‹ กลับ
มหาตัณหาสังขยสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 447 · ม.มู. ๑๒/๘๐๔๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๔๗] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็ข้อว่า ชราและมรณะมี เพราะชาติเป็นปัจจัย ดังนี้ นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะชาติเป็นปัจจัยนั่นแล ชราและมรณะจึงมี ใน ข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็นอย่างไร? ภิกษุเหล่านั้นทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา และมรณะจึงมี ในข้อนี้ มีความเป็นอย่างนี้แล. พ. ก็ข้อว่า ชาติมี เพราะภพเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะภพเป็นปัจจัยนั่นแล ชาติจึงมี ในข้อนี้เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็นอย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี ในข้อนี้ มีความเป็นอย่าง นี้แล. พ. ก็ข้อว่า ภพมี เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยนั้นแล ภพจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็น อย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี ในข้อนี้มีความเป็นอย่าง นี้แล. พ. ก็ข้อว่า อุปาทานมี เพราะตัณหาเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะตัณหาเป็นปัจจัยนั่นแล อุปาทานจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็น อย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี ในข้อนี้มีความเป็น อย่างนี้แล. พ. ก็ข้อว่า ตัณหามี เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะเวทนาเป็นปัจจัยนั้นแล ตัณหาจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็น อย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี ในข้อนี้ มีความเป็น อย่างนี้แล. พ. ก็ข้อว่า เวทนามี เพราะผัสสะเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะผัสสะเป็นปัจจัยนั่นแล เวทนาจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็นอย่างไร? ภ. ข้าแต่พระผู้เจริญ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี ในข้อนี้มีความเป็นอย่าง นี้แล. พ. ก็ข้อว่า ผัสสะมี เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัยนั่นแล ผัสสะจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็น อย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี ในข้อนี้ มีความ เป็นอย่างนี้แล. พ. ก็ข้อว่า สฬายตนะมี เพราะนามรูปเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะนามรูปเป็นปัจจัยนั่นแล สฬายตนะจึงมี ในข้อนี้เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็น อย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี ในข้อนี้ มีความ เป็นอย่างนี้แล. พ. ก็ข้อว่า นามรูปมี เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยนั่นแล นามรูปจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็น อย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี ในข้อนี้ มีความ เป็นอย่างนี้แล. พ. ก็ข้อว่า วิญญาณมี เพราะสังขารเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะสังขารเป็นปัจจัยนั่นแล วิญญาณจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็น อย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ในข้อนี้มีความเป็น อย่างนี้แล. พ. ก็ข้อว่า สังขารมี เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว เพราะอวิชชา เป็นปัจจัยนั่นแล สังขารจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็นอย่างไร? ภ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี ในข้อนี้ มีความเป็น อย่างนี้แล.
เทียบรายประโยค (54 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 5
mn38:18.1 #
ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
Jātipaccayā jarāmaraṇanti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
ก็ข้อว่า ชราและมรณะมี เพราะชาติเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว🤖 AI จับคู่
‘Rebirth is a requirement for old age and death.’ That’s what I said.
mn38:18.2 #
ชาติปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว ชรามรณํ โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
jātipaccayā nu kho, bhikkhave, jarāmaraṇaṁ, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะชาติเป็นปัจจัยนั่นแล ชราและมรณะจึงมี ในข้อนี้เป็นอย่างนี้หรือๆ เป็นอย่างไร?🤖 AI จับคู่
Is that how you see this or not?”
mn38:18.3 #
ชาติปจฺจยา ภนฺเต ชรามรณํ✎ ร่าง
“Jātipaccayā, bhante, jarāmaraṇaṁ;
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา และมรณะจึงมี ในข้อนี้ มีความเป็นอย่างนี้แล🤖 AI จับคู่
mn38:18.4 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
“That’s how we see it.”
mn38:18.5 #
ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ฯ✎ ร่าง
jātipaccayā jarāmaraṇan”ti.
mn38:18.6 #
ภวปจฺจยา ชาตีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Bhavapaccayā jātīti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
ก็ข้อว่า ชาติมี เพราะภพเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว🤖 AI จับคู่
“‘Continued existence is a requirement for rebirth.’ …
อ้างอิงPTS 1.262 · สยามรัฐ 12.481
mn38:18.7 #
ภวปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว ชาติ โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
bhavapaccayā nu kho, bhikkhave, jāti, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.8 #
ภวปจฺจยา ภนฺเต ชาติ✎ ร่าง
“Bhavapaccayā, bhante, jāti;
mn38:18.9 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.10 #
ภวปจฺจยา ชาตีติ ฯ✎ ร่าง
bhavapaccayā jātī”ti.
mn38:18.11 #
อุปาทานปจฺจยา ภโวติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Upādānapaccayā bhavoti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 12.333 · พุทธชยันตี 10.614
mn38:18.12 #
อุปาทานปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว ภโว โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
upādānapaccayā nu kho, bhikkhave, bhavo, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.13 #
อุปาทานปจฺจยา ภนฺเต ภโว✎ ร่าง
“Upādānapaccayā, bhante, bhavo;
mn38:18.14 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.15 #
อุปาทานปจจฺยา ภโวติ ฯ✎ ร่าง
upādānapaccayā bhavo”ti.
mn38:18.16 #
ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ตณฺหาปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว อุปาทานํ โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
“Taṇhāpaccayā upādānanti iti kho panetaṁ vuttaṁ, taṇhāpaccayā nu kho, bhikkhave, upādānaṁ, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.17 #
ตณฺหาปจฺจยา ภนฺเต อุปาทานํ✎ ร่าง
“Taṇhāpaccayā, bhante, upādānaṁ;
mn38:18.18 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.19 #
ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานนฺติ ฯ✎ ร่าง
taṇhāpaccayā upādānan”ti.
mn38:18.20 #
เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Vedanāpaccayā taṇhāti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
mn38:18.21 #
เวทนาปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว ตณฺหา โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
vedanāpaccayā nu kho, bhikkhave, taṇhā, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.22 #
เวทนาปจฺจยา ภนฺเต ตณฺหา✎ ร่าง
“Vedanāpaccayā, bhante, taṇhā;
mn38:18.23 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.24 #
เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติ ฯ✎ ร่าง
vedanāpaccayā taṇhā”ti.
mn38:18.25 #
ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Phassapaccayā vedanāti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
mn38:18.26 #
ผสฺสปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว เวทนา โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
phassapaccayā nu kho, bhikkhave, vedanā, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.27 #
ผสฺสปจฺจยา ภนฺเต เวทนา✎ ร่าง
“Phassapaccayā, bhante, vedanā;
mn38:18.28 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.29 #
ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ ฯ✎ ร่าง
phassapaccayā vedanā”ti.
mn38:18.30 #
สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Saḷāyatanapaccayā phassoti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
mn38:18.31 #
สฬายตนปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว ผสฺโส โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
saḷāyatanapaccayā nu kho, bhikkhave, phasso, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.32 #
สฬายตนปจฺจยา ภนฺเต ผสฺโส✎ ร่าง
“Saḷāyatanapaccayā, bhante, phasso;
mn38:18.33 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.34 #
สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ ฯ✎ ร่าง
saḷāyatanapaccayā phasso”ti.
mn38:18.35 #
นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Nāmarūpapaccayā saḷāyatananti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
mn38:18.36 #
นามรูปปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว สฬายตนํ โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
nāmarūpapaccayā nu kho, bhikkhave, saḷāyatanaṁ, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.37 #
นามรูปปจฺจยา ภนฺเต สฬายตนํ✎ ร่าง
“Nāmarūpapaccayā, bhante, saḷāyatanaṁ;
mn38:18.38 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.39 #
นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติ ฯ✎ ร่าง
nāmarūpapaccayā saḷāyatanan”ti.
mn38:18.40 #
วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Viññāṇapaccayā nāmarūpanti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
อ้างอิงสยามรัฐ 12.482
mn38:18.41 #
วิญฺญาณปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว นามรูปํ โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
viññāṇapaccayā nu kho, bhikkhave, nāmarūpaṁ, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.42 #
วิญฺญาณปจฺจยา ภนฺเต นามรูปํ✎ ร่าง
“Viññāṇapaccayā, bhante, nāmarūpaṁ;
mn38:18.43 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.44 #
วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ ฯ✎ ร่าง
viññāṇapaccayā nāmarūpan”ti.
mn38:18.45 #
สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Saṅkhārapaccayā viññāṇanti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
mn38:18.46 #
สงฺขารปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว วิญฺญาณํ โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
saṅkhārapaccayā nu kho, bhikkhave, viññāṇaṁ, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
mn38:18.47 #
สงฺขารปจฺจยา ภนฺเต วิญฺญาณํ✎ ร่าง
“Saṅkhārapaccayā, bhante, viññāṇaṁ;
mn38:18.48 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
mn38:18.49 #
สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ ฯ✎ ร่าง
saṅkhārapaccayā viññāṇan”ti.
mn38:18.50 #
อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ✎ ร่าง
“Avijjāpaccayā saṅkhārāti iti kho panetaṁ vuttaṁ;
ก็ข้อว่า สังขารมี เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยนั่นแล สังขารจึงมี🤖 AI จับคู่
‘Ignorance is a requirement for choices.’ That’s what I said.
อ้างอิงพุทธชยันตี 10.616
mn38:18.51 #
อวิชฺชาปจฺจยา นุ โข ภิกฺขเว สงฺขารา โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
avijjāpaccayā nu kho, bhikkhave, saṅkhārā, no vā, kathaṁ vā ettha hotī”ti?
Is that how you see this or not?”
mn38:18.52 #
อวิชฺชาปจฺจยา ภนฺเต สงฺขารา✎ ร่าง
“Avijjāpaccayā, bhante, saṅkhārā;
mn38:18.53 #
เอวํ โน เอตฺถ โหติ✎ ร่าง
evaṁ no ettha hoti—
“That’s how we see it.”
mn38:18.54 #
อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ฯ✎ ร่าง
avijjāpaccayā saṅkhārā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน