเหนือ ตัว ปราสาทสูงหรือต่ำหรือพอปานกลาง🤖 AI จับคู่
“Suppose a man was to build a ladder at the crossroads for climbing up to a stilt longhouse.
dn9:37.2 #
ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
Tamenaṁ evaṁ vadeyyuṁ:
They’d say to him,
dn9:37.3 #
อมฺโภ ปุริส ยสฺส ตฺวํ ปาสาทสฺส อาโรหนาย นิสฺเสณึ กโรสิ ชานาสิ ตํ ปาสาทํ ปุรตฺถิมาย วา ทิสาย ทกฺขิณาย วา ทิสาย ปจฺฉิมาย วา ทิสาย อุตฺตราย วา ทิสาย อุจฺโจ วา นีโจ วา มชฺโฌ วาติ ฯ✎ ร่าง
‘ambho purisa, yassa tvaṁ pāsādassa ārohaṇāya nisseṇiṁ karosi, jānāsi taṁ pāsādaṁ puratthimāya vā disāya dakkhiṇāya vā disāya pacchimāya vā disāya uttarāya vā disāya ucco vā nīco vā majjhimo vā’ti?
‘Mister, that stilt longhouse for which you’re building a ladder—do you know whether it’s to the north, south, east, or west? Or whether it’s tall or short or medium?’
dn9:37.4 #
อิติ ปุฏฺโฐ โนติ วเทยฺย ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
Iti puṭṭho ‘no’ti vadeyya.
Asked this, he’d say, ‘No.’
dn9:37.6 #
อมฺโภ ปุริส ยํ ตฺวํ น ชานาสิ น ปสฺสสิ ตสฺส ตฺวํ ปาสาทสฺส อาโรหนาย นิสฺเสณึ กโรสีติ ฯ✎ ร่าง
‘ambho purisa, yaṁ tvaṁ na jānāsi na passasi, tassa tvaṁ pāsādassa ārohaṇāya nisseṇiṁ karosī’ti?
‘My man, are you building a ladder for a longhouse that you’ve never even known or seen?’
dn9:37.7 #
อิติ ปุฏฺโฐ อามาติ วเทยฺย ฯ✎ ร่าง
Iti puṭṭho ‘āmā’ti vadeyya.
Asked this, he’d say, ‘Yes.’
dn9:37.8 #
ตํ กึ มญฺญสิ โปฏฺฐปาท✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, poṭṭhapāda,
ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของบุรุษนั้นย่อมถึงความเป็นคำไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ🤖 AI จับคู่
What do you think, Poṭṭhapāda?
dn9:37.9 #
นนุ เอวํ สนฺเต ตสฺส ปุริสสฺส อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
nanu evaṁ sante tassa purisassa appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti?
This being so, doesn’t that man’s statement turn out to have no demonstrable basis?”
dn9:37.10 #
อทฺธา โข ภนฺเต เอวํ สนฺเต ตสฺส ปุริสสฺส อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
“Addhā kho, bhante, evaṁ sante tassa purisassa appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti.
ถูกแล้ว พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของบุรุษนั้น ย่อมถึงความเป็นคำไม่มีปาฏิหาริย์🤖 AI จับคู่
“Clearly that’s the case, sir.”
dn9:38.1 #
เอวเมว โข โปฏฺฐปาท เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน✎ ร่าง
“Evameva kho, poṭṭhapāda, ye te samaṇabrāhmaṇā evaṁvādino evaṁdiṭṭhino:
ดูกรโปฏฐปาทะ แม้สมณพราหมณ์ทั้งหลายที่มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า เบื้องหน้าแต่ตายไป อัตตามีสุขโดยส่วนเดียว หาโรคมิได้ มีอยู่ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน🤖 AI จับคู่
“In the same way, the ascetics and brahmins who have those various doctrines and views …
อ้างอิงPTS 1.195 · พุทธชยันตี 7.424
dn9:38.2 #
เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณาติ✎ ร่าง
‘ekantasukhī attā hoti arogo paraṁ maraṇā’ti.
ความได้อัตตาที่หยาบเป็นไฉน คือ อัตตาที่มีรูป ประกอบด้วยมหาภูต ๔ บริโภคกวฬิงการาหาร นี้ความได้อัตตาที่หยาบ🤖 AI จับคู่
dn9:38.3 #
ตฺยาหํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ upasaṅkamitvā evaṁ vadāmi:
ความได้อัตตาที่สำเร็จ ด้วยใจเป็นไฉน คือ อัตตาที่มีรูปสำเร็จด้วยใจ มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง นี้ความได้อัตตาที่สำเร็จด้วยใจ🤖 AI จับคู่
dn9:38.4 #
สจฺจํ กิร ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน✎ ร่าง
‘saccaṁ kira tumhe āyasmanto evaṁvādino evaṁdiṭṭhino:
ความได้อัตตาที่หารูปมิได้เป็นไฉน คือ อัตตาอันหารูปมิได้ สำเร็จ ด้วยสัญญา นี้ความได้อัตตาที่หารูปมิได้🤖 AI จับคู่
dn9:38.5 #
เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณาติ ฯ✎ ร่าง
“ekantasukhī attā hoti arogo paraṁ maraṇā”’ti?
dn9:38.6 #
เต เจ เม เอวํ ปุฏฺฐา อามาติ ปฏิชานนฺติ✎ ร่าง
Te ce me evaṁ puṭṭhā ‘āmā’ti paṭijānanti.
dn9:38.7 #
ตฺยาหํ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ evaṁ vadāmi:
dn9:38.8 #
อปิจ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอกนฺตสุขํ โลกํ ชานํ ปสฺสํ วิหรถาติ ฯ✎ ร่าง
‘api pana tumhe āyasmanto ekantasukhaṁ lokaṁ jānaṁ passaṁ viharathā’ti?
dn9:38.9 #
อิติ ปุฏฺโฐ โนติ วทนฺติ✎ ร่าง
Iti puṭṭhā ‘no’ti vadanti.
dn9:38.10 #
ตฺยาหํ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ evaṁ vadāmi:
อ้างอิงสยามรัฐ 9.241
dn9:38.11 #
อปิจ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอกํ วา รตฺตึ เอกํ วา ทิวสํ อุปฑฺฒํ วา รตฺตึ อุปฑฺฒํ วา ทิวสํ เอกนฺตสุขึ อตฺตานํ สมฺปชานถาติ ฯ✎ ร่าง
‘api pana tumhe āyasmanto ekaṁ vā rattiṁ ekaṁ vā divasaṁ upaḍḍhaṁ vā rattiṁ upaḍḍhaṁ vā divasaṁ ekantasukhiṁ attānaṁ sañjānāthā’ti?
dn9:38.12 #
อิติ ปุฏฺฐา โนติ วทนฺติ✎ ร่าง
Iti puṭṭhā ‘no’ti vadanti.
dn9:38.13 #
ตฺยาหํ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ evaṁ vadāmi:
dn9:38.14 #
อปิจ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต ชานาถ อยํ มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอกนฺตสุขสฺส โลกสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ✎ ร่าง
‘api pana tumhe āyasmanto jānātha ayaṁ maggo ayaṁ paṭipadā ekantasukhassa lokassa sacchikiriyāyā’ti?
dn9:38.15 #
อิติ ปุฏฺฐา โนติ วทนฺติ✎ ร่าง
Iti puṭṭhā ‘no’ti vadanti.
dn9:38.16 #
ตฺยาหํ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Tyāhaṁ evaṁ vadāmi:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 1.173
dn9:38.17 #
อปิจ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต ยา ตา เทวตา เอกนฺตสุขํ โลกํ อุปปนฺนา ตาสํ ภาสมานานํ สทฺทํ สุณาถ✎ ร่าง
‘api pana tumhe āyasmanto yā tā devatā ekantasukhaṁ lokaṁ upapannā tāsaṁ devatānaṁ bhāsamānānaṁ saddaṁ suṇātha:
dn9:38.18 #
สุปฏิปนฺนตฺถ มาริสา อุชุปฏิปนฺนตฺถ มาริสา เอกนฺตสุขสฺส โลกสฺส สจฺฉิกิริยาย✎ ร่าง
“suppaṭipannāttha, mārisā, ujuppaṭipannāttha, mārisā, ekantasukhassa lokassa sacchikiriyāya;
dn9:38.19 #
มยํปิ หิ มาริสา เอวํปฏิปนฺนา เอกนฺตสุขํ โลกํ อุปปนฺนาติ ฯ✎ ร่าง
mayampi hi, mārisā, evaṁ paṭipannā ekantasukhaṁ lokaṁ upapannā”’ti?
dn9:38.20 #
อิติ ปุฏฺฐา โนติ วทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Iti puṭṭhā ‘no’ti vadanti.
dn9:38.21 #
ตํ กึ มญฺญสิ โปฏฺฐปาท นนุ เอวํ สนฺเต เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, poṭṭhapāda, nanu evaṁ sante tesaṁ samaṇabrāhmaṇānaṁ appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti?
Doesn’t what they say turn out to have no demonstrable basis?”
dn9:38.22 #
อทฺธา โข ภนฺเต เอวํ สนฺเต เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
“Addhā kho, bhante, evaṁ sante tesaṁ samaṇabrāhmaṇānaṁ appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti.
“Clearly that’s the case, sir.”
dn9:39.0 #
2.2. Tayoattapaṭilābha
2.2. Three Kinds of Incarnation
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน