‹ กลับ
อัคคัญญสูตร
เล่ม ๑๑ — ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค · ข้อ 61 · ที.ป. ๑๑/๑๗๐๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๑] ดูกรวาเสฏฐะและภารทวาชะ ในครั้งนั้น สัตว์เหล่านั้นพากันมา จับกลุ่ม ครั้นแล้วต่างก็มาปรับทุกข์กันว่า ดูกรท่านผู้เจริญ เดี๋ยวนี้ เกิดมีธรรม ทั้งหลายอันเลวทรามปรากฏขึ้นในสัตว์ทั้งหลายแล้ว ด้วยว่า เมื่อก่อนพวกเราได้ เป็นผู้สำเร็จทางใจ มีปีติเป็นอาหาร มีรัศมีซ่านออกจากกายตนเอง สัญจรไปได้ ในอากาศ อยู่ในวิมานอันงาม สถิตอยู่ในวิมานนั้นสิ้นกาลยืดยาวช้านาน บาง ครั้งบางคราวโดยระยะยืดยาวช้านาน เกิดง้วนดินลอยขึ้นบนน้ำ ทั่วไปแก่เราทุกคน ง้วนดินนั้นถึงพร้อมด้วยสี กลิ่น รส พวกเราทุกคนพยายามปั้นง้วนดินกระทำให้เป็น คำๆ ด้วยมือทั้งสองเพื่อจะบริโภค เมื่อพวกเราทุกคน พยายามปั้นง้วนดินกระ ทำให้เป็นคำๆ ด้วยมือทั้งสองเพื่อจะบริโภคอยู่ รัศมีกายก็หายไป เมื่อรัศมีกาย หายไปแล้ว ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ก็ปรากฏขึ้น เมื่อดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้น แล้ว ดาวนักษัตรทั้งหลายก็ปรากฏขึ้น เมื่อดวงดาวนักษัตรทั้งหลายปรากฏขึ้นแล้ว กลางคืนและกลางวันก็ปรากฏขึ้น เมื่อกลางคืนและกลางวันปรากฏขึ้นแล้ว เดือน หนึ่งและกึ่งเดือนก็ปรากฏขึ้น เมื่อเดือนหนึ่งและกึ่งเดือนปรากฏขึ้นแล้ว ฤดูและ ปีก็ปรากฏ พวกเราทุกคนบริโภคง้วนดินอยู่ รับประทานง้วนดิน มีง้วนดินเป็น อาหารดำรงชีพอยู่ได้สิ้นกาลช้านาน เพราะมีธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศลชั่วช้าปรากฏ ขึ้นแก่พวกเรา ง้วนดินจึงหายไป เมื่อง้วนดินหายไปแล้ว จึงมีกระบิดินปรากฏขึ้น กระบิดินนั้นถึงพร้อมด้วยสี กลิ่น รส พวกเราทุกคนบริโภคกระบิดิน เมื่อพวกเรา ทุกคนบริโภคกระบิดินนั้นอยู่ รับประทานกระบิดิน มีกระบิดินเป็นอาหาร ดำรงอยู่ ได้สิ้นกาลช้านาน เพราะมีธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศลชั่วช้าปรากฏขึ้นแก่พวกเรา กระบิดินจึงหายไป เมื่อกระบิดินหายไปแล้ว จึงมีเครือดินปรากฏขึ้น เครือดินนั้น ถึงพร้อมด้วยสี กลิ่น รส พวกเราทุกคนพยายามบริโภคเครือดิน เมื่อพวกเรา ทุกคนบริโภคเครือดินนั้นอยู่ รับประทานเครือดิน มีเครือดินเป็นอาหาร ดำรงอยู่ ได้สิ้นกาลช้านาน เพราะมีธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศลชั่วช้าปรากฏขึ้นแก่พวกเรา เครือดินจึงหายไป เมื่อเครือดินหายไปแล้ว จึงมีข้าวสาลีปรากฏขึ้นเองในที่ไม่ ต้องไถ เป็นข้าวที่ไม่มีรำ ไม่มีแกลบ ขาวสะอาด กลิ่นหอม มีเมล็ดเป็นข้าว สาร ตอนเย็นพวกเราทุกคนไปนำเอาข้าวสาลีชนิดใดมาเพื่อบริโภคในเวลาเย็น ตอนเช้าข้าวสาลีชนิดนั้นที่มีเมล็ดสุกก็งอกขึ้นแทนที่ ตอนเช้าพวกเราทุกคนไปนำ เอาข้าวสาลีชนิดใดมาเพื่อบริโภคในเวลาเช้า ตอนเย็น ข้าวสาลีชนิดนั้นที่มีเมล็ด สุกก็งอกขึ้นแทนที่ ไม่ปรากฏว่าบกพร่องไปเลย เมื่อพวกเราทุกคนบริโภคข้าวสาลี ซึ่งเกิดขึ้นเองในที่ไม่ต้องไถอยู่ รับประทานข้าวสาลีนั้น มีข้าวสาลีนั้นเป็นอาหาร ดำรงอยู่ได้สิ้นกาลช้านาน เพราะมีธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศลชั่วช้าปรากฏขึ้นแก่ พวกเรา ข้าวสาลีนั้นจึงกลายเป็นข้าวมีรำหุ้มเมล็ดบ้าง มีแกลบห่อเมล็ดไว้บ้าง แม้ต้นที่เกี่ยวแล้วก็ไม่งอกขึ้นแทนที่ ปรากฏว่าขาดเป็นตอนๆ จึงได้มีข้าวสาลี เป็นกลุ่มๆ อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรมาแบ่งข้าวสาลีและปักปันเขตแดนกัน เสียเถิด ดูกรวาเสฏฐะและภารทวาชะ ครั้นแล้ว สัตว์ทั้งหลายจึงแบ่งข้าวสาลี ปักปันเขตแดนกัน ฯ
เทียบรายประโยค (29 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 19
dn27:18.1 #
อถโข เต วาเสฏฺฐา สตฺตา สนฺนิปตึสุ สนฺนิปติตฺวา อนุตฺถนึสุ✎ ร่าง
Atha kho te, vāseṭṭha, sattā sannipatiṁsu, sannipatitvā anutthuniṁsu:
ดูกรวาเสฏฐะและภารทวาชะ ในครั้งนั้น สัตว์เหล่านั้นพากันมาจับกลุ่ม ครั้นแล้วต่างก็มาปรับทุกข์กันว่า🤖 AI จับคู่
Then those beings gathered together and bemoaned,
อ้างอิงPTS 3.91 · สยามรัฐ 11.100 · ฉัฏฐสังคายนา 3.68 · พุทธชยันตี 9.154
dn27:18.2 #
ปาปกา วต โภ ธมฺมา สตฺเตสุ ปาตุภูตา✎ ร่าง
‘pāpakā vata, bho, dhammā sattesu pātubhūtā.
ดูกรท่านผู้เจริญ เดี๋ยวนี้ เกิดมีธรรมทั้งหลายอันเลวทรามปรากฏขึ้นในสัตว์ทั้งหลายแล้ว🤖 AI จับคู่
‘Oh, how wicked things have appeared among beings!
dn27:18.3 #
มยํ หิ ปุพฺเพ มโนมยา อหุมฺหา ปีติภกฺขา สยํปภา อนฺตลิกฺขจรา สุภฏฺฐายิโน จิรํ ทีฆมทฺธานํ อฏฺฐมฺหา✎ ร่าง
Mayañhi pubbe manomayā ahumhā pītibhakkhā sayaṁpabhā antalikkhacarā subhaṭṭhāyino, ciraṁ dīghamaddhānaṁ aṭṭhamhā.
ด้วยว่า เมื่อก่อนพวกเราได้เป็นผู้สำเร็จทางใจ มีปีติเป็นอาหาร มีรัศมีซ่านออกจากกายตนเอง สัญจรไปได้ในอากาศ อยู่ในวิมานอันงาม สถิตอยู่ในวิมานนั้นสิ้นกาลยืดยาวช้านาน🤖 AI จับคู่
For we used to be mind-made, feeding on rapture, self-luminous, wandering in midair, steadily glorious, and we remained like that for a very long time.
dn27:18.4 #
เตสํ โน อมฺหากํ กทาจิ กรหจิ จิรํ ๒- ทีฆสฺส อทฺธุโน อจฺจเยน รสปฐวี อุทกสฺมึ สมนฺตานิ✎ ร่าง
Tesaṁ no amhākaṁ kadāci karahaci dīghassa addhuno accayena rasapathavī udakasmiṁ samatani.
บางครั้งบางคราวโดยระยะยืดยาวช้านาน เกิดง้วนดินลอยขึ้นบนน้ำ ทั่วไปแก่เราทุกคน ง้วนดินนั้นถึงพร้อมด้วยสี กลิ่น รส พวกเราทุกคนพยายามปั้นง้วนดินกระทำให้เป็นคำๆ ด้วยมือทั้งสองเพื่อจะบริโภค🤖 AI จับคู่
After a very long period had passed, the earth’s nectar curdled in the water.
dn27:18.5 #
สา อโหสิ วณฺณสมฺปนฺนา คนฺธสมฺปนฺนา รสสมฺปนฺนา✎ ร่าง
Sā ahosi vaṇṇasampannā gandhasampannā rasasampannā.
dn27:18.6 #
เต มยํ รสปฐวึ หตฺเถหิ อาลุปฺปการกํ อุปกฺกมิมฺหา ๓- ปริภุญฺชิตุํ เตสนฺโน รสปฐวึ หตฺเถหิ อาลุปฺปการกํ อุปกฺกมตํ ปริภุญฺชิตุํ สยํปภา อนฺตรธายิ✎ ร่าง
Te mayaṁ rasapathaviṁ hatthehi āluppakārakaṁ upakkamimha paribhuñjituṁ, tesaṁ no rasapathaviṁ hatthehi āluppakārakaṁ upakkamataṁ paribhuñjituṁ sayaṁpabhā antaradhāyi.
dn27:18.7 #
สยํปภาย ๔- อนฺตรหิตาย จนฺทิมสุริยา ปาตุรเหสุํ ๕- จนฺทิมสุริเยสุ ปาตุภูเตสุ นกฺขตฺตานิ ตารกรูปานิ ปาตุรเหสุํ ๕- นกฺขตฺเตสุ ตารกรูเปสุ ปาตุภูเตสุ รตฺตินฺทิวา ปญฺญายึสุ รตฺตินฺทิเวสุ ปญฺญายมาเนสุ มาสทฺธมาสา ปญฺญายึสุ✎ ร่าง
Sayaṁpabhāya antarahitāya candimasūriyā pāturahesuṁ, candimasūriyesu pātubhūtesu nakkhattāni tārakarūpāni pāturahesuṁ, nakkhattesu tārakarūpesu pātubhūtesu rattindivā paññāyiṁsu, rattindivesu paññāyamānesu māsaḍḍhamāsā paññāyiṁsu.
dn27:18.8 #
มาสทฺธมาเสสุ ปญฺญายมาเนสุ อุตุสํวจฺฉรา ปญฺญายึสุ✎ ร่าง
Māsaḍḍhamāsesu paññāyamānesu utusaṁvaccharā paññāyiṁsu.
dn27:18.9 #
เต มยํ รสปฐวึ ปริภุญฺชนฺตา ตพฺภกฺขา ตทาหารา จิรํ ทีฆมทฺธานํ อฏฺฐมฺหา✎ ร่าง
Te mayaṁ rasapathaviṁ paribhuñjantā tambhakkhā tadāhārā ciraṁ dīghamaddhānaṁ aṭṭhamhā.
dn27:18.10 #
เตสํ โน ปาปกานํเยว อกุสลานํ ธมฺมานํ ปาตุภาวา รสปฐวี อนฺตรธายิ✎ ร่าง
Tesaṁ no pāpakānaṁyeva akusalānaṁ dhammānaṁ pātubhāvā rasapathavī antaradhāyi.
เพราะมีธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศลชั่วช้าปรากฏขึ้นแก่พวกเรา ง้วนดินจึงหายไป🤖 AI จับคู่
But due to bad, unskillful things among us, the earth’s nectar vanished,
dn27:18.11 #
รสปฐวิยา อนฺตรหิตาย ภูมิปปฺปฏิโก ปาตุรโหสิ✎ ร่าง
Rasapathaviyā antarahitāya bhūmipappaṭako pāturahosi.
เมื่อง้วนดินหายไปแล้ว จึงมีกระบิดินปรากฏขึ้น กระบิดินนั้นถึงพร้อมด้วยสี กลิ่น รส🤖 AI จับคู่
dn27:18.12 #
โส อโหสิ วณฺณสมฺปนฺโน คนฺธสมฺปนฺโน รสสมฺปนฺโน✎ ร่าง
So ahosi vaṇṇasampanno gandhasampanno rasasampanno.
พวกเราทุกคนบริโภคกระบิดิน เมื่อพวกเราทุกคนบริโภคกระบิดินนั้นอยู่ รับประทานกระบิดิน มีกระบิดินเป็นอาหาร ดำรงอยู่ได้สิ้นกาลช้านาน🤖 AI จับคู่
dn27:18.13 #
เต มยํ ภูมิปปฺปฏิกํ อุปกฺกมิมฺหา ๓- ปริภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
Te mayaṁ bhūmipappaṭakaṁ upakkamimha paribhuñjituṁ.
เพราะมีธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศลชั่วช้าปรากฏขึ้นแก่พวกเรา กระบิดินจึงหายไป🤖 AI จับคู่
dn27:18.14 #
เต มยํ ตํ ปริภุญฺชนฺตา ตพฺภกฺขา ตทาหารา จิรํ ทีฆมทฺธานํ อฏฺฐมฺหา✎ ร่าง
Te mayaṁ taṁ paribhuñjantā tambhakkhā tadāhārā ciraṁ dīghamaddhānaṁ aṭṭhamhā.
เมื่อกระบิดินหายไปแล้ว จึงมีเครือดินปรากฏขึ้น เครือดินนั้นถึงพร้อมด้วยสี กลิ่น รส🤖 AI จับคู่
dn27:18.15 #
เตสํ โน ปาปกานํเยว อกุสลานํ ธมฺมานํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. สาลิโย ฯ ๒ ม. ยุ. อยํ น ทิสฺสติ ฯ ๓ ม. ยุ. อุปกฺกมิมฺห ฯ@๔ ม. ตาย ฯ ๕ ยุ. ปาตุรหํสุ ฯ ปาตุภาวา ภูมิปปฺปฏิโก อนฺตรธายิ✎ ร่าง
Tesaṁ no pāpakānaṁyeva akusalānaṁ dhammānaṁ pātubhāvā bhūmipappaṭako antaradhāyi.
then the ground-fungus vanished,
dn27:18.16 #
ภูมิปปฺปฏิเก อนฺตรหิเต ปทาลตา ปาตุรโหสิ✎ ร่าง
Bhūmipappaṭake antarahite padālatā pāturahosi.
เพราะมีธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศลชั่วช้าปรากฏขึ้นแก่พวกเรา เครือดินจึงหายไป🤖 AI จับคู่
dn27:18.17 #
สา อโหสิ วณฺณสมฺปนฺนา คนฺธสมฺปนฺนา รสสมฺปนฺนา✎ ร่าง
Sā ahosi vaṇṇasampannā gandhasampannā rasasampannā.
เมื่อเครือดินหายไปแล้ว จึงมีข้าวสาลีปรากฏขึ้นเองในที่ไม่ต้องไถ เป็นข้าวที่ไม่มีรำ ไม่มีแกลบ ขาวสะอาด กลิ่นหอม มีเมล็ดเป็นข้าวสาร🤖 AI จับคู่
dn27:18.18 #
เต มยํ ปทาลตํ อุปกฺกมิมฺหา ปริภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
Te mayaṁ padālataṁ upakkamimha paribhuñjituṁ.
ตอนเย็นพวกเราทุกคนไปนำเอาข้าวสาลีชนิดใดมาเพื่อบริโภคในเวลาเย็น ตอนเช้าข้าวสาลีชนิดนั้นที่มีเมล็ดสุกก็งอกขึ้นแทนที่🤖 AI จับคู่
dn27:18.19 #
เต มยํ ตํ ปริภุญฺชนฺตา ตพฺภกฺขา ตทาหารา จิรํ ทีฆมทฺธานํ อฏฺฐมฺหา✎ ร่าง
Te mayaṁ taṁ paribhuñjantā tambhakkhā tadāhārā ciraṁ dīghamaddhānaṁ aṭṭhamhā.
ตอนเช้าพวกเราทุกคนไปนำเอาข้าวสาลีชนิดใดมาเพื่อบริโภคในเวลาเช้า ตอนเย็น ข้าวสาลีชนิดนั้นที่มีเมล็ดสุกก็งอกขึ้นแทนที่ ไม่ปรากฏว่าบกพร่องไปเลย🤖 AI จับคู่
dn27:18.20 #
เตสํ โน ปาปกานํเยว อกุสลานํ ธมฺมานํ ปาตุภาวา ปทาลตา อนฺตรธายิ✎ ร่าง
Tesaṁ no pāpakānaṁyeva akusalānaṁ dhammānaṁ pātubhāvā padālatā antaradhāyi.
the bursting pods vanished,
dn27:18.21 #
ปทาลตาย อนฺตรหิตาย อกฏฺฐปาโก สาลิ ปาตุรโหสิ อกโณ อถุโส สุทฺโธ สุคนฺโธ ตณฺฑุลปฺผโล✎ ร่าง
Padālatāya antarahitāya akaṭṭhapāko sāli pāturahosi akaṇo athuso suddho sugandho taṇḍulapphalo.
เพราะมีธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศลชั่วช้าปรากฏขึ้นแก่พวกเรา ข้าวสาลีนั้นจึงกลายเป็นข้าวมีรำหุ้มเมล็ดบ้าง มีแกลบห่อเมล็ดไว้บ้าง🤖 AI จับคู่
dn27:18.22 #
ยนฺตํ สายํ สายมาสาย อาหราม ปาโต ตํ โหติ ปกฺกํ ปฏิวิรุฬฺหํ✎ ร่าง
Yaṁ taṁ sāyaṁ sāyamāsāya āharāma, pāto taṁ hoti pakkaṁ paṭivirūḷhaṁ.
แม้ต้นที่เกี่ยวแล้วก็ไม่งอกขึ้นแทนที่ ปรากฏว่าขาดเป็นตอนๆ จึงได้มีข้าวสาลีเป็นกลุ่มๆ🤖 AI จับคู่
dn27:18.23 #
ยนฺตํ ปาโต ปาตราสาย อาหราม สายนฺตํ โหติ ปกฺกํ ปฏิวิรุฬฺหํ✎ ร่าง
Yaṁ taṁ pāto pātarāsāya āharāma, sāyaṁ taṁ hoti pakkaṁ paṭivirūḷhaṁ.
dn27:18.24 #
นาปทานํ ปญฺญายิตฺถ✎ ร่าง
Nāpadānaṁ paññāyittha.
dn27:18.25 #
เต มยํ อกฏฺฐปากํ สาลึ ปริภุญฺชนฺตา ตพฺภกฺขา ตทาหารา จิรํ ทีฆมทฺธานํ อฏฺฐมฺหา✎ ร่าง
Te mayaṁ akaṭṭhapākaṁ sāliṁ paribhuñjantā tambhakkhā tadāhārā ciraṁ dīghamaddhānaṁ aṭṭhamhā.
dn27:18.26 #
เตสนฺโน ปาปกานํเยว อกุสลานํ ธมฺมานํ ปาตุภาวา กโณปิ ตณฺฑุลํ ปริโยนทฺธิ ถุโสปิ ตณฺฑุลํ ปริโยนทฺธิ ลูนํปิ นปฺปฏิวิรุฬฺหํ อปทานมฺปิ ปญฺญายิตฺถ สณฺฑสณฺฑา สาลโย ฐิตา✎ ร่าง
Tesaṁ no pāpakānaṁyeva akusalānaṁ dhammānaṁ pātubhāvā kaṇopi taṇḍulaṁ pariyonandhi, thusopi taṇḍulaṁ pariyonandhi, lūnampi nappaṭivirūḷhaṁ, apadānaṁ paññāyittha, saṇḍasaṇḍā sālayo ṭhitā.
ข้าวสาลีนั้นจึงกลายเป็นข้าวมีรำหุ้มเมล็ดบ้าง มีแกลบห่อเมล็ดไว้บ้าง แม้ต้นที่เกี่ยวแล้วก็ไม่งอกขึ้นแทนที่ ปรากฏว่าขาดเป็นตอนๆ จึงได้มีข้าวสาลีเป็นกลุ่มๆ🤖 AI จับคู่
and now the rice grains have become wrapped in powder and husk, it doesn’t grow back after reaping, traces are left showing, and the rice stands in clumps.
dn27:18.27 #
ยนฺนูน มยํ สาลึ วิภเชยฺยาม มริยาทํ ฐเปยฺยามาติ ฯ✎ ร่าง
Yannūna mayaṁ sāliṁ vibhajeyyāma, mariyādaṁ ṭhapeyyāmā’ti.
อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรมาแบ่งข้าวสาลีและปักปันเขตแดนกันเสียเถิด🤖 AI จับคู่
We’d better divide up the rice and lay down boundaries.’
dn27:18.28 #
อถโข✎ ร่าง
Atha kho te, vāseṭṭha, sattā sāliṁ vibhajiṁsu, mariyādaṁ ṭhapesuṁ.
ดูกรวาเสฏฐะและภารทวาชะ ครั้นแล้ว สัตว์ทั้งหลายจึงแบ่งข้าวสาลีปักปันเขตแดนกัน🤖 AI จับคู่
So that’s what they did.
dn27:19.1 #
Atha kho, vāseṭṭha, aññataro satto lolajātiko sakaṁ bhāgaṁ parirakkhanto aññataraṁ bhāgaṁ adinnaṁ ādiyitvā paribhuñji.
ดูกรวาเสฏฐะและภารทวาชะ ครั้งนั้นแล สัตว์ผู้หนึ่งเป็นคนโลภ สงวนส่วนของตนไว้ ไปเก็บเอาส่วนอื่นที่เขาไม่ได้ให้มาบริโภค สัตว์ทั้งหลายจึงช่วยกันจับสัตว์ผู้นั้น🤖 AI จับคู่
Now, one of those beings was reckless. While guarding their own share they took another’s share without it being given, and ate it.
อ้างอิงสยามรัฐ 11.101 · พุทธชยันตี 9.156
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๑ — ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน