‹ กลับ
มหาปรินิพพานสูตร
เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค · ข้อ 156 · ที.ม. ๑๐/๑๘๘๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๖] สมัยนั้น มัลลปาโมกข์ ๔ องค์ สระสรงเกล้าแล้วทรงนุ่งผ้าใหม่ ด้วยตั้งใจว่า เราจักยังไฟให้ติดจิตกาธารของพระผู้มีพระภาค ก็มิอาจให้ติดได้ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราได้ถามท่านพระอนุรุทธะว่า ข้าแต่ท่าน อนุรุทธะ อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรหนอเป็นปัจจัย ที่ให้มัลลปาโมกข์ทั้ง ๔ องค์นี้ ผู้สระสรงเกล้าแล้ว ทรงนุ่งผ้าใหม่ ด้วยตั้งใจว่า เราจักยังไฟให้ติดจิตกาธาร ก็มิอาจให้ติดได้ ฯ อ. ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย ความประสงค์ของพวกท่านอย่างหนึ่ง ของ พวกเทวดาอย่างหนึ่ง ฯ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ความประสงค์ของพวกเทวดาเป็นอย่างไร ฯ ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย ความประสงค์ของพวกเทวดาว่า ท่านพระมหากัสสปะ นี้ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เดินทางไกลจากเมืองปาวามาสู่ เมืองกุสินารา จิตกาธารของพระผู้มีพระภาคจักยังไม่ลุกโพลงขึ้น จนกว่าท่าน พระมหากัสสปะจะถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาคด้วยมือของตน ฯ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอให้เป็นไปตามความประสงค์ของพวกเทวดาเถิด ฯ ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปะเข้าไปถึงมกุฏพันธนเจดีย์ของพวกเจ้ามัลละ ในเมืองกุสินารา และถึงจิตกาธารของพระผู้มีพระภาค ครั้นแล้วกระทำจีวรเฉวียงบ่า ข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณจิตกาธาร ๓ รอบ แล้วเปิดทางพระบาท ถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า แม้ภิกษุ ๕๐๐ รูป เหล่านั้น ก็กระทำจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณ ๓ รอบ แล้วถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า เมื่อท่านพระมหา- *กัสสปและภิกษุ ๕๐๐ รูปนั้นถวายบังคมแล้ว จิตกาธารของพระผู้มีพระภาคก็โพลง ขึ้นเอง เมื่อพระสรีระของพระผู้มีพระภาคถูกเพลิงไหม้อยู่ พระอวัยวะส่วนใด คือ พระฉวี พระจัมมะ พระมังสะ พระนหารู หรือพระลสิกา เถ้า เขม่า แห่งพระอวัยวะส่วนนั้น มิได้ปรากฏเลย เหลืออยู่แต่พระสรีระอย่างเดียว เมื่อ เนยใสและน้ำมันถูกไฟไหม้อยู่ เถ้า เขม่า มิได้ปรากฏ ฉันใด เมื่อพระสรีระ ของพระผู้มีพระภาคถูกเพลิงไหม้อยู่ พระอวัยวะส่วนใด คือ พระฉวี พระจัมมะ พระมังสะ พระนหารู หรือพระลสิกา เถ้า เขม่าแห่งพระอวัยวะส่วนนั้น มิได้ ปรากฏเลย เหลืออยู่แต่พระสรีระอย่างเดียวฉันนั้นเหมือนกัน และบรรดาผ้า ๕๐๐ คู่ เหล่านั้น ไฟไหม้เพียง ๒ ผืนเท่านั้น คือ ผืนในที่สุด กับผืนนอก เมื่อพระสรีระ พระผู้มีพระภาคถูกไฟไหม้แล้ว ท่อน้ำก็ไหลหลั่งมาจากอากาศดับจิตกาธารของ พระผู้มีพระภาค น้ำพุ่งขึ้นแม้จากไม้สาละ ดับจิตกาธารของพระผู้มีพระภาค พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา ดับจิตกาธารของพระผู้มีพระภาคด้วยน้ำหอมล้วนๆ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารากระทำสัตติบัญชรในสัณฐาคารแวดล้อมด้วย ธนูปราการ สักการะ เคารพ นับถือ บูชาพระสรีระพระผู้มีพระภาคตลอดเจ็ดวัน ด้วยการฟ้อนรำ ด้วยการขับ ด้วยการประโคม ด้วยพวงมาลัย ฯ
เทียบรายประโยค (14 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 13
dn16:6.21.1 #
เตน โข ปน สมเยน จตฺตาโร มลฺลปาโมกฺขา สีสนฺหาตา ๓- อหตานิ วตฺถานิ นิวตฺถา✎ ร่าง
Tena kho pana samayena cattāro mallapāmokkhā sīsaṁnhātā ahatāni vatthāni nivatthā:
สมัยนั้น มัลลปาโมกข์ ๔ องค์ สระสรงเกล้าแล้วทรงนุ่งผ้าใหม่ด้วยตั้งใจว่า เราจักยังไฟให้ติดจิตกาธารของพระผู้มีพระภาค🤖 AI จับคู่
Now at that time four of the leading Mallas, having bathed their heads and dressed in unworn clothes, said,
dn16:6.21.2 #
มยํ ภควโต จิตกํ อาฬิมฺเปสฺสามาติ น สกฺโกนฺติ อาฬิมฺเปตุํ ฯ✎ ร่าง
“mayaṁ bhagavato citakaṁ āḷimpessāmā”ti na sakkonti āḷimpetuṁ.
ก็มิอาจให้ติดได้🤖 AI จับคู่
“We shall light the Buddha’s funeral pyre.” But they were unable to do so.
dn16:6.21.3 #
อถโข โกสินารกา มลฺลา อายสฺมนฺตํ อนุรุทฺธํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho kosinārakā mallā āyasmantaṁ anuruddhaṁ etadavocuṁ:
ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราได้ถามท่านพระอนุรุทธะว่า🤖 AI จับคู่
The Mallas said to Anuruddha,
dn16:6.21.4 #
โก นุ โข ภนฺเต อนุรุทฺธ เหตุ โก ปจฺจโย เยนิเม จตฺตาโร มลฺลปาโมกฺขา สีสนฺหาตา อหตานิ วตฺถานิ นิวตฺถา✎ ร่าง
“ko nu kho, bhante anuruddha, hetu ko paccayo, yenime cattāro mallapāmokkhā sīsaṁnhātā ahatāni vatthāni nivatthā:
ข้าแต่ท่านอนุรุทธะ อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรหนอเป็นปัจจัย ที่ให้มัลลปาโมกข์ทั้ง ๔ องค์นี้ ผู้สระสรงเกล้าแล้ว ทรงนุ่งผ้าใหม่ ด้วยตั้งใจว่า เราจักยังไฟให้ติดจิตกาธาร ก็มิอาจให้ติดได้ ฯ🤖 AI จับคู่
“What is the cause, Venerable Anuruddha, what is the reason why these four Mallian chiefs are unable to light the Buddha’s funeral pyre?”
dn16:6.21.5 #
มยํ ภควโต จิตกํ อาฬิมฺเปสฺสามาติ น สกฺโกนฺติ อาฬิมฺเปตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘mayaṁ bhagavato citakaṁ āḷimpessāmā’ti na sakkonti āḷimpetun”ti?
dn16:6.21.6 #
อญฺญถา โข วาสิฏฺฐา เทวตานํ อธิปฺปาโยติ ฯ✎ ร่าง
“Aññathā kho, vāseṭṭhā, devatānaṁ adhippāyo”ti.
ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย ความประสงค์ของพวกท่านอย่างหนึ่ง ของพวกเทวดาอย่างหนึ่ง ฯ🤖 AI จับคู่
“Vāseṭṭhas, the deities have a different plan.”
dn16:6.21.7 #
กถํ ปน ภนฺเต เทวตานํ อธิปฺปาโยติ ฯ✎ ร่าง
“Kathaṁ pana, bhante, devatānaṁ adhippāyo”ti?
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ความประสงค์ของพวกเทวดาเป็นอย่างไร ฯ🤖 AI จับคู่
“But sir, what is the deities’ plan?”
dn16:6.21.8 #
เทวตานํ โข วาสิฏฺฐา อธิปฺปาโย✎ ร่าง
“Devatānaṁ kho, vāseṭṭhā, adhippāyo:
ความประสงค์ของพวกเทวดาว่า🤖 AI จับคู่
“The deities’ plan is this:
dn16:6.21.9 #
อยํ อายสฺมา มหากสฺสโป ปาวาย กุสินารํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ✎ ร่าง
‘ayaṁ āyasmā mahākassapo pāvāya kusināraṁ addhānamaggappaṭipanno mahatā bhikkhusaṅghena saddhiṁ pañcamattehi bhikkhusatehi.
ท่านพระมหากัสสปะนี้ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เดินทางไกลจากเมืองปาวามาสู่เมืองกุสินารา🤖 AI จับคู่
Venerable Mahākassapa is traveling along the road from Pāvā to Kusinārā together with a large Saṅgha of five hundred mendicants.
dn16:6.21.10 #
น ตาว ภควโต จิตโก ปชฺชลิสฺสติ ยาวายสฺมา มหากสฺสโป ภควโต ปาเท สหตฺถา ๔- วนฺทิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Na tāva bhagavato citako pajjalissati, yāvāyasmā mahākassapo bhagavato pāde sirasā na vandissatī’”ti.
จิตกาธารของพระผู้มีพระภาคจักยังไม่ลุกโพลงขึ้น จนกว่าท่านพระมหากัสสปะจะถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาคด้วยมือของตน ฯ🤖 AI จับคู่
The Buddha’s funeral pyre shall not burn until he bows with his head at the Buddha’s feet.”
dn16:6.21.11 #
ยถา ภนฺเต เทวตานํ อธิปฺปาโย ตถา โหตูติ ฯ✎ ร่าง
“Yathā, bhante, devatānaṁ adhippāyo, tathā hotū”ti.
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอให้เป็นไปตามความประสงค์ของพวกเทวดาเถิด ฯ🤖 AI จับคู่
“Sir, let it be as the deities plan.”
dn16:6.22.1 #
อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป เยน กุสินารายํ ๕- มกุฏพนฺธนํ มลฺลานํ เจติยํ เยน @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อายสฺมา ฯ ๒ ม. ยุ. เอตํ ฯ ๓ สี. ยุ. สีสํ นหาตา ฯ@๔ ม. ยุ. สิรสา ฯ ๕ ม. กุสินารา ฯ ภควโต จิตโก เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา อญฺชลึ ปณาเมตฺวา ติกฺขตฺตุํ จิตกํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปาทโต วิวริตฺวา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā mahākassapo yena kusinārā makuṭabandhanaṁ nāma mallānaṁ cetiyaṁ, yena bhagavato citako tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā ekaṁsaṁ cīvaraṁ katvā añjaliṁ paṇāmetvā tikkhattuṁ citakaṁ padakkhiṇaṁ katvā bhagavato pāde sirasā vandi.
ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปะเข้าไปถึงมกุฏพันธนเจดีย์ของพวกเจ้ามัลละในเมืองกุสินารา และถึงจิตกาธารของพระผู้มีพระภาค ครั้นแล้วกระทำจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณจิตกาธาร ๓ รอบ แล้วเปิดทางพระบาทถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า🤖 AI จับคู่
Then Venerable Mahākassapa arrived at the Mallian shrine named Coronation at Kusinārā and approached the Buddha’s funeral pyre. Arranging his robe over one shoulder and raising his cupped palms, he respectfully circled the Buddha three times, keeping him on his right, and bowed with his head at the Buddha’s feet.
อ้างอิงPTS 2.164 · สยามรัฐ 10.190 · ฉัฏฐสังคายนา 2.123 · พุทธชยันตี 8.258
dn16:6.22.2 #
ตานิปิ โข ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ เอกํสํ จีวรํ กตฺวา อญฺชลึ ปณาเมตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทึสุ ฯ✎ ร่าง
Tānipi kho pañcabhikkhusatāni ekaṁsaṁ cīvaraṁ katvā añjaliṁ paṇāmetvā tikkhattuṁ citakaṁ padakkhiṇaṁ katvā bhagavato pāde sirasā vandiṁsu.
แม้ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านั้น ก็กระทำจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณ ๓ รอบ แล้วถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า🤖 AI จับคู่
And the five hundred mendicants did likewise.
dn16:6.22.3 #
วนฺทิเต✎ ร่าง
Vandite ca panāyasmatā mahākassapena tehi ca pañcahi bhikkhusatehi sayameva bhagavato citako pajjali.
เมื่อท่านพระมหากัสสปและภิกษุ ๕๐๐ รูปนั้นถวายบังคมแล้ว จิตกาธารของพระผู้มีพระภาคก็โพลงขึ้นเอง🤖 AI จับคู่
And when Mahākassapa and the five hundred mendicants bowed the Buddha’s funeral pyre burst into flames all by itself.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน