‹ กลับ
มหาปทานสูตร
เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค · ข้อ 35 · ที.ม. ๑๐/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมารับสั่งหานายสารถี มาตรัสถามว่า นายสารถีผู้สหาย ราชกุมารได้อภิรมย์ในภูมิภาคแห่งสวนแลหรือ นายสารถีผู้สหาย ราชกุมารพอพระทัยในภูมิภาคแห่งสวนแลหรือ นายสารถี กราบทูลว่า ขอเดชะ พระราชกุมารมิได้ทรงอภิรมย์ในภูมิภาคแห่งพระอุทยาน ขอเดชะ พระราชกุมารมิได้ทรงพอพระทัยในภูมิภาคแห่งพระอุทยานดังนี้ ตรัสถาม ต่อไปว่า นายสารถีผู้สหาย ก็ราชกุมารขณะเมื่อเสด็จประพาสสวนได้ทอดพระเนตร อะไรเข้า ฯ นายสารถีกราบทูลว่า ขอเดชะ พระราชกุมารขณะเมื่อเสด็จประพาส พระอุทยาน ได้ทอดพระเนตรคนเจ็บ ถึงความลำบาก เป็นไข้หนัก นอนจมอยู่ ในมูตรและกรีสของตน บุคคลอื่นๆ ต้องช่วยพยุงให้ลุก ผู้อื่นต้องช่วยให้กิน ครั้นทอดพระเนตรแล้ว ได้รับสั่งถามข้าพระพุทธเจ้าว่า นายสารถีผู้สหาย ชาย คนนี้ถูกใครทำอะไรให้ แม้ตาทั้งสองของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ แม้ศีรษะ ของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลว่า ขอเดชะ นี้แล เรียกว่า คนเจ็บ พระองค์ได้ตรัสถามย้ำว่า นายสารถีผู้สหาย นี้หรือเรียกว่า คนเจ็บ เมื่อข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลว่า ขอเดชะ นี้แลเรียกว่า คนเจ็บ ไฉน เล่าเขาจะพึงหายจากความเจ็บนั้นได้ พระราชกุมารได้ตรัสถามว่า นายสารถีผู้สหาย แม้ถึงตัวเราก็จะต้องมีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไปได้หรือ แต่พอ ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลว่า ขอเดชะ พระองค์และข้าพระพุทธเจ้าล้วนแต่จะต้องมี ความเจ็บป่วยเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บป่วยไปได้ พระองค์ตรัสสั่งว่า นายสารถีผู้สหาย ถ้าเช่นนั้น วันนี้พอแล้วสำหรับภูมิภาคแห่งสวน เธอจงนำเรา กลับไปยังภายในบุรีจากสวนนี้ ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้ารับรับสั่งของพระวิปัสสี- *ราชกุมารแล้ว ได้นำเสด็จกลับไปภายในบุรีจากพระอุทยานนั้น ขอเดชะ พระราช- *กุมารนั้นแล เสด็จถึงภายในบุรีแล้ว ทรงเป็นทุกข์ เศร้าพระทัย ทรงพระดำริว่า ผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า ขึ้นชื่อว่า ความเกิดเป็นของน่ารังเกียจ เพราะธรรมดาว่า เมื่อความเกิดมีอยู่ ความแก่จักปรากฏ ความเจ็บป่วยจักปรากฏแก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมาทรงพระดำริว่า วิปัสสี ราชกุมาร อย่าไม่เสวยราชเสียเลย วิปัสสีราชกุมารอย่าออกผนวชเป็นบรรพชิต เลย ถ้อยคำของเนมิตตพราหมณ์อย่าพึงเป็นความจริงเลย ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมารับสั่งให้บำรุงบำเรอ พระวิปัสสีราชกุมารด้วยกามคุณ ๕ ยิ่งกว่าแต่ก่อน โดยอาการที่จะให้พระวิปัสสี ราชกุมารเสวยราชย์ โดยอาการที่จะไม่ให้พระวิปัสสีราชกุมารเสด็จออกผนวช เป็นบรรพชิต โดยอาการที่จะให้ถ้อยคำของเนมิตตพราหมณ์เป็นผิด ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า ครั้งนั้น พระวิปัสสีราชกุมารเพียบพร้อมพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ๕ ได้รับ การบำรุงบำเรออยู่ ฯลฯ
เทียบรายประโยค (23 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 9
dn14:2.7.1 #
อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา สารถึ อามนฺตาเปตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, bandhumā rājā sārathiṁ āmantāpetvā etadavoca:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมารับสั่งหานายสารถีมาตรัสถามว่า นายสารถีผู้สหาย ราชกุมารได้อภิรมย์ในภูมิภาคแห่งสวนแลหรือ นายสารถีผู้สหาย ราชกุมารพอพระทัยในภูมิภาคแห่งสวนแลหรือ🤖 AI จับคู่
Then King Bandhumā summoned the charioteer and said,
อ้างอิงPTS 2.25 · สยามรัฐ 10.28 · ฉัฏฐสังคายนา 2.19
dn14:2.7.2 #
กจฺจิ สมฺม สารถิ กุมาโร อุยฺยานภูมิยา อภิรมิตฺถ กจฺจิ สมฺม สารถิ กุมาโร อุยฺยานภูมิยา อตฺตมโน อโหสีติ ฯ✎ ร่าง
‘kacci, samma sārathi, kumāro uyyānabhūmiyā abhiramittha, kacci, samma sārathi, kumāro uyyānabhūmiyā attamano ahosī’ti?
‘My dear charioteer, I hope the prince enjoyed himself at the park? I hope he was happy there?’
dn14:2.7.3 #
น โข เทว กุมาโร อุยฺยานภูมิยา อภิรมิตฺถ น โข เทว กุมาโร อุยฺยานภูมิยา อตฺตมโน อโหสีติ ฯ✎ ร่าง
‘Na kho, deva, kumāro uyyānabhūmiyā abhiramittha, na kho, deva, kumāro uyyānabhūmiyā attamano ahosī’ti.
นายสารถีกราบทูลว่า ขอเดชะ พระราชกุมารมิได้ทรงอภิรมย์ในภูมิภาคแห่งพระอุทยาน ขอเดชะ พระราชกุมารมิได้ทรงพอพระทัยในภูมิภาคแห่งพระอุทยานดังนี้🤖 AI จับคู่
‘No, Your Majesty, the prince didn’t enjoy himself at the park.’
dn14:2.7.4 #
กึ ปน สมฺม สารถิ อทฺทส @เชิงอรรถ: ๑ สี. ม. ยุ. เสมานํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. ยุ. สโรปิสฺส ฯ อิโต ปรํ@อีทิสเมว ฯ กุมาโร อุยฺยานภูมึ นิยฺยนฺโตติ ฯ✎ ร่าง
‘Kiṁ pana, samma sārathi, addasa kumāro uyyānabhūmiṁ niyyanto’ti?
ตรัสถามต่อไปว่า นายสารถีผู้สหาย ก็ราชกุมารขณะเมื่อเสด็จประพาสสวนได้ทอดพระเนตรอะไรเข้า🤖 AI จับคู่
‘But what did he see on the way to the park?’
dn14:2.7.5 #
อทฺทสา โข เทว กุมาโร อุยฺยานภูมึ นิยฺยนฺโต ปุริสํ อาพาธิกํ ทุกฺขิตํ พาฬฺหคิลานํ สเก มุตฺตกรีเส ปลิปนฺนํ สยมานํ อญฺเญหิ วุฏฺฐาปิยมานํ อญฺเญหิ สํเวสิยมานํ✎ ร่าง
‘Addasā kho, deva, kumāro uyyānabhūmiṁ niyyanto purisaṁ ābādhikaṁ dukkhitaṁ bāḷhagilānaṁ sake muttakarīse palipannaṁ semānaṁ aññehi vuṭṭhāpiyamānaṁ aññehi saṁvesiyamānaṁ.
นายสารถีกราบทูลว่า ขอเดชะ พระราชกุมารขณะเมื่อเสด็จประพาสพระอุทยาน ได้ทอดพระเนตรคนเจ็บ ถึงความลำบาก เป็นไข้หนัก นอนจมอยู่ในมูตรและกรีสของตน บุคคลอื่นๆ ต้องช่วยพยุงให้ลุก ผู้อื่นต้องช่วยให้กิน ครั้นทอดพระเนตรแล้ว ได้รับสั่งถามข้าพระพุทธเจ้าว่า นายสารถีผู้สหาย ชายคนนี้ถูกใครทำอะไรให้ แม้ตาทั้งสองของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ แม้ศีรษะของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ🤖 AI จับคู่
And the charioteer told the king about seeing the sick man and the prince’s reaction.
dn14:2.7.6 #
ทิสฺวา มํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Disvā maṁ etadavoca:
dn14:2.7.7 #
อยํ ปน สมฺม สารถิ ปุริโส กึกโต อกฺขีนิปิสฺส น ยถา อญฺเญสํ สิโรปิสฺส น ยถา อญฺเญสนฺติ✎ ร่าง
“ayaṁ pana, samma sārathi, puriso kiṅkato, akkhīnipissa na yathā aññesaṁ, saropissa na yathā aññesan”ti?
dn14:2.7.8 #
เอโส โข เทว พฺยาธิโก นามาติ✎ ร่าง
“Eso kho, deva, byādhito nāmā”ti.
dn14:2.7.9 #
กึ ปเนโส สมฺม สารถิ พฺยาธิโก นามาติ✎ ร่าง
“Kiṁ paneso, samma sārathi, byādhito nāmā”ti?
dn14:2.7.10 #
เอโส โข เทว พฺยาธิโก นาม อปฺเปวนาม ตมฺหา อาพาธา วุฏฺฐเหยฺยาติ✎ ร่าง
“Eso kho, deva, byādhito nāma appeva nāma tamhā ābādhā vuṭṭhaheyyā”ti.
dn14:2.7.11 #
กึ ปน สมฺม สารถิ อหํปิ พฺยาธิธมฺโม พฺยาธึ อนตีโตติ✎ ร่าง
“Kiṁ pana, samma sārathi, ahampi byādhidhammo, byādhiṁ anatīto”ti?
dn14:2.7.12 #
ตฺวญฺจ เทว มยญฺจมฺหา สพฺเพ พฺยาธิธมฺมา พฺยาธึ อนตีตาติ✎ ร่าง
“Tvañca, deva, mayañcamha sabbe byādhidhammā, byādhiṁ anatītā”ti.
dn14:2.7.13 #
เตนหิ สมฺม สารถิ อลนฺทานชฺช อุยฺยานภูมิยา อิโต จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาหีติ✎ ร่าง
“Tena hi, samma sārathi, alaṁ dānajja uyyānabhūmiyā, itova antepuraṁ paccaniyyāhī”ti.
dn14:2.7.14 #
เอวํ เทวาติ โข อหํ เทว วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตโต จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาสึ เอ✎ ร่าง
“Evaṁ, devā”ti kho ahaṁ, deva, vipassissa kumārassa paṭissutvā tatova antepuraṁ paccaniyyāsiṁ.
dn14:2.7.15 #
โส ๑- โข เทว กุมาโร อนฺเตปุรํ คโต ทุกฺขี ทุมฺมโน ปชฺฌายติ✎ ร่าง
So kho, deva, kumāro antepuraṁ gato dukkhī dummano pajjhāyati:
dn14:2.7.16 #
ธิรตฺถุ กิร โภ ชาติ นาม ยตฺร หิ นาม ชาตสฺส ชรา ปญฺญายิสฺสติ พฺยาธิ ปญฺญายิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“dhiratthu kira, bho, jāti nāma, yatra hi nāma jātassa jarā paññāyissati, byādhi paññāyissatī”’ti.
ผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า ขึ้นชื่อว่า ความเกิดเป็นของน่ารังเกียจ เพราะธรรมดาว่า เมื่อความเกิดมีอยู่ ความแก่จักปรากฏ ความเจ็บป่วยจักปรากฏแก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว🤖 AI จับคู่
dn14:2.8.0 #
7. Kālaṅkatapurisa
7. The Dead Man
dn14:2.8.1 #
อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมสฺส รญฺโญ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, bandhumassa rañño etadahosi:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมาทรงพระดำริว่า วิปัสสีราชกุมาร อย่าไม่เสวยราชเสียเลย วิปัสสีราชกุมารอย่าออกผนวชเป็นบรรพชิตเลย ถ้อยคำของเนมิตตพราหมณ์อย่าพึงเป็นความจริงเลย🤖 AI จับคู่
Then King Bandhumā thought,
อ้างอิงสยามรัฐ 10.29 · พุทธชยันตี 8.38
dn14:2.8.2 #
มา เหว โข วิปสฺสี กุมาโร น รชฺชํ กาเรสิ มา เหว วิปสฺสี กุมาโร อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิ ๒- มา เหว เนมิตฺตานํ พฺราหฺมณานํ สจฺจํ อสฺส วจนนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘mā heva kho vipassī kumāro na rajjaṁ kāresi, mā heva vipassī kumāro agārasmā anagāriyaṁ pabbaji, mā heva nemittānaṁ brāhmaṇānaṁ saccaṁ assa vacanan’ti.
‘Prince Vipassī must not renounce the throne. He must not go forth from the lay life to homelessness. And the words of the brahmin soothsayers must not come true.’
dn14:2.8.3 #
อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ภิยฺโยโส มตฺตาย ปญฺจกามคุณานิ อุปฏฺฐาเปสิ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, bandhumā rājā vipassissa kumārassa bhiyyoso mattāya pañca kāmaguṇāni upaṭṭhāpesi:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมาได้รับสั่งให้บำรุงบำเรอพระวิปัสสีราชกุมารด้วยกามคุณ ๕ ยิ่งกว่าแต่ก่อน โดยอาการที่จะให้พระวิปัสสีราชกุมารเสวยราชย์ โดยอาการที่จะไม่ให้พระวิปัสสีราชกุมารเสด็จออกผนวชเป็นบรรพชิต โดยอาการที่จะให้ถ้อยคำของเนมิตตพราหมณ์เป็นผิด🤖 AI จับคู่
To this end he provided the prince with even more of the five kinds of sensual stimulation,
dn14:2.8.4 #
ยถา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. โส โข ฯ ๒ โป. ปพฺพชิโต ฯ วิปสฺสี กุมาโร รชฺชํ กาเรยฺย ยถา วิปสฺสี กุมาโร น อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺย ยถา เนมิตฺตานํ พฺราหฺมณานํ มิจฺฉา อสฺส วจนํ ๑- ฯ✎ ร่าง
‘yathā vipassī kumāro rajjaṁ kareyya, yathā vipassī kumāro na agārasmā anagāriyaṁ pabbajeyya, yathā nemittānaṁ brāhmaṇānaṁ micchā assa vacanan’ti.
dn14:2.9.1 #
ตตฺร สุทํ ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร ปญฺจกามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคิภูโต ปริจาเรติ ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ, bhikkhave, vipassī kumāro pañcahi kāmaguṇehi samappito samaṅgībhūto paricāreti.
ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า ครั้งนั้น พระวิปัสสีราชกุมารเพียบพร้อม พรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ๕ ได้รับการบำรุงบำเรออยู่🤖 AI จับคู่
with which the prince amused himself.
dn14:2.9.2 #
เปฯ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, vipassī kumāro bahūnaṁ vassānaṁ …pe…
ได้รับการบำรุงบำเรออยู่ ...🤖 AI จับคู่
Then, after many thousand years had passed, Prince Vipassī had his charioteer drive him to the park once more.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน