‹ กลับ
มารตัชชนียสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 559 · ม.มู. ๑๒/๑๐๒๘๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๕๙] ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ได้เห็นมารผู้ลามกยืนอยู่ที่ข้างบานประตู ครั้นแล้ว จึงกล่าวว่า ดูกรมารผู้ลามก เราเห็นท่านแม้ที่ข้างบานประตูนั้น ท่านอย่าเข้าใจว่า สมณะนี้ไม่ เห็นเรา ท่านนั้นยืนอยู่แล้วที่ข้างบานประตู. ดูกรมารผู้ลามก เรื่องเคยมีแล้ว เราเป็นมารชื่อทูสี มีน้องหญิงชื่อกาลี ท่านเป็นบุตรน้องหญิงของเรานั้น ท่านนั้นได้เป็นหลานชายของเรา. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่ากกุสันธะ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จอุบัติขึ้นในโลก. พระองค์มีคู่พระมหาสาวกชื่อวิธุระและชื่อสัญชีวะเป็นคู่เจริญเลิศ. พระสาวกของพระผู้มีพระภาค พระนามว่ากกุสันธะอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีประมาณเท่าใด ในพระสาวกมีประมาณเท่านั้น ไม่มีองค์ใดที่จะสม่ำเสมอด้วยท่านพระวิธุระในทางธรรมเทศนา. ด้วยเหตุนี้ ท่านพระวิธุระจึงมี นามเกิดขึ้นว่า วิธุระ วิธุระ. ส่วนท่านพระสัญชีวะ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนต้นไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่าง เปล่าก็ดี ย่อมเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธด้วยความลำบากเล็กน้อย. ดูกรมารผู้ลามก เรื่องเคยมีแล้ว ท่านพระสัญชีวะนั่งเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง. พวกคนเลี้ยงโค พวกคนเลี้ยง ปศุสัตว์ พวกคนไถนา และพวกคนเดินทาง ได้เห็นท่านพระสัญชีวะนั่งเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ อยู่ที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง ครั้นแล้วได้ปรึกษากันว่า ท่านผู้เจริญ นี่น่าอัศจรรย์แปลกประหลาด หนอ พระสมณะนี้นั่งทำกาละเสียแล้ว มิฉะนั้น พวกเราจงเผาท่านเถิด. ครั้งนั้น คน เหล่านั้นจึงหาหญ้าไม้ และโคมัยมากองสุมกายท่านพระสัญชีวะ เอาไฟจุดเผาแล้วหลีกไป. เมื่อล่วงราตรีนั้นแล้ว ท่านพระสัญชีวะออกจากสมาบัตินั้นแล้ว ก็สลัดจีวร เวลาเช้า นุ่งห่ม แล้วถือบาตรและจีวร เข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต. พวกคนเลี้ยงโค พวกคนเลี้ยงปศุสัตว์ พวกคนไถนา และพวกคนเดินทาง ได้เห็นท่านพระสัญชีวะเที่ยวบิณฑบาตแล้ว ก็ปรึกษากันว่า ท่านผู้เจริญ นี่น่าอัศจรรย์ แปลกประหลาดหนอ พระสมณะนี้นั่งทำกาละแล้ว พระสมณะนี้นั้น กลับมีสัญญาอยู่แล้ว. ด้วยเหตุนี้ ท่านพระสัญชีวะจึงได้มีชื่อเกิดขึ้นว่า สัญชีวะ สัญชีวะ.
เทียบรายประโยค (14 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 4 ✎ ร่าง 10
mn50:7.1 #
อทฺทสา โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน มารํ ปาปิมนฺตํ ปจฺจคฺคเฬ ฐิตํ✎ ร่าง
Addasā kho āyasmā mahāmoggallāno māraṁ pāpimantaṁ paccaggaḷe ṭhitaṁ;
ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ได้เห็นมารผู้ลามกยืนอยู่ที่ข้างบานประตู🤖 AI จับคู่
Moggallāna saw him there
อ้างอิงสยามรัฐ 12.602 · ฉัฏฐสังคายนา 12.417
mn50:7.2 #
ทิสฺวาน มารํ ปาปิมนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
disvāna māraṁ pāpimantaṁ etadavoca:
ครั้นแล้วจึงกล่าวว่า🤖 AI จับคู่
and said,
mn50:7.3 #
เอตฺถาปิ โข ตาหํ ปาปิม ปสฺสามิ มา ตฺวํ มญฺญิตฺโถ✎ ร่าง
“etthāpi kho tāhaṁ, pāpima, passāmi; mā tvaṁ maññittho
ดูกรมารผู้ลามก เรารู้จักท่านแม้ที่ข้างบานประตูนั้น ท่านอย่าเข้าใจว่า สมณะนี้ไม่เห็นเรา✎ ร่าง
“I see you even there, Wicked One. Do not think,
mn50:7.4 #
น มํ ปสฺสตีติ✎ ร่าง
‘na maṁ passatī’ti.
สมณะนี้ไม่เห็นเรา🤖 AI จับคู่
‘He doesn’t see me.’
mn50:7.5 #
เอโส ตฺวํ ปาปิม ปจฺจคฺคเฬ ฐิโต ฯ✎ ร่าง
Eso tvaṁ, pāpima, paccaggaḷe ṭhito.
ท่านนั้นยืนอยู่แล้วที่ข้างบานประตู.🤖 AI จับคู่
That’s you, Wicked One, standing against the door.
mn50:8.1 #
ภูตปุพฺพาหํ ปาปิม ทูสี นาม มาโร อโหสึ ตสฺส เม กาฬี นาม ภคินี✎ ร่าง
Bhūtapubbāhaṁ, pāpima, dūsī nāma māro ahosiṁ, tassa me kāḷī nāma bhaginī.
ดูกรมารผู้ลามก เรื่องเคยมีแล้ว เราเป็นมารชื่อทูสี มีน้องหญิงชื่อกาลี ท่านเป็นบุตรน้องหญิงนั้น จึงเป็นหลานเรา.✎ ร่าง
Once upon a time, Wicked One, I was a Māra named Dūsī, and I had a sister named Kāḷī.
mn50:8.2 #
ตสฺสา ภคินิยา ตฺวํ ปุตฺโต✎ ร่าง
Tassā tvaṁ putto.
ท่านเป็นบุตรน้องหญิงนั้น✎ ร่าง
You were her son,
mn50:8.3 #
โส เม ตฺวํ ภาคิเนยฺโย อโหสีติ ฯ✎ ร่าง
So me tvaṁ bhāgineyyo ahosi.
จึงเป็นหลานเรา.✎ ร่าง
which made you my nephew.
mn50:9.1 #
เตน โข ปน✎ ร่าง
Tena kho pana, pāpima, samayena kakusandho bhagavā arahaṁ sammāsambuddho loke uppanno hoti.
ดูกรมารผู้ลามก สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่า กกุสันธะ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้อุบัติขึ้นในโลก.✎ ร่าง
At that time Kakusandha, the Blessed One, the perfected one, the fully awakened Buddha arose in the world.
mn50:9.2 #
Kakusandhassa kho pana, pāpima, bhagavato arahato sammāsambuddhassa vidhurasañjīvaṁ nāma sāvakayugaṁ ahosi aggaṁ bhaddayugaṁ.
พระผู้มีพระภาคผู้มีพระนามว่ากกุสันธะ มีพระสาวกคู่หนึ่งที่ดีเลิศ คือ ท่านวิธุระและท่านสัญชีวะ✎ ร่าง
Kakusandha had a fine pair of chief disciples named Vidhura and Sañjīva.
mn50:9.3 #
Yāvatā kho pana, pāpima, kakusandhassa bhagavato arahato sammāsambuddhassa sāvakā.
ดูกรมารผู้ลามก ในบรรดาสาวกของพระผู้มีพระภาคผู้มีพระนามว่ากกุสันธะ✎ ร่าง
Of all the disciples of the Buddha Kakusandha,
mn50:9.4 #
Tesu na ca koci āyasmatā vidhurena samasamo hoti yadidaṁ dhammadesanāya.
ไม่มีผู้ใดเทียบเท่าท่านวิธุระในด้านการแสดงธรรม✎ ร่าง
none were the equal of Venerable Vidhura in teaching Dhamma.
mn50:9.5 #
Iminā kho evaṁ, pāpima, pariyāyena āyasmato vidhurassa vidhuroteva samaññā udapādi.
นั่นเป็นเหตุให้เรียกว่า วิธุระ ฉะนี้.✎ ร่าง
And that’s how he came to be known as Vidhura.
mn50:10.1 #
Āyasmā pana, pāpima, sañjīvo araññagatopi rukkhamūlagatopi suññāgāragatopi appakasireneva saññāvedayitanirodhaṁ samāpajjati.
ดูกรมารผู้ลามก สมัยนั้น ท่านสัญชีวะไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนต้นไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างก็ดี ท่านสัญชีวะย่อมเข้าสมาบัติแห่งความดับ ท่านเข้าสมาบัตินั้นอยู่✎ ร่าง
But when Venerable Sañjīva had gone to a wilderness, or to the root of a tree, or to an empty hut, he easily attained the cessation of perception and feeling.
อ้างอิงPTS 1.334 · สยามรัฐ 12.603
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน