เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๑๖๐] ครั้งนั้นแลเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตร นุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวรเข้าไปในเมือง
เวสาลี เพื่อบิณฑบาต ท่านได้สดับข่าวว่า สุนักขัตตลิจฉวีบุตรได้กล่าววาจาในบริษัท ณ เมือง-
*เวสาลีอย่างนี้ว่า ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ที่เป็นญาณทัสสนะอันวิเศษพอแก่ความเป็นอริยะ ของ
พระสมณโคดมไม่มี พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วย
การค้นคิด แจ่มแจ้งได้เอง แต่ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ใด ธรรมนั้นย่อมดิ่งไป
เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบแห่งบุคคลผู้ทำตาม ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรเที่ยวไปในเมืองเวสาลี
เพื่อบิณฑบาตแล้ว กลับจากบิณฑบาต ในเวลาปัจฉาภัต จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค
ดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สุนักขัตตลิจฉวีบุตร เป็นผู้หลีกไปแล้วจากธรรมวินัยนี้ไม่นาน
ได้กล่าววาจาในบริษัท ณ เมืองเวสาลีว่าธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ที่เป็นญาณทัสสนะอันวิเศษพอแก่
ความเป็นอริยะ ของพระสมณโคดมไม่มี พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก
ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้งได้เอง แต่ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ใด ธรรมนั้น
ย่อมดิ่งไปเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบแห่งบุคคลผู้ทำตาม.
▴ ย่อ
อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา
ปตฺตจีวรมาทาย เวสาลึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya vesāliṁ piṇḍāya pāvisi.
ครั้งนั้นแลเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตร นุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวรเข้าไปในเมืองเวสาลี เพื่อบิณฑบาต🤖 AI จับคู่
Then Venerable Sāriputta robed up in the morning and, taking his bowl and robe, entered Vesālī for alms.
อ้างอิง พุทธชยันตี 10.166
อสฺโสสิ โข
อายสฺมา สารีปุตฺโต สุนกฺขตฺตสฺส ลิจฺฉวิปุตฺตสฺส เวสาลิยํ ปริสติ
เอวํ วาจํ ภาสมานสฺส✎ ร่าง
Assosi kho āyasmā sāriputto sunakkhattassa licchaviputtassa vesāliyaṁ parisati evaṁ vācaṁ bhāsamānassa:
ท่านได้สดับข่าวว่า สุนักขัตตลิจฉวีบุตรได้กล่าววาจาในบริษัท ณ เมืองเวสาลีอย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
He heard what Sunakkhatta was saying.
นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺส อุตฺตริ
มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส✎ ร่าง
“natthi samaṇassa gotamassa uttari manussadhammā alamariyañāṇadassanaviseso.
ตกฺกปริยาหตํ สมโณ
โคตโม ธมฺมํ เทเสติ วีมํสานุจริตํ สยํ ปฏิภานํ✎ ร่าง
Takkapariyāhataṁ samaṇo gotamo dhammaṁ deseti vīmaṁsānucaritaṁ sayampaṭibhānaṁ.
ยสฺส จ
ขฺวาสฺสตฺถาย ธมฺโม เทสิโต โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา
ทุกฺขกฺขยายาติ ฯ✎ ร่าง
Yassa ca khvāssa atthāya dhammo desito so niyyāti takkarassa sammā dukkhakkhayāyā”ti.
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต เวสาลิยํ ปิณฺฑาย
@เชิงอรรถ: ๑ สี. ยุ. อวรปุเรติ ปาโฐ ปญฺญายติ ฯ ๒ สี. ยุ. ปริสตินฺติ ปาโฐ ทิสฺสติ ฯ@๓ ยุ. อุตฺตรึ ฯ
จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ
อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ
นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto vesāliyaṁ piṇḍāya caritvā pacchābhattaṁ piṇḍapātapaṭikkanto yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi. Ekamantaṁ nisinno kho āyasmā sāriputto bhagavantaṁ etadavoca:
ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรเที่ยวไปในเมืองเวสาลีเพื่อบิณฑบาตแล้ว กลับจากบิณฑบาต ในเวลาปัจฉาภัต จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สุนักขัตตลิจฉวีบุตร เป็นผู้หลีกไปแล้วจากธรรมวินัยนี้ไม่นาน ได้กล่าววาจาในบริษัท ณ เมืองเวสาลีว่า...🤖 AI จับคู่
Then he wandered for alms in Vesālī. After the meal, on his return from almsround, he went to the Buddha, bowed, sat down to one side, and told him what had happened.
อ้างอิง สยามรัฐ 12.138
สุนกฺขตฺโต
ภนฺเต ลิจฺฉวิปุตฺโต อจิรปกฺกนฺโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา✎ ร่าง
“sunakkhatto, bhante, licchaviputto acirapakkanto imasmā dhammavinayā.
โส เวสาลิยํ
ปริสติ เอวํ วาจํ ภาสติ✎ ร่าง
So vesāliyaṁ parisati evaṁ vācaṁ bhāsati:
นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺส อุตฺตริ
มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส✎ ร่าง
‘natthi samaṇassa gotamassa uttari manussadhammā alamariyañāṇadassanaviseso.
ตกฺกปริยาหตํ สมโณ
โคตโม ธมฺมํ เทเสติ วีมํสานุจริตํ สยํ ปฏิภานํ✎ ร่าง
Takkapariyāhataṁ samaṇo gotamo dhammaṁ deseti vīmaṁsānucaritaṁ sayampaṭibhānaṁ.
ยสฺส จ
ขฺวาสฺสตฺถาย ธมฺโม เทสิโต โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา
ทุกฺขกฺขยายาติ ฯ✎ ร่าง
Yassa ca khvāssa atthāya dhammo desito so niyyāti takkarassa sammā dukkhakkhayāyā’”ti.