‹ กลับ
เวรัญชกสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 490 · ม.มู. ๑๒/๙๐๕๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๐] ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ผู้ประ พฤติธรรมด้วยกายมี ๓ อย่าง ด้วยวาจามี ๔ อย่าง ด้วยใจมี ๓ อย่าง ดูกรพราหมณ์และคฤหบดี ทั้งหลาย ก็บุคคลประพฤติธรรมด้วยกาย ๓ อย่างเป็นไฉน? ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาตรา มีความ ละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่. ละการถือเอาทรัพย์ที่เขามิได้ให้ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ ไม่ลักทรัพย์อันเป็นอุปกรณ์ เครื่องปลื้มใจของผู้อื่น ที่อยู่ในบ้าน หรือที่อยู่ในป่า ที่เจ้าของมิได้ให้ซึ่งนับว่าเป็นขโมย. ละความประพฤติผิดในกายทั้งหลาย เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย คือ ไม่ถึงความสมสู่ในพวกหญิง ที่มารดารักษา ... ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือผู้ประพฤติธรรมด้วย กาย ๓ อย่าง เป็นอย่างนี้แล. ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือประพฤติธรรมด้วย วาจา ๔ อย่าง เป็นไฉน? ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ละการ พูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดเท็จ ไปในที่ประชุม ... และไม่กล่าวเท็จทั้งรู้อยู่ ... ละวาจาอันส่อเสียด เว้นขาดจากวาจาอันส่อเสียดกล่าววาจาที่เป็นเครื่องทำความพร้อม เพรียงกัน. ละวาจาหยาบ เว้นขาดจากวาจาหยาบ ... กล่าววาจาที่ไม่มีโทษ ... ละการพูดไร้ประโยชน์ เว้นขาดจากการพูดไร้ประโยชน์ ... มีหลักฐานมีที่อ้าง มีที่สุด ประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลอันควร. ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือประพฤติธรรมด้วย วาจา ๔ อย่าง เป็นอย่างนี้แล. ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือประพฤติธรรมด้วยใจ ๓ อย่าง เป็นไฉน? ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่มีความ โลภ ไม่เพ่งเล็งต่อทรัพย์อันเป็นอุปกรณ์เครื่องปลื้มใจของผู้อื่นว่า ขอของผู้อื่นพึงเป็นของเราดังนี้. เป็นผู้มีจิตไม่พยาบาท ไม่มีความดำริในใจคิดประทุษร้ายว่า ขอสัตว์เหล่านี้ จงเป็นผู้ไม่ มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีแต่สุข รักษาตนเถิด ดังนี้. เป็นผู้มีความเห็นชอบ มีความเห็นไม่วิปริตว่า ผลแห่งทานที่ให้แล้วมีอยู่ผลแห่งการบูชา มีอยู่ ... สมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ ผู้ทำโลกนี้และโลกหน้า ให้ แจ้งชัดด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งเองแล้ว สอนให้ผู้อื่นรู้ได้มีอยู่ในโลก ดังนี้. ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือประพฤติธรรมด้วยใจ ๓ อย่าง เป็นอย่างนี้แล. ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย สัตว์บางพวกในโลกนี้ ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เพราะเหตุแห่งความประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรม อย่างนี้แล.
เทียบรายประโยค (19 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 2
mn42:11.1 #
ติวิธํ โข ปน คหปตโย กาเยน ธมฺมจารี สมจารี โหติ จตุพฺพิธํ วาจาย ธมฺมจารี สมจารี โหติ ติวิธํ มนสา ธมฺมจารี สมจารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Tividhaṁ kho, gahapatayo, kāyena dhammacārī samacārī hoti, catubbidhaṁ vācāya dhammacārī samacārī hoti, tividhaṁ manasā dhammacārī samacārī hoti.
ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ผู้ประพฤติธรรมด้วยกายมี ๓ อย่าง ด้วยวาจามี ๔ อย่าง ด้วยใจมี ๓ อย่าง🤖 AI จับคู่
mn42:12.1 #
กถญฺจ คหปตโย ติวิธํ กาเยน ธมฺมจารี สมจารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathañca, gahapatayo, tividhaṁ kāyena dhammacārī samacārī hoti?
ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ🤖 AI จับคู่
mn42:12.2 #
อิธ คหปตโย เอกจฺโจ ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ นิหิตทณฺโฑ นิหิตสตฺโถ ฯเปฯ สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Idha, gahapatayo, ekacco pāṇātipātaṁ pahāya pāṇātipātā paṭivirato hoti, nihitadaṇḍo nihitasattho lajjī dayāpanno sabbapāṇabhūtahitānukampī viharati.
mn42:12.3 #
อทินฺนาทานํ ปหาย อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ ยนฺตํ ปรสฺส ปรวิตฺตูปกรณํ น ตํ อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทาตา โหติ ฯ✎ ร่าง
Adinnādānaṁ pahāya adinnādānā paṭivirato hoti, yaṁ taṁ parassa … taṁ nādinnaṁ theyyasaṅkhātaṁ ādātā hoti.
mn42:12.4 #
กาเมสุ มิจฺฉาจารํ ปหาย ฯเปฯ ตถารูปาสุ น จาริตฺตํ อาปชฺชิตา โหติ ฯ✎ ร่าง
Kāmesumicchācāraṁ pahāya … tathārūpāsu na cārittaṁ āpajjitā hoti.
mn42:12.5 #
เอวํ โข คหปตโย ติวิธํ กาเยน ธมฺมจารี สมจารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, gahapatayo, tividhaṁ kāyena dhammacārī samacārī hoti.
mn42:13.1 #
กถญฺจ คหปตโย จตุพฺพิธํ วาจาย ธมฺมจารี สมจารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathañca, gahapatayo, catubbidhaṁ vācāya dhammacārī samacārī hoti?
อ้างอิงสยามรัฐ 12.532 · พุทธชยันตี 10.680
mn42:13.2 #
อิธ คหปตโย เอกจฺโจ มุสาวาทํ ปหาย มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ สภคฺคโต วา ฯเปฯ น สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหติ ฯ✎ ร่าง
Idha, gahapatayo, ekacco musāvādaṁ pahāya musāvādā paṭivirato hoti. Sabhāgato vā …pe… na sampajānamusā bhāsitā hoti.
mn42:13.3 #
ปิสุณํ วาจํ ปหาย ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต ฯเปฯ สมคฺคกรณึ วาจํ ภาสิตา โหติ ฯ✎ ร่าง
Pisuṇaṁ vācaṁ pahāya … samaggakaraṇiṁ vācaṁ bhāsitā hoti.
mn42:13.4 #
ผรุสํ วาจํ ปหาย ฯเปฯ ตถารูปึ ๑- วาจํ ภาสิตา โหติ ฯ✎ ร่าง
Pharusaṁ vācaṁ pahāya … tathārūpaṁ vācaṁ bhāsitā hoti.
mn42:13.5 #
สมฺผปฺปลาปํ ปหาย ฯเปฯ กาเลน สาปเทสํ ปริยนฺตวตึ อตฺถสญฺหิตํ ฯ✎ ร่าง
Samphappalāpaṁ pahāya … kālena sāpadesaṁ pariyantavatiṁ atthasaṁhitaṁ.
mn42:13.6 #
เอวํ โข คหปตโย จตุพฺพิธํ วาจาย ธมฺมจารี สมจารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, gahapatayo, catubbidhaṁ vācāya dhammacārī samacārī hoti.
mn42:14.1 #
กถญฺจ คหปตโย ติวิธํ มนสา ธมฺมจารี สมจารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathañca, gahapatayo, tividhaṁ manasā dhammacārī samacārī hoti?
mn42:14.2 #
อิธ คหปตโย เอกจฺโจ อนภิชฺฌาลุ โหติ ยนฺตํ ปรสฺส ปรวิตฺตูปกรณํ ตํ นาภิชฺฌิตา โหติ อโห วต ยํ ปรสฺส ตํ มม อสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Idha, gahapatayo, ekacco anabhijjhālu hoti. Yaṁ taṁ parassa paravittūpakaraṇaṁ taṁ nābhijjhātā hoti: ‘aho vata yaṁ parassa, taṁ mamassā’ti.
mn42:14.3 #
อพฺยาปนฺนจิตฺโต โข ปน โหติ อปฺปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป อิเม สตฺตา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตูติ ฯ✎ ร่าง
Abyāpannacitto kho pana hoti appaduṭṭhamanasaṅkappo: ‘ime sattā averā abyābajjhā anīghā sukhī attānaṁ pariharantū’ti.
mn42:14.4 #
สมฺมาทิฏฺฐิโก โข ปน โหติ อวิปรีตทสฺสโน✎ ร่าง
Sammādiṭṭhiko kho pana hoti aviparītadassano:
mn42:14.5 #
อตฺถิ ทนฺนํ อตฺถิ ยิฏฺฐํ ฯเปฯ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
‘atthi dinnaṁ, atthi yiṭṭhaṁ … sayaṁ abhiññā sacchikatvā pavedentī’ti.
mn42:14.6 #
เอวํ โข คหปตโย ติวิธํ มนสา ธมฺมจารี สมจารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, gahapatayo, tividhaṁ manasā dhammacārī samacārī hoti.
mn42:14.7 #
เอวํ ธมฺมจริยาสมจริยาเหตุ โข คหปตโย เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ dhammacariyāsamacariyāhetu kho, gahapatayo, evam’idhekacce sattā kāyassa bhedā paraṁ maraṇā sugatiṁ saggaṁ lokaṁ upapajjanti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 12.368
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน