‹ กลับ
นิวาปสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 304 · ม.มู. ๑๒/๕๑๐๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๐๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฝูงเนื้อฝูงที่สาม คิดเห็นร่วมกันอย่างนี้ว่าฝูงเนื้อฝูงแรก เข้า ไปสู่ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อ ลืมตัวกินหญ้าอยู่ เมื่อเข้าไปแล้วลืมตัวกินหญ้าอยู่ ก็มัวเมา เมื่อมัวเมา ก็ประมาท เมื่อประมาท ก็ถูกพรานเนื้อทำเอาได้ตามชอบใจในป่าหญ้านั้น เมื่อเป็น เช่นนี้ เนื้อฝูงแรกนั้น ก็ไม่รอดพ้นอำนาจของพรานเนื้อไปได้ อนึ่ง ฝูงเนื้อฝูงที่สอง ก็คิดเห็น ร่วมกันอย่างนี้ว่า ฝูงเนื้อฝูงแรก เข้าไปสู่ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อ ลืมตัวกินหญ้าอยู่เมื่อ เข้าไปแล้วลืมตัวกินหญ้าอยู่ ก็มัวเมา เมื่อมัวเมา ก็ประมาท เมื่อประมาท ก็ถูกพรานเนื้อทำเอา ได้ตามชอบใจในป่าหญ้านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ เนื้อฝูงแรกนั้น ก็ไม่รอดพ้นอำนาจของพรานเนื้อไป ได้ ถ้ากระไร เราต้องเว้นจากการกินหญ้าเสียทั้งสิ้น เมื่อเว้นจากการกินหญ้าที่เป็นภัยแล้ว ต้อง เข้าไปอยู่ตามราวป่า ครั้นคิดดังนี้แล้ว จึงเว้นจากการกินหญ้าเสียทั้งสิ้น เมื่อเว้นจากการกินหญ้า ที่เป็นภัยแล้ว ก็เข้าไปอยู่ตามราวป่า ครั้นถึงเดือนท้ายฤดูคิมหันต์ เป็นเวลาที่สิ้นหญ้าและน้ำ ฝูงเนื้อเหล่านั้นก็มีร่างกายซูบผอม เมื่อมีร่างกายซูบผอม กำลังเรี่ยวแรงก็หมดไป เมื่อกำลังเรี่ยว แรงหมดไปจึงพากันกลับมาสู่ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อนั้นอีก ฝูงเนื้อเหล่านั้นพากันเข้าไป ในป่าหญ้านั้น ลืมตัวกินหญ้าอยู่ เมื่อเข้าไปแล้วลืมตัวกินหญ้าอยู่ ก็มัวเมา เมื่อมัวเมา ก็ประมาท เมื่อประมาท ก็ถูกพรานเนื้อทำเอาได้ตามชอบใจในป่าหญ้านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ฝูงเนื้อฝูงที่สองนั้น ก็ไม่รอดพ้นอำนาจของพรานเนื้อไปได้ ถ้ากระไร เราต้องซุ่มอาศัยอยู่ใกล้ๆ ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของ พรานเนื้อนั้น ครั้นซุ่มอาศัยอยู่ใกล้ๆ ป่าหญ้านั้นแล้ว เราจะไม่เข้าไปสู่ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพราน เนื้อนั้น จักไม่ลืมตัวกินหญ้าอยู่ เมื่อไม่เข้าไปแล้ว ไม่ลืมตัวกินหญ้าอยู่ ก็จักไม่มัวเมา เมื่อไม่ มัวเมา ก็จักไม่ประมาท เมื่อไม่ประมาท ก็จักไม่ถูกพรานเนื้อทำได้ตามชอบใจในป่าหญ้านั้น. ครั้นคิดดังนี้แล้ว ฝูงเนื้อเหล่านั้น ก็เข้าไปซุ่มอาศัยอยู่ใกล้ๆ ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อนั้น ครั้นเข้าไปซุ่มอาศัยอยู่ใกล้ๆ ป่าหญ้านั้นแล้วก็ไม่เข้าไปสู่ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อ ไม่ลืมตัว กินหญ้าอยู่ เมื่อไม่เข้าไปในป่าหญ้านั้น ไม่ลืมตัวกินหญ้าอยู่ ก็ไม่มัวเมา เมื่อไม่มัวเมา ก็ไม่ ประมาท เมื่อไม่ประมาท ก็ไม่ถูกพรานเนื้อทำเอาตามชอบใจในป่าหญ้านั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทีนั้น พรานเนื้อกับบริวารได้คิดว่า ฝูงเนื้อฝูงที่สามนี้ คงเป็นสัตว์แกมโกงคล้ายกับมีฤทธิ์ ไม่ใช่ สัตว์ธรรมดา จึงกินหญ้าที่ปลูกไว้นี้ได้ เราไม่ทราบทางมาทางไปของพวกมัน อย่ากระนั้นเลย เราต้องเอาตาข่ายขัดไม้หลายๆ อัน ล้อมป่าหญ้าที่ปลูกไว้นี้ให้รอบไปทั้งป่า บางทีเราจะพบที่อยู่ ของฝูงเนื้อฝูงที่สามในที่ซึ่งเราจะไปจับเอาได้ ครั้นคิดฉะนี้แล้ว พวกเขาก็ช่วยกันเอาตาข่ายขัดไม้ เป็นอันมากล้อมป่าหญ้าที่ปลูกไว้นั้นรอบไปทั้งป่า พรานเนื้อกับบริวารก็ได้พบที่อยู่ของฝูงเนื้อฝูงที่ สามในที่ซึ่งเขาไปจับเอาได้แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ฝูงเนื้อฝูงที่สามนั้น ก็ไม่รอดพ้นอำนาจของ พรานเนื้อไปได้.
เทียบรายประโยค (25 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 11
mn25:5.1 #
ตตฺร ภิกฺขเว ตติยา มิคชาตา เอวํ สมจินฺเตสุํ✎ ร่าง
Tatra, bhikkhave, tatiyā migajātā evaṁ samacintesuṁ:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฝูงเนื้อฝูงที่สาม คิดเห็นร่วมกันอย่างนี้ว่าฝูงเนื้อฝูงแรก เข้าไปสู่ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อ ลืมตัวกินหญ้าอยู่ เมื่อเข้าไปแล้วลืมตัวกินหญ้าอยู่ ก็มัวเมา เมื่อมัวเมา ก็ประมาท เมื่อประมาท ก็ถูกพรานเนื้อทำเอาได้ตามชอบใจในป่าหญ้านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ เนื้อฝูงแรกนั้น ก็ไม่รอดพ้นอำนาจของพรานเนื้อไปได้🤖 AI จับคู่
So then a third herd of deer thought up a plan,
อ้างอิงPTS 1.153 · สยามรัฐ 12.301 · ฉัฏฐสังคายนา 12.211 · พุทธชยันตี 10.376
mn25:5.2 #
เย โข เต ปฐมา มิคชาตา อมุํ นิวาปํ นิวุตฺตํ เนวาปิกสฺส ฯเปฯ✎ ร่าง
‘ye kho te paṭhamā migajātā amuṁ nivāpaṁ nivuttaṁ nevāpikassa …pe…
‘The first …
mn25:5.3 #
เอวญฺหิ เต ปฐมา มิคชาตา น ปริมุจฺจึสุ เนวาปิกสฺส อิทฺธานุภาวา✎ ร่าง
evañhi te paṭhamā migajātā na parimucciṁsu nevāpikassa iddhānubhāvā.
mn25:5.4 #
เยปิ เต ทุติยา มิคชาตา เอวํ สมจินฺเตสุํ✎ ร่าง
Yepi te dutiyā migajātā evaṁ samacintesuṁ:
and second herds of deer …
mn25:5.5 #
เย โข เต ปฐมา มิคชาตา อมุํ นิวาปํ นิวุตฺตํ เนวาปิกสฺส ฯเปฯ✎ ร่าง
“ye kho te paṭhamā migajātā amuṁ nivāpaṁ nivuttaṁ nevāpikassa …pe…
mn25:5.6 #
เอวญฺหิ เต ปฐมา มิคชาตา น ปริมุจฺจึสุ เนวาปิกสฺส อิทฺธานุภาวา✎ ร่าง
evañhi te paṭhamā migajātā na parimucciṁsu nevāpikassa iddhānubhāvā.
mn25:5.7 #
ยนฺนูน มยํ สพฺพโส นิวาปโภชนา ปฏิวิรเมยฺยาม ภยโภคา ปฏิวิรตา อรญฺญายตนานิ อชฺโฌคาเหตฺวา วิหเรยฺยามาติ✎ ร่าง
Yannūna mayaṁ sabbaso nivāpabhojanā paṭivirameyyāma, bhayabhogā paṭiviratā araññāyatanāni ajjhogāhetvā vihareyyāmā”ti.
mn25:5.8 #
เต สพฺพโส นิวาปโภชนา ปฏิวิรมึสุ ภยโภคา ปฏิวิรตา อรญฺญายตนานิ อชฺโฌคาเหตฺวา วิหรึสุ✎ ร่าง
Te sabbaso nivāpabhojanā paṭiviramiṁsu, bhayabhogā paṭiviratā araññāyatanāni ajjhogāhetvā vihariṁsu.
mn25:5.9 #
เตสํ คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส ติโณทกสงฺขเย อธิมตฺตกสิมานํ ปตฺโต กาโย โหติ✎ ร่าง
Tesaṁ gimhānaṁ pacchime māse tiṇodakasaṅkhaye adhimattakasimānaṁ patto kāyo hoti.
mn25:5.10 #
เตสํ อธิมตฺตกสิมานํ ปตฺตกายานํ พลวิริยํ ปริหายิ✎ ร่าง
Tesaṁ adhimattakasimānaṁ pattakāyānaṁ balavīriyaṁ parihāyi.
mn25:5.11 #
พลวิริเย ปริหีเน ตเมว นิวาปํ นิวุตฺตํ เนวาปิกสฺส ปจฺจาคมึสุ✎ ร่าง
Balavīriye parihīne tameva nivāpaṁ nivuttaṁ nevāpikassa paccāgamiṁsu.
mn25:5.12 #
เต ตตฺร อนูปขชฺช มุจฺฉิตา โภชนานิ ภุญฺชึสุ✎ ร่าง
Te tattha anupakhajja mucchitā bhojanāni bhuñjiṁsu.
mn25:5.13 #
เต ตตฺร อนูปขชฺช มุจฺฉิตา โภชนานิ ภุญฺชมานา มทํ อาปชฺชึสุ มตฺตา สมานา ปมาทํ อาปชฺชึสุ ปมตฺตา สมานา ยถากามกรณียา อเหสุํ เนวาปิกสฺส อมุสฺมึ นิวาเป✎ ร่าง
Te tattha anupakhajja mucchitā bhojanāni bhuñjamānā madaṁ āpajjiṁsu, mattā samānā pamādaṁ āpajjiṁsu, pamattā samānā yathākāmakaraṇīyā ahesuṁ nevāpikassa amusmiṁ nivāpe.
mn25:5.14 #
เอวญฺหิ เต ทุติยาปิ มิคชาตา น ปริมุจฺจึสุ เนวาปิกสฺส อิทฺธานุภาวา✎ ร่าง
Evañhi te dutiyāpi migajātā na parimucciṁsu nevāpikassa iddhānubhāvā.
failed to get free of the sower’s power.
mn25:5.15 #
ยนฺนูน มยํ อมุํ นิวาปํ นิวุตฺตํ เนวาปิกสฺส อุปนิสฺสาย อาสยํ กปฺเปยฺยาม✎ ร่าง
Yannūna mayaṁ amuṁ nivāpaṁ nivuttaṁ nevāpikassa upanissāya āsayaṁ kappeyyāma.
ถ้ากระไร เราต้องซุ่มอาศัยอยู่ใกล้ๆ ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อนั้น🤖 AI จับคู่
Why don’t we set up our lair close by where the sower has sown the seed?
mn25:5.16 #
ตตฺราสยํ กปฺเปตฺวา อมุํ นิวาปํ นิวุตฺตํ เนวาปิกสฺส อนนูปขชฺช อมุจฺฉิตา ๑- โภชนานิ ภุญฺชิสฺสาม อนนูปขชฺช อมุจฺฉิตา โภชนานิ ภุญฺชมานา น มทํ อาปชฺชิสฺสาม อมตฺตา สมานา นปฺปมาทํ อาปชฺชิสฺสาม อปฺปมตฺตา สมานา น ยถากามกรณียา ภวิสฺสาม เนวาปิกสฺส อมุสฺมึ นิวาเปติ ฯ✎ ร่าง
Tatrāsayaṁ kappetvā amuṁ nivāpaṁ nivuttaṁ nevāpikassa ananupakhajja amucchitā bhojanāni bhuñjissāma, ananupakhajja amucchitā bhojanāni bhuñjamānā na madaṁ āpajjissāma, amattā samānā na pamādaṁ āpajjissāma, appamattā samānā na yathākāmakaraṇīyā bhavissāma nevāpikassa amusmiṁ nivāpe’ti.
ครั้นซุ่มอาศัยอยู่ใกล้ๆ ป่าหญ้านั้นแล้ว เราจะไม่เข้าไปสู่ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อนั้น จักไม่ลืมตัวกินหญ้าอยู่ เมื่อไม่เข้าไปแล้ว ไม่ลืมตัวกินหญ้าอยู่ ก็จักไม่มัวเมา เมื่อไม่มัวเมา ก็จักไม่ประมาท เมื่อไม่ประมาท ก็จักไม่ถูกพรานเนื้อทำได้ตามชอบใจในป่าหญ้านั้น🤖 AI จับคู่
Then we can encroach and enjoy eating without being reckless. We won’t become indulgent, then we won’t become negligent, and then the sower won’t be able to do what he wants with us on account of that seed.’
mn25:5.17 #
เต อมุํ นิวาปํ นิวุตฺตํ เนวาปิกสฺส อุปนิสฺสาย อาสยํ กปฺปยึสุ✎ ร่าง
Te amuṁ nivāpaṁ nivuttaṁ nevāpikassa upanissāya āsayaṁ kappayiṁsu.
ครั้นคิดดังนี้แล้ว ฝูงเนื้อเหล่านั้น ก็เข้าไปซุ่มอาศัยอยู่ใกล้ๆ ป่าหญ้าที่ปลูกไว้ของพรานเนื้อนั้น🤖 AI จับคู่
And that’s just what they did.
mn25:5.18 #
ตตฺราสยํ กปฺเปตฺวา อมุํ นิวาปํ นิวุตฺตํ เนวาปิกสฺส @เชิงอรรถ: ๑ โป. มุจฺฉิตา ฯ อิโต ปรํ เอวํ ญาตพฺพํ ฯ อนนูปขชฺช อมุจฺฉิตา โภชนานิ ภุญฺชึสุ เต ตตฺร อนนูปขชฺช อมุจฺฉิตา โภชนานิ ภุญฺชมานา น มทํ อาปชฺชึสุ อมตฺตา สมานา นปฺปมาทํ อาปชฺชึสุ อปฺปมตฺตา สมานา น ยถากามกรณียา อเหสุํ เนวาปิกสฺส อมุสฺมึ นิวาเปติ✎ ร่าง
Tatrāsayaṁ kappetvā amuṁ nivāpaṁ nivuttaṁ nevāpikassa ananupakhajja amucchitā bhojanāni bhuñjiṁsu, te tattha ananupakhajja amucchitā bhojanāni bhuñjamānā na madaṁ āpajjiṁsu, amattā samānā na pamādaṁ āpajjiṁsu, appamattā samānā na yathākāmakaraṇīyā ahesuṁ nevāpikassa amusmiṁ nivāpe.
mn25:5.19 #
ตตฺร ภิกฺขเว เนวาปิกสฺส จ เนวาปิกปริสาย จ เอตทโหสิ อปิ✎ ร่าง
Tatra, bhikkhave, nevāpikassa ca nevāpikaparisāya ca etadahosi:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทีนั้น พรานเนื้อกับบริวารได้คิดว่า🤖 AI จับคู่
So the sower and his helpers thought,
อ้างอิงพุทธชยันตี 10.378
mn25:5.20 #
สฺสุ ๒- นามิเม ตติยา มิคชาตา เกฏุภิโน อิทฺธิมนฺตสฺสุ ๓- นามิเม ตติยา มิคชาตา ปรชนา✎ ร่าง
‘saṭhāssunāmime tatiyā migajātā ketabino, iddhimantāssunāmime tatiyā migajātā parajanā;
ฝูงเนื้อฝูงที่สามนี้ คงเป็นสัตว์แกมโกงคล้ายกับมีฤทธิ์ ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา จึงกินหญ้าที่ปลูกไว้นี้ได้🤖 AI จับคู่
‘Wow, this third herd of deer is so sneaky and devious, they must be some kind of strange spirits with magical abilities!
mn25:5.21 #
อิมญฺจ นาม นิวาปํ นิวุตฺตํ ปริภุญฺชนฺติ น จ เนสํ ชานาม อาคตึ วา คตึ วา✎ ร่าง
imañca nāma nivāpaṁ nivuttaṁ paribhuñjanti, na ca nesaṁ jānāma āgatiṁ vā gatiṁ vā.
เราไม่ทราบทางมาทางไปของพวกมัน🤖 AI จับคู่
For they eat the seed we’ve sown without us knowing how they come and go.
mn25:5.22 #
ยนฺนูน มยํ อิมํ นิวาปํ นิวุตฺตํ มหตีหิ ทณฺฑวาคุราหิ ๔- สมนฺตา สปฺปเทสํ อนุปริวาเรยฺยาม อปฺเปวนาม ตติยานํ มิคชาตานํ อาสยํ ปสฺเสยฺยาม ยตฺถ เต คาหํ คจฺเฉยฺยุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūna mayaṁ imaṁ nivāpaṁ nivuttaṁ mahatīhi daṇḍavākarāhi samantā sappadesaṁ anuparivāreyyāma, appeva nāma tatiyānaṁ migajātānaṁ āsayaṁ passeyyāma, yattha te gāhaṁ gaccheyyun’ti.
อย่ากระนั้นเลย เราต้องเอาตาข่ายขัดไม้หลายๆ อัน ล้อมป่าหญ้าที่ปลูกไว้นี้ให้รอบไปทั้งป่า บางทีเราจะพบที่อยู่ของฝูงเนื้อฝูงที่สาม🤖 AI จับคู่
Why don’t we surround the seed on all sides by staking out high nets? Hopefully we might get to see the lair where they go to hide out.’
mn25:5.23 #
เต อมุํ นิวาปํ นิวุตฺตํ มหตีหิ ทณฺฑวาคุราหิ สมนฺตา สปฺปเทสํ อนุปริวาเรสุํ ฯ✎ ร่าง
Te amuṁ nivāpaṁ nivuttaṁ mahatīhi daṇḍavākarāhi samantā sappadesaṁ anuparivāresuṁ.
ครั้นคิดฉะนี้แล้ว พวกเขาก็ช่วยกันเอาตาข่ายขัดไม้เป็นอันมากล้อมป่าหญ้าที่ปลูกไว้นั้นรอบไปทั้งป่า🤖 AI จับคู่
And that’s just what they did.
mn25:5.24 #
อทฺทสาสุํ โข ภิกฺขเว เนวาปิโก จ เนวาปิกปริสา จ ตติยานํ มิคชาตานํ อาสยํ ยตฺถ เต คาหํ อคมํสุ ฯ✎ ร่าง
Addasaṁsu kho, bhikkhave, nevāpiko ca nevāpikaparisā ca tatiyānaṁ migajātānaṁ āsayaṁ, yattha te gāhaṁ agamaṁsu.
พรานเนื้อกับบริวารก็ได้พบที่อยู่ของฝูงเนื้อฝูงที่สามในที่ซึ่งเขาไปจับเอาได้แล้ว🤖 AI จับคู่
And they saw the lair where the third herd of deer went to hide out.
mn25:5.25 #
เอวญฺหิ เต ภิกฺขเว ตติยาปิ มิคชาตา น ปริมุจฺจึสุ เนวาปิกสฺส อิทฺธานุภาวา ฯ✎ ร่าง
Evañhi te, bhikkhave, tatiyāpi migajātā na parimucciṁsu nevāpikassa iddhānubhāvā.
เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ฝูงเนื้อฝูงที่สามนั้น ก็ไม่รอดพ้นอำนาจของพรานเนื้อไปได้🤖 AI จับคู่
And that’s how the third herd failed to get free from the sower’s power.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน