‹ กลับ
มารตัชชนียสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 562 · ม.มู. ๑๒/๑๐๒๘๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๖๒] ดูกรมารผู้ลามก ครั้งนั้นแล ทูสีมารมีความดำริดังนี้ว่า เราทำอยู่แม้ถึงอย่างนี้แล ก็มิได้รู้ความมาหรือความไปของภิกษุผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านี้เลย ถ้ากระไร เราพึงชักชวน พวกพราหมณ์และคฤหบดีว่า เชิญท่านทั้งหลายมา สักการะ เคารพ นับถือ บูชา ภิกษุทั้งหลายผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมกันเถิด แม้ไฉน เมื่อภิกษุเหล่านั้นอันท่านทั้งหลาย สักการะ เคารพ นับถือ บูชาอยู่ พึงมีจิตเป็นอย่างอื่น โดยประการที่ทูสีมารพึงได้ช่อง. ดูกร มารผู้ลามก ครั้งนั้นแล ทูสีมารชักชวนพราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้นว่า เชิญท่านทั้งหลายมา สักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุทั้งหลายผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมกันเถิด แม้ไฉน เมื่อภิกษุ เหล่านั้นอันท่านทั้งหลายสักการะ เคารพ นับถือ บูชาอยู่ พึงมีจิตเป็นอย่างอื่น โดยประการ ที่ทูสีมารพึงได้ช่อง ดังนี้. ดูกรมารผู้ลามก ครั้งนั้นแล พราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้น ถูกทูสีมาร ชักชวนแล้ว พากันสักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุทั้งหลายผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม. ดูกรมารผู้ ลามก สมัยนั้นแล มนุษย์เหล่าใดกระทำกาละไป มนุษย์เหล่านั้น เมื่อกายแตกตายไป ย่อม เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์โดยมาก.
เทียบรายประโยค (9 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 1 ✎ ร่าง 6
mn50:16.1 #
อถ โข ปาปิม ทูสิสฺส มารสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho, pāpima, dūsissa mārassa etadahosi:
ดูกรมารผู้ลามก ครั้งนั้นแล ทูสีมารมีความดำริว่า แม้ทำอย่างนี้เราก็ยังไม่รู้จักความมาและความไปของภิกษุผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านี้✎ ร่าง
Then it occurred to Māra Dūsī,
อ้างอิงPTS 1.336 · ฉัฏฐสังคายนา 12.420
mn50:16.2 #
เอวมฺปิ โข อหํ กโรนฺโต อิเมสํ ภิกฺขูนํ สีลวนฺตานํ กลฺยาณธมฺมานํ เนว ชานามิ อาคตึ วา คตึ วา ยนฺนูนาหํ พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิเสยฺยํ✎ ร่าง
‘evampi kho ahaṁ karonto imesaṁ bhikkhūnaṁ sīlavantānaṁ kalyāṇadhammānaṁ neva jānāmi āgatiṁ vā gatiṁ vā, yannūnāhaṁ brāhmaṇagahapatike anvāviseyyaṁ:
แม้ทำอย่างนี้เราก็ยังไม่รู้จักความมาและความไปของภิกษุผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านี้✎ ร่าง
‘Even when I do this I don’t know the course of rebirth of these ethical mendicants of good character. Why don’t I take possession of these brahmins and householders and say,
mn50:16.3 #
เอถ ตุเมฺห ภิกฺขู สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม สกฺกโรถ ครุกโรถ มาเนถ ปูเชถ✎ ร่าง
“etha, tumhe bhikkhū sīlavante kalyāṇadhamme sakkarotha garuṁ karotha mānetha pūjetha,
ถ้ากระไร เราพึงชักชวนพวกพราหมณ์และคฤหบดีว่า เชิญท่านทั้งหลายมา สักการะ เคารพ นับถือ บูชา ภิกษุทั้งหลายผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมกันเถิด🤖 AI จับคู่
“Come, all of you, honor, respect, esteem, and venerate the ethical mendicants of good character.
mn50:16.4 #
อปฺเปวนาม ตุเมฺหหิ สกฺกริยมานานํ ครุกริยมานานํ มานิยมานานํ ปูชิยมานานํ สิยา จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ ยถา นํ ทูสี มาโร ลเภถ โอตารนฺติ ฯ✎ ร่าง
appeva nāma tumhehi sakkariyamānānaṁ garukariyamānānaṁ māniyamānānaṁ pūjiyamānānaṁ siyā cittassa aññathattaṁ, yathā taṁ dūsī māro labhetha otāran”’ti.
ถ้าไฉน เมื่อภิกษุเหล่านั้นถูกสักการะ เคารพ นับถือ บูชา บางทีจิตของพวกเขาอาจจะแปรปรวนได้ ทูสีมารก็จะหาช่องทางได้.✎ ร่าง
Hopefully by doing this we can upset their minds so that Māra Dūsī can find a vulnerability.”’
mn50:17.1 #
อถ โข เต ปาปิม ทูสี มาโร พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิสิ✎ ร่าง
Atha kho te, pāpima, dūsī māro brāhmaṇagahapatike anvāvisi:
แล้วทูสีมารก็ชักชวนพวกพราหมณ์และคฤหบดีอย่างนั้น.✎ ร่าง
And that’s exactly what he did.
อ้างอิงพุทธชยันตี 10.784
mn50:17.2 #
เอถ ตุเมฺห ภิกฺขู สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม สกฺกโรถ ครุกโรถ มาเนถ ปูเชถ✎ ร่าง
‘etha, tumhe bhikkhū sīlavante kalyāṇadhamme sakkarotha garuṁ karotha mānetha pūjetha,
mn50:17.3 #
อปฺเปวนาม ตุเมฺหหิ สกฺกริยมานานํ ครุกริยมานานํ มานิยมานานํ ปูชิยมานานํ สิยา จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ ยถา นํ ทูสี มาโร ลเภถ โอตารนฺติ ฯ✎ ร่าง
appeva nāma tumhehi sakkariyamānānaṁ garukariyamānānaṁ māniyamānānaṁ pūjiyamānānaṁ siyā cittassa aññathattaṁ, yathā taṁ dūsī māro labhetha otāran’ti.
mn50:17.4 #
อถ โข เต ปาปิม พฺราหฺมณคหปติกา อนฺวาวิสิฏฺฐา ทูสินา มาเรน ภิกฺขู สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม สกฺกโรนฺติ ครุกโรนฺติ มาเนนฺติ ปูเชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te, pāpima, brāhmaṇagahapatikā anvāviṭṭhā dūsinā mārena bhikkhū sīlavante kalyāṇadhamme sakkaronti garuṁ karonti mānenti pūjenti.
ครั้งนั้น พวกพราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้น ก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม✎ ร่าง
Then those brahmins and householders honored, respected, esteemed, and venerated the ethical mendicants of good character.
mn50:17.5 #
เย โข ปน ปาปิม เตน สมเยน มนุสฺสา กาลํ กโรนฺติ เยภุยฺเยน กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Ye kho pana, pāpima, tena samayena manussā kālaṁ karonti yebhuyyena kāyassa bhedā paraṁ maraṇā sugatiṁ saggaṁ lokaṁ upapajjanti.
สัตว์ส่วนมากที่ตายตอนนั้น เมื่อร่างกายแตกสลาย ก็ไปเกิดในสวรรค์✎ ร่าง
Most of the people who died at that time—when their body broke up, after death—were reborn in a good place, a heavenly realm.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน