‹ กลับ
อภัยราชกุมารสูตร
เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ · ข้อ 93 · ม.ม. ๑๓/๑๖๐๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๙๓] อภัยราชกุมารประทับ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระตถาคตจะพึงตรัสพระวาจา อันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจของคนอื่น บ้างหรือหนอ. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรราชกุมาร ในปัญหาข้อนี้ จะวิสัชนาโดยส่วนเดียวมิได้. อ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะปัญหาข้อนี้ พวกนิครนถ์ได้ฉิบหายแล้ว. พ. ดูกรราชกุมาร เหตุไฉนพระองค์จึงตรัสอย่างนี้เล่า? ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะปัญหาข้อนี้ พวกนิครนถ์ได้ฉิบหายแล้ว ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส หม่อมฉันเข้าไปหานิครนถ์นาฏบุตรถึงที่อยู่ อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง นิครนถ์นาฏบุตรได้บอกว่า ไปเถิด พระราชกุมาร เชิญพระองค์เสด็จไป ยกวาทะแก่พระสมณโคดมเถิด เมื่อพระองค์ยกวาทะแก่พระสมณโคดมอย่างนี้ กิตติศัพท์อันงาม ของพระองค์จักระบือไปว่า อภัยราชกุมารยกวาทะแก่พระสมณโคดม ผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก อย่างนี้ เมื่อนิครนถ์นาฏบุตรกล่าวอย่างนี้ หม่อมฉันได้ถามว่า ท่านผู้เจริญ ก็ข้าพเจ้าจะยกวาทะ แก่พระสมณโคดมผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากอย่างนี้ได้อย่างไร นิครนถ์นาฏบุตรตอบว่า ไปเถิด พระราชกุมาร เชิญพระองค์เสด็จเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมถึงที่ประทับ แล้วจงทูลถามอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระตถาคตจะพึงตรัสพระวาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น บ้างหรือหนอ ถ้าพระสมณโคดมถูกพระองค์ทูลถามอย่างนี้แล้ว จะทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกร ราชกุมาร ตถาคตพึงกล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ดังนี้ไซร้ พระองค์พึง ทูลพระสมณโคดมอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นอย่างนั้น การกระทำของพระองค์ จะต่างอะไรจากปุถุชนเล่า เพราะแม้ปุถุชนก็กล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น แต่ถ้าพระสมณโคดมถูกพระองค์ทูลถามอย่างนี้แล้ว จะทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรราชกุมาร ตถาคตไม่พึงกล่าววาจา อันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ดังนี้ไซร้ พระองค์พึงทูล พระสมณโคดมอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นอย่างนั้น อย่างไรพระองค์จึงทรงพยากรณ์ เทวทัตต์ว่า เทวทัตต์จักเกิดในอบาย จักเกิดในนรก ตั้งอยู่สิ้นกัปหนึ่ง เป็นผู้อันใครๆ เยียวยา ไม่ได้ ดังนี้ เพราะพระวาจาของพระองค์นั้น พระเทวทัตต์โกรธ เสียใจ ดูกรพระราชกุมาร พระสมณโคดมถูกพระองค์ทูลถามปัญหาสองเงื่อนนี้แล้ว จะไม่อาจกลืนเข้า ไม่อาจคายออกได้เลย เปรียบเหมือนกระจับเหล็กติดอยู่ในคอของบุรุษ บุรุษนั้นจะไม่อาจกลืนเข้า ไม่อาจคายออกได้ ฉันใด ดูกรพระราชกุมาร พระสมณโคดมก็ฉันนั้น ถูกพระองค์ทูลถามปัญหาสองเงื่อนนี้แล้ว ไม่อาจกลืนเข้า จะไม่อาจคายออกได้เลย.
เทียบรายประโยค (26 ประโยค)
mn58:6.1 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อภโย ราชกุมาโร ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho abhayo rājakumāro bhagavantaṁ etadavoca:
and said to him,
อ้างอิงPTS 1.394 · สยามรัฐ 13.91 · ฉัฏฐสังคายนา 13.64
mn58:6.2 #
ภาเสยฺย นุ โข ภนฺเต ตถาคโต ตํ วาจํ ยา สา วาจา ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปาติ ฯ✎ ร่าง
“bhāseyya nu kho, bhante, tathāgato taṁ vācaṁ yā sā vācā paresaṁ appiyā amanāpā”ti?
“Sir, may the Realized One utter speech that is disliked by others?”
mn58:6.3 #
น เขฺวตฺถ ๒- ราชกุมาร เอกํเสนาติ ฯ✎ ร่าง
“Na khvettha, rājakumāra, ekaṁsenā”ti.
“This matter is not categorical, prince.”
mn58:6.4 #
เอตฺถ ภนฺเต อนสฺสุํ นิคนฺถาติ ฯ✎ ร่าง
“Ettha, bhante, anassuṁ nigaṇṭhā”ti.
“Then the Jains have lost in this, sir.”
mn58:6.5 #
กึ ปน ตฺวํ ราชกุมาร เอวํ วเทสีติ ๓- ฯ✎ ร่าง
“Kiṁ pana tvaṁ, rājakumāra, evaṁ vadesi:
“But prince, why do you say that
mn58:6.6 #
เอตฺถ ภนฺเต อนสฺสุํ นิคนฺถาติ✎ ร่าง
‘ettha, bhante, anassuṁ nigaṇṭhā’”ti?
the Jains have lost in this?”
mn58:6.7 #
อิธาหํ ภนฺเต เยน นิคนฺโถ นาฏปุตฺโต เตนุปสงฺกมึ อุปสงฺกมิตฺวา นิคนฺถํ นาฏปุตฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข มํ ภนฺเต นิคนฺโถ นาฏปุตฺโต เอตทโวจ✎ ร่าง
“Idhāhaṁ, bhante, yena nigaṇṭho nāṭaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā nigaṇṭhaṁ nāṭaputtaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁ. Ekamantaṁ nisinnaṁ kho maṁ, bhante, nigaṇṭho nāṭaputto etadavoca:
Then Abhaya told the Buddha all that had happened.
mn58:6.8 #
เอหิ ตฺวํ ราชกุมาร สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปหิ✎ ร่าง
‘ehi tvaṁ, rājakumāra, samaṇassa gotamassa vādaṁ āropehi.
mn58:6.9 #
เอวํ เต กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉิสฺสติ✎ ร่าง
Evaṁ te kalyāṇo kittisaddo abbhuggacchissati—
mn58:6.10 #
อภเยน ราชกุมาเรน สมณสฺส โคตมสฺส เอวํ มหิทฺธิกสฺส เอวํ มหานุภาวสฺส วาโท อาโรปิโตติ✎ ร่าง
abhayena rājakumārena samaṇassa gotamassa evaṁ mahiddhikassa evaṁ mahānubhāvassa vādo āropito’ti.
mn58:6.11 #
เอวํ วุตฺเต อหํ ภนฺเต นิคนฺถํ นาฏปุตฺตํ เอตทโวจํ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, ahaṁ, bhante, nigaṇṭhaṁ nāṭaputtaṁ etadavocaṁ:
mn58:6.12 #
ยถากถํ@เชิงอรรถ: ๑ ม. ปกฺกมิ ฯ ๒ ยุ. น โขตฺถ ฯ ๓ ม. ยุ. อิติสทฺโท นตฺถิ ฯ@๔ ม. อพฺภุคฺคจฺฉติ ฯ ยุ. อพฺภุคฺคญฺฉีติ ฯ ปนาหํ ภนฺเต สมณสฺส โคตมสฺส เอวํ มหิทฺธิกสฺส เอวํ มหานุภาวสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามีติ✎ ร่าง
‘yathā kathaṁ panāhaṁ, bhante, samaṇassa gotamassa evaṁ mahiddhikassa evaṁ mahānubhāvassa vādaṁ āropessāmī’ti?
mn58:6.13 #
เอหิ ตฺวํ ราชกุมาร เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกม อุปสงฺกมิตฺวา สมณํ โคตมํ เอวํ วเทหิ✎ ร่าง
‘Ehi tvaṁ, rājakumāra, yena samaṇo gotamo tenupasaṅkama; upasaṅkamitvā samaṇaṁ gotamaṁ evaṁ vadehi:
mn58:6.14 #
ภาเสยฺย นุ โข ภนฺเต ตถาคโต ตํ วาจํ ยา สา วาจา ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปาติ✎ ร่าง
“bhāseyya nu kho, bhante, tathāgato taṁ vācaṁ yā sā vācā paresaṁ appiyā amanāpā”ti?
mn58:6.15 #
สเจ เต สมโณ โคตโม เอวํ ปุฏฺโฐ สมาโน ๑- เอวํ พฺยากโรติ✎ ร่าง
Sace te samaṇo gotamo evaṁ puṭṭho evaṁ byākaroti:
mn58:6.16 #
ภาเสยฺย ราชกุมาร ตถาคโต ตํ วาจํ ยา สา วาจา ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปาติ ตเมนํ ตฺวํ เอวํ วเทยฺยาสิ✎ ร่าง
“bhāseyya, rājakumāra, tathāgato taṁ vācaṁ yā sā vācā paresaṁ appiyā amanāpā”ti, tamenaṁ tvaṁ evaṁ vadeyyāsi:
mn58:6.17 #
อถ กิญฺจรหิ เต ภนฺเต ปุถุชฺชเนน นานากรณํ✎ ร่าง
“atha kiñcarahi te, bhante, puthujjanena nānākaraṇaṁ?
mn58:6.18 #
ปุถุชฺชโนปิ หิ ตํ วาจํ ภาเสยฺย ยา สา วาจา ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปาติ✎ ร่าง
Puthujjanopi hi taṁ vācaṁ bhāseyya yā sā vācā paresaṁ appiyā amanāpā”ti.
mn58:6.19 #
สเจ ปน เต สมโณ โคตโม เอวํ ปุฏฺโฐ {๙๓.๒} เอวํ พฺยากโรติ✎ ร่าง
Sace pana te samaṇo gotamo evaṁ puṭṭho evaṁ byākaroti:
mn58:6.20 #
น ราชกุมาร ตถาคโต ตํ วาจํ ภาเสยฺย ยา สา วาจา ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปาติ ตเมนํ ตฺวํ เอวํ วเทยฺยาสิ✎ ร่าง
“na, rājakumāra, tathāgato taṁ vācaṁ bhāseyya yā sā vācā paresaṁ appiyā amanāpā”ti, tamenaṁ tvaṁ evaṁ vadeyyāsi—
mn58:6.21 #
อถ กิญฺจรหิ เต ภนฺเต เทวทตฺโต พฺยากโต✎ ร่าง
atha kiñcarahi te, bhante, devadatto byākato:
mn58:6.22 #
อาปายิโก เทวทตฺโต เนรยิโก เทวทตฺโต กปฺปฏฺโฐ เทวทตฺโต อเตกิจฺโฉ เทวทตฺโตติ✎ ร่าง
“āpāyiko devadatto, nerayiko devadatto, kappaṭṭho devadatto, atekiccho devadatto”ti?
mn58:6.23 #
ตาย จ ปน เต วาจาย เทวทตฺโต กุปิโต อโหสิ อนตฺตมโนติ✎ ร่าง
Tāya ca pana te vācāya devadatto kupito ahosi anattamano’ti.
mn58:6.24 #
อิมํ โข เต ราชกุมาร สมโณ โคตโม อุภโตโกฏิกํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมาโน เนว สกฺขิติ อุคฺคิลิตุํ เนว สกฺขิติ โอคฺคิลิตุํ✎ ร่าง
Imaṁ kho te, rājakumāra, samaṇo gotamo ubhatokoṭikaṁ pañhaṁ puṭṭho samāno neva sakkhiti uggilituṁ na sakkhiti ogilituṁ.
mn58:6.25 #
เสยฺยถาปิ นาม ปุริสสฺส อยสิงฺฆาฏกํ กณฺเฐ วิลคฺคํ โส เนว สกฺกุเณยฺย อุคฺคิลิตุํ เนว สกฺกุเณยฺย โอคฺคิลิตุํ✎ ร่าง
Seyyathāpi nāma purisassa ayosiṅghāṭakaṁ kaṇṭhe vilaggaṁ, so neva sakkuṇeyya uggilituṁ na sakkuṇeyya ogilituṁ;
mn58:6.26 #
เอวเมว โข เต ราชกุมาร สมโณ โคตโม อิมํ อุภโตโกฏิกํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. สมาโนติ นตฺถิ ฯ สมาโน เนว สกฺขิติ อุคฺคิลิตุํ เนว สกฺขิติ โอคฺคิลิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
evameva kho te, rājakumāra, samaṇo gotamo imaṁ ubhatokoṭikaṁ pañhaṁ puṭṭho samāno neva sakkhiti uggilituṁ na sakkhiti ogilitun”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน