‹ กลับ
เตวิชชสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 375 · ที.สี. ๙/๘๕๔๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๗๕] ดูกรวาเสฏฐะ เหมือนอย่างว่า บุรุษพึงทำพะองขึ้นปราสาทในหนทางใหญ่ สี่แพร่ง ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาอย่างนี้ว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ ท่านทำพะองขึ้นปราสาทใด ท่านรู้จักปราสาทนั้นหรือว่าอยู่ในทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก หรือทิศเหนือ สูง ต่ำ หรือพอปานกลาง เมื่อเขาถูกถามดังนี้แล้ว เขาพึงตอบว่า หามิได้ ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาว่า ท่านจะทำพะองขึ้นปราสาทที่ท่านไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหรือ เมื่อเขาถูกถามดังนี้แล้ว เขาพึงตอบว่า ถูกแล้ว ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น คำกล่าวของบุรุษนั้น ย่อมถึงความเป็นคำไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น คำกล่าวของบุรุษนั้นย่อมถึงความเป็นคำไม่มี ปาฏิหาริย์. ดูกรวาเสฏฐะ ฉันนั้นเหมือนกัน ได้ยินว่า พวกพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชาก็ดี อาจารย์ ของพวกพราหมณ์นั้นก็ดี ปาจารย์ของอาจารย์แห่งพวกพราหมณ์นั้นก็ดี อาจารย์ที่สืบมาเจ็ดชั่ว อาจารย์ของพราหมณ์พวกนั้นก็ดี เหล่าฤาษีผู้เป็นบุรพาจารย์ของพราหมณ์พวกนั้นก็ดี ต่างก็มิได้ เห็นพรหมเป็นพยาน เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ย่อมถึงความเป็น ภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ย่อมถึงความ เป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์แน่นอน. ดีละ วาเสฏฐะ พราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชาเหล่านั้น ไม่รู้จักพรหม ไม่เห็นพรหม จักแสดง หนทางเพื่อความเป็นสหายแห่งพรหมนั้นว่า ทางนี้แหละเป็นมรรคาตรง เป็นทางตรง เป็นทาง นำออก นำผู้ดำเนินไปตามทางนั้นให้เป็นสหายแห่งพรหม ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้.
เทียบรายประโยค (19 ประโยค) คำแปลไทย: ✎ ร่าง 3
dn13:21.1 #
เสยฺยถาปิ วาเสฏฺฐ ปุริโส จาตุมฺมหาปเถ นิสฺเสณึ กเรยฺย ปาสาทสฺส อาโรหนาย ฯ✎ ร่าง
Seyyathāpi, vāseṭṭha, puriso cātumahāpathe nisseṇiṁ kareyya pāsādassa ārohaṇāya.
ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ท่านเคยได้ยินพราหมณ์ ผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นอาจารย์และปาจารย์กล่าวว่ากระไรบ้าง พรหมมีเครื่องเกาะคือสตรีหรือไม่มี?✎ ร่าง
Suppose a man was to build a ladder at the crossroads for climbing up to a stilt longhouse.
อ้างอิงสยามรัฐ 9.303 · พุทธชยันตี 7.606
dn13:21.2 #
ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
Tamenaṁ evaṁ vadeyyuṁ:
They’d say to him,
dn13:21.3 #
อมฺโภ ปุริส ยํ ตฺวํ ปาสาทสฺส อาโรหนาย นิสฺเสณึ กโรสิ ชานาสิ ตํ ปาสาทํ ปุรตฺถิมาย วา ทิสาย ทกฺขิณาย วา ทิสาย ปจฺฉิมาย วา ทิสาย อุตฺตราย วา ทิสาย อุจฺโจ วา นีโจ วา มชฺโฌ วาติ ฯ✎ ร่าง
‘ambho purisa, yassa tvaṁ pāsādassa ārohaṇāya nisseṇiṁ karosi, jānāsi taṁ pāsādaṁ—puratthimāya vā disāya dakkhiṇāya vā disāya pacchimāya vā disāya uttarāya vā disāya ucco vā nīco vā majjhimo vā’ti?
‘My man, that stilt longhouse for which you’re building a ladder—do you know whether it’s to the north, south, east, or west? Or whether it’s tall or short or medium?’
dn13:21.4 #
อิติ ปุฏฺโฐ โนติ วเทยฺย ฯ✎ ร่าง
Iti puṭṭho ‘no’ti vadeyya.
Asked this, he’d say, ‘No.’
dn13:22.1 #
ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
Tamenaṁ evaṁ vadeyyuṁ:
ดูกรวาเสฏฐะ ด้วยประการฉะนี้ เป็นอันว่า พราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชาเหล่านั้น ยังมีเครื่องเกาะคือสตรี แต่พรหมไม่มี จะมาเปรียบเทียบพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ซึ่งยังมีเครื่องเกาะ คือสตรี กับพรหมผู้ไม่มีเครื่องเกาะคือสตรี ได้แลหรือ?✎ ร่าง
They’d say to him,
dn13:22.2 #
อมฺโภ ปุริส ยํ ตฺวํ น ชานาสิ น ปสฺสสิ ตสฺส ตฺวํ ปาสาทสฺส อาโรหนาย นิสฺเสณึ กโรสีติ ฯ✎ ร่าง
‘ambho purisa, yaṁ tvaṁ na jānāsi, na passasi, tassa tvaṁ pāsādassa ārohaṇāya nisseṇiṁ karosī’ti?
‘My man, are you building a ladder for a longhouse that you’ve never even known or seen?’
dn13:22.3 #
อิติ ปุฏฺโฐ อามาติ วเทยฺย ฯ✎ ร่าง
Iti puṭṭho ‘āmā’ti vadeyya.
Asked this, he’d say, ‘Yes.’
dn13:22.4 #
ตํ กึ มญฺญสิ วาเสฏฺฐ✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, vāseṭṭha,
What do you think, Vāseṭṭha?
dn13:22.5 #
นนุ เอวํ สนฺเต ตสฺส ปุริสสฺส อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
nanu evaṁ sante tassa purisassa appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti?
This being so, doesn’t that man’s statement turn out to have no demonstrable basis?”
dn13:22.6 #
อทฺธา โภ โคตม เอวํ สนฺเต ตสฺส ปุริสสฺส อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
“Addhā kho, bho gotama, evaṁ sante tassa purisassa appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti.
“Clearly that’s the case, worthy Gotama.”
dn13:22.7 #
เอวเมว โข วาเสฏฺฐ น กิร เตวิชฺเชหิ พฺราหฺมเณหิ พฺรหฺมา สกฺขิ ทิฏฺโฐ นปิ กิร เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ อาจริเยหิ พฺรหฺมา สกฺขิ ทิฏฺโฐ นปิ กิร เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ อาจริยปาจริเยหิ พฺรหฺมา สกฺขิ ทิฏฺโฐ นปิ กิร เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ ยาว สตฺตมาจริยมหยุคา พฺรหฺมา สกฺขิ ทิฏฺโฐ✎ ร่าง
“Evameva kho, vāseṭṭha, na kira tevijjehi brāhmaṇehi brahmā sakkhidiṭṭho, napi kira tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ ācariyehi brahmā sakkhidiṭṭho, napi kira tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ ācariyapācariyehi brahmā sakkhidiṭṭho, napi kira tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ yāva sattamā ācariyāmahayugehi brahmā sakkhidiṭṭho.
“In the same way,
อ้างอิงPTS 1.244 · สยามรัฐ 9.304 · ฉัฏฐสังคายนา 1.221
dn13:22.8 #
เยปิ กิร เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ ปุพฺพกา อิสโย มนฺตานํ กตฺตาโร มนฺตานํ ปวตฺตาโร เยสมิทํ เอตรหิ เตวิชฺชา พฺราหฺมณา โปราณํ มนฺตปทํ คีตํ ปวุตฺตํ สมีหิตํ ตทนุคายนฺติ ตมนุภาสนฺติ ภาสิตมนุภาสนฺติ วาจิตมนุวาเจนฺติ เสยฺยถีทํ อฏฺฐโก วามโก วามเทโว เวสฺสามิตฺโต ยมตคฺคี องฺคิรโส ภารทฺวาโช วาเสฏฺโฐ กสฺสโป ภคุ เตปิ น เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Yepi kira tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ pubbakā isayo mantānaṁ kattāro mantānaṁ pavattāro, yesamidaṁ etarahi tevijjā brāhmaṇā porāṇaṁ mantapadaṁ gītaṁ pavuttaṁ samihitaṁ, tadanugāyanti, tadanubhāsanti, bhāsitamanubhāsanti, vācitamanuvācenti, seyyathidaṁ—aṭṭhako vāmako vāmadevo vessāmitto yamataggi aṅgīraso bhāradvājo vāseṭṭho kassapo bhagu, tepi na evamāhaṁsu—
dn13:22.9 #
มยเมตํ ชานาม มยเมตํ ปสฺสาม ยตฺถ วา พฺรหฺมา เยน วา พฺรหฺมา ยหึ วา พฺรหฺมาติ ฯ✎ ร่าง
mayametaṁ jānāma, mayametaṁ passāma, yattha vā brahmā, yena vā brahmā, yahiṁ vā brahmāti.
dn13:22.10 #
เต ว เตวิชฺชา พฺราหฺมณา เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Teva tevijjā brāhmaṇā evamāhaṁsu:
dn13:22.11 #
ยํ น ชานาม ยํ น ปสฺสาม ตสฺส สหพฺยตาย มคฺคํ เทเสม อยเมว อุชุมคฺโค อยมญฺชสายโน นิยฺยานิโก นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส พฺรหฺมสหพฺยตายาติ ฯ✎ ร่าง
‘yaṁ na jānāma, yaṁ na passāma, tassa sahabyatāya maggaṁ desema, ayameva ujumaggo ayamañjasāyano niyyāniko niyyāti takkarassa brahmasahabyatāyā’ti.
dn13:22.12 #
ตํ กึ มญฺญสิ วาเสฏฺฐ นนุ เอวํ สนฺเต เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, vāseṭṭha, nanu evaṁ sante tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti?
doesn’t the statement of those brahmins turn out to have no demonstrable basis?”
dn13:22.13 #
อทฺธา โข โภ โคตม เอวํ สนฺเต เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
“Addhā kho, bho gotama, evaṁ sante tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti.
“Clearly that’s the case, worthy Gotama.”
dn13:23.1 #
สาธุ วาเสฏฺฐ เต จ วาเสฏฺฐ เตวิชฺชา พฺราหฺมณา ยํ น ชานนฺติ ยํ น ปสฺสนฺติ ตสฺส สหพฺยตาย มคฺคํ เทเสสฺสนฺติ อยเมว อุชุมคฺโค อยมญฺชสายโน นิยฺยานิโก นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส พฺรหฺมสหพฺยตายาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
“Sādhu, vāseṭṭha, te vata, vāseṭṭha, tevijjā brāhmaṇā yaṁ na jānanti, yaṁ na passanti, tassa sahabyatāya maggaṁ desessanti. Ayameva ujumaggo ayamañjasāyano niyyāniko niyyāti takkarassa brahmasahabyatāyāti, netaṁ ṭhānaṁ vijjati.
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว วาเสฏฐมาณพได้กราบทูลว่า ข้าแต่ พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ยินมาว่า พระสมณโคดมทรงทราบทางเพื่อความเป็นสหาย แห่งพรหม✎ ร่าง
“Good, Vāseṭṭha. For it is impossible that they should teach the path to that which they neither know nor see.
dn13:24.0 #
2.3. Aciravatīnadīupamā
2.3. The Simile of the River Aciravatī
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน