‹ กลับ
เอสุการีสูตร
เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ · ข้อ 663 · ม.ม. ๑๓/๑๐๕๓๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๖๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ ก็โลกทั้งปวงย่อมอนุญาตข้อนั้น แก่พราหมณ์ทั้งหลายว่า จงบัญญัติการบำเรอ ๔ ประการนี้หรือ? เอ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระโคดม. พ. ดูกรพราหมณ์ เปรียบเหมือนบุรุษขัดสน ไม่มีของๆ ตน ยากจน ชนทั้งหลาย พึงแขวนก้อนเนื้อไว้เพื่อบุรุษนั้นผู้ไม่ปรารถนาว่า บุรุษผู้เจริญ ท่านพึงเคี้ยวกินก้อนเนื้อนี้เสีย และพึงใช้ต้นทุน ฉันใด พราหมณ์ทั้งหลายก็ฉันนั้น ย่อมบัญญัติการบำเรอ ๔ ประการนี้แก่ สมณพราหมณ์เหล่านั้น โดยไม่ได้รับปฏิญาณ. ดูกรพราหมณ์ เราย่อมไม่กล่าวว่า พึงบำเรอ สิ่งทั้งปวง แต่เราก็ไม่กล่าวว่า ไม่พึงบำเรอสิ่งทั้งปวง. ก็เมื่อบุคคลบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุ แห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความชั่ว ไม่มีความดี เรากล่าวสิ่งนั้นว่าควรบำเรอหามิได้ แต่เมื่อบุคคล บำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุแห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความดี ไม่มีความชั่ว เรากล่าวสิ่งนั้นว่า ควรบำเรอ. ถ้าแม้ชนทั้งหลายจะพึงถามกษัตริย์อย่างนี้ว่า เมื่อท่านบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุ แห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความชั่ว ไม่มีความดี หรือว่าเมื่อท่านบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุแห่ง การบำเรอพึงมีแต่ความดี ไม่มีความชั่ว ในกรณีเช่นนี้ท่านจะพึงบำเรอสิ่งนั้น? แม้กษัตริย์เมื่อ จะพยากรณ์โดยชอบ ก็พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า เมื่อข้าพเจ้าบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุแห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความชั่วไม่มีความดี ข้าพเจ้าไม่พึงบำเรอสิ่งนั้น เมื่อข้าพเจ้าบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุ แห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความดี ไม่มีความชั่ว ข้าพเจ้าพึงบำเรอสิ่งนั้น. ถ้าแม้ชนทั้งหลาย พึงถามพราหมณ์ ... แพศย์ ... ศูทรอย่างนี้ว่า เมื่อท่านบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุแห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความชั่ว ไม่พึงมีความดี ท่านพึงบำเรอสิ่งนั้น หรือว่าเมื่อท่านบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุ แห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความดี ไม่พึงมีความชั่ว ในกรณีเช่นนี้ ท่านจะพึงบำเรอสิ่งนั้น? แม้ศูทรเมื่อจะพยากรณ์โดยชอบ ก็พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า เมื่อข้าพเจ้าบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุ แห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความชั่ว ไม่พึงมีความดี ข้าพเจ้าไม่พึงบำเรอสิ่งนั้น ส่วนว่าเมื่อข้าพเจ้า บำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุแห่งการบำเรอ พึงมีแต่ความดี ไม่พึงมีความชั่ว ข้าพเจ้าพึงบำเรอ สิ่งนั้น.
เทียบรายประโยค (16 ประโยค)
mn96:4.2 #
กึ ปน พฺราหฺมณ สพฺโพ โลโก พฺราหฺมณานํ เอตทพฺภนุชานาติ อิมา จตสฺโส ปาริจริยา ปญฺญเปนฺตูติ ฯ โน หิทํ โภ โคตม ฯ✎ ร่าง
“No hidaṁ, bho gotama”.
“No, worthy Gotama.”
mn96:4.3 #
เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ ปุริโส ทฬิทฺโท อสฺสโก อนาฬฺหิโย ตสฺส อกามสฺส วิสํ ๒- โอลคฺเคยฺยุํ อิทนฺเต อมฺโภ ปุริส มํสํ ขาทิตพฺพํ มูลญฺจ อนุปฺปทาตพฺพนฺติ✎ ร่าง
“Seyyathāpi, brāhmaṇa, puriso daliddo assako anāḷhiyo. Tassa akāmassa bilaṁ olaggeyyuṁ: ‘idaṁ te, ambho purisa, maṁsaṁ khāditabbaṁ, mūlañca anuppadātabban’ti.
“It’s as if they were to force a chop on a poor, penniless person, telling them, ‘Eat this meat and pay for it!’
mn96:4.4 #
เอวเมว โข พฺราหฺมณ พฺราหฺมณา อปฺปฏิญฺญาย ๓- เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ อถ จ ปนิมา จตสฺโส ปาริจริยา ปญฺญเปนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evameva kho, brāhmaṇa, brāhmaṇā appaṭiññāya tesaṁ samaṇabrāhmaṇānaṁ, atha ca panimā catasso pāricariyā paññapenti.
In the same way, the brahmins have prescribed these four kinds of service without the consent of those ascetics and brahmins.
mn96:5.1 #
นาหํ พฺราหฺมณ สพฺพํ ปริจริตพฺพนฺติ วทามิ น ปนาหํ พฺราหฺมณ สพฺพํ น ปริจริตพฺพนฺติ วทามิ ฯ✎ ร่าง
Nāhaṁ, brāhmaṇa, ‘sabbaṁ paricaritabban’ti vadāmi; nāhaṁ, brāhmaṇa, ‘sabbaṁ na paricaritabban’ti vadāmi.
Brahmin, I don’t say that you should serve everyone, nor do I say that you shouldn’t serve anyone.
mn96:5.2 #
ยํ หิสฺส พฺราหฺมณ ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ ปาปิโย อสฺส น เสยฺโย นาหนฺตํ ปริจริตพฺพนฺติ วทามิ✎ ร่าง
Yaṁ hissa, brāhmaṇa, paricarato pāricariyāhetu pāpiyo assa na seyyo, nāhaṁ taṁ ‘paricaritabban’ti vadāmi;
I say that you shouldn’t serve someone if serving them makes you worse, not better.
mn96:5.3 #
ยญฺจ ขฺวสฺส พฺราหฺมณ ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ เสยฺโย อสฺส น ปาปิโย ตมหํ ปริจริตพฺพนฺติ วทามิ ฯ✎ ร่าง
yañca khvāssa, brāhmaṇa, paricarato pāricariyāhetu seyyo assa na pāpiyo tamahaṁ ‘paricaritabban’ti vadāmi.
And I say that you should serve someone if serving them makes you better, not worse.
mn96:6.1 #
ขตฺติยญฺเจปิ พฺราหฺมณ เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
Khattiyañcepi, brāhmaṇa, evaṁ puccheyyuṁ:
If they were to ask an aristocrat this,
mn96:6.2 #
ยํ วา เต ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ ปาปิโย อสฺส น เสยฺโย ยํ วา เต ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ เสยฺโย @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อิธ ฯ ๒ ยุ. พิลํ ฯ ๓ ยุ. อปฺปฏิญฺญาเย ฯ อสฺส น ปาปิโย ต✎ ร่าง
‘yaṁ vā te paricarato pāricariyāhetu pāpiyo assa na seyyo, yaṁ vā te paricarato pāricariyāhetu seyyo assa na pāpiyo;
‘Who should you serve? Someone in whose service you get worse, or someone in whose service you get better?’
mn96:6.3 #
เมตฺถ ๑- ปริจเรยฺยาสีติ ฯ ขตฺติโยปิ หิ พฺราหฺมณ สมฺมา พฺยากรมาโน เอวํ พฺยากเรยฺย✎ ร่าง
kamettha paricareyyāsī’ti, khattiyopi hi, brāhmaṇa, sammā byākaramāno evaṁ byākareyya:
Answering rightly, an aristocrat would say,
mn96:6.4 #
ยํ หิ เม ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ ปาปิโย อสฺส น เสยฺโย นาหนฺตํ ปริจเรยฺยํ ยญฺจ โข เม ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ เสยฺโย อสฺส น ปาปิโย ตมหํ ปริจเรยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘yañhi me paricarato pāricariyāhetu pāpiyo assa na seyyo, nāhaṁ taṁ paricareyyaṁ; yañca kho me paricarato pāricariyāhetu seyyo assa na pāpiyo tamahaṁ paricareyyan’ti.
‘Someone in whose service I get better.’
mn96:7.1 #
พฺราหฺมณํ เจปิ พฺราหฺมณ ... เ✎ ร่าง
Brāhmaṇañcepi, brāhmaṇa …pe…
If they were to ask a brahmin …
mn96:7.2 #
วสฺสํ เจปิ พฺราหฺมณ✎ ร่าง
vessañcepi, brāhmaṇa …pe…
a peasant …
mn96:7.3 #
สุทฺทํ เจปิ พฺราหฺมณ เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
suddañcepi, brāhmaṇa, evaṁ puccheyyuṁ:
or a menial this,
mn96:7.4 #
ยํ วา เต ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ ปาปิโย อสฺส น เสยฺโย ยํ วา เต ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ เสยฺโย อสฺส น ปาปิโย ต✎ ร่าง
‘yaṁ vā te paricarato pāricariyāhetu pāpiyo assa na seyyo, yaṁ vā te paricarato pāricariyāhetu seyyo assa na pāpiyo;
‘Who should you serve? Someone in whose service you get worse, or someone in whose service you get better?’
mn96:7.5 #
เมตฺถ ปริจเรยฺยาสีติ ฯ สุทฺโทปิ พฺราหฺมณ สมฺมา พฺยากรมาโน เอวํ พฺยากเรยฺย✎ ร่าง
kamettha paricareyyāsī’ti, suddopi hi, brāhmaṇa, sammā byākaramāno evaṁ byākareyya:
Answering rightly, a menial would say,
mn96:7.6 #
ยํ หิ เม ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ ปาปิโย อสฺส น เสยฺโย นาหนฺตํ ปริจเรยฺยํ ยญฺจ โข เม ปริจรโต ปาริจริยาเหตุ เสยฺโย อสฺส น ปาปิโย ตมหํ ปริจเรยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘yañhi me paricarato pāricariyāhetu pāpiyo assa na seyyo, nāhaṁ taṁ paricareyyaṁ; yañca kho me paricarato pāricariyāhetu seyyo assa na pāpiyo tamahaṁ paricareyyan’ti.
‘Someone in whose service I get better.’
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน