เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑๑] อา. ดูกรพราหมณ์ มีอยู่แล ที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น
ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธ ทรงบัญญัติสิกขาบทแก่
ภิกษุทั้งหลาย ทรงแสดงปาติโมกข์แก่ภิกษุทั้งหลาย ทุกๆ วันอุโบสถ อาตมภาพ
ทั้งหลายเท่าที่มีอยู่นั้น จะเข้าไปอาศัยคามเขตแห่งหนึ่งอยู่ ทุกๆ รูปจะประชุม
ร่วมกัน ครั้นแล้วจะเชิญภิกษุรูปที่สวดปาติโมกข์ได้ ให้สวด ถ้าขณะที่สวด
ปาติโมกข์อยู่ ปรากฏภิกษุมีอาบัติและโทษที่ล่วงละเมิด อาตมภาพทั้งหลายจะให้
เธอทำตามธรรม ตามคำที่ทรงสั่งสอนไว้ เพราะฉะนั้น เป็นอันว่า ภิกษุผู้เจริญ
ทั้งหลาย มิได้ให้พวกอาตมภาพกระทำ ธรรมต่างหากให้พวกอาตมภาพกระทำ ฯ
ว. ข้าแต่พระอานนท์ผู้เจริญ มีภิกษุสักรูปหนึ่งบ้างไหมหนอ ซึ่ง
พระคุณเจ้าทั้งหลายสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ครั้นสักการะ เคารพแล้ว
ย่อมเข้าไปอาศัยอยู่ในบัดนี้ ฯ
อา. ดูกรพราหมณ์ มีอยู่รูปหนึ่งแล ซึ่งอาตมภาพทั้งหลาย สักการะ
เคารพ นับถือ บูชา ครั้นสักการะ เคารพแล้ว ย่อมเข้าไปอาศัยอยู่ในบัดนี้ ฯ
อตฺถิ โข พฺราหฺมณ เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา
อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ปาติโมกฺขํ
อุทฺทิฏฺฐํ เต มยํ ตทหุโปสเถ ยาวติกา เอกํ คามกฺเขตฺตํ
อุปนิสฺสาย วิหราม เต สพฺเพ เอกชฺฌํ สนฺนิปตาม✎ ร่าง
Te mayaṁ tadahuposathe yāvatikā ekaṁ gāmakhettaṁ upanissāya viharāma te sabbe ekajjhaṁ sannipatāma;
On the day of the sabbath all of us who live in dependence on one village district gather together as one.
สนฺนิปติตฺวา
ยสฺส ตํ วตฺตติ ตํ อชฺเฌสาม✎ ร่าง
sannipatitvā yassa taṁ pavattati taṁ ajjhesāma.
We invite one who transmits the code to recite it.
ตสฺมึ เจ ภญฺญมาเน โหติ
ภิกฺขุสฺส อาปตฺติ โหติ วีติกฺกโม ตํ มยํ ยถาธมฺมํ ยถานุสิฏฺฐํ
กาเรมาติ✎ ร่าง
Tasmiñce bhaññamāne hoti bhikkhussa āpatti hoti vītikkamo taṁ mayaṁ yathādhammaṁ yathānusiṭṭhaṁ kāremāti.
If anyone remembers an offense or transgression while they’re reciting, we make them act in line with the teaching and in line with the instructions.
น กิร โน ภวนฺโต กาเรนฺติ✎ ร่าง
Na kira no bhavanto kārenti;
It’s not the good fellows who make us act,
ธมฺโม โน กาเรตีติ ฯ✎ ร่าง
dhammo no kāreti”.
it’s the teaching that makes us act.”
อตฺถิ นุ โข โภ อานนฺท เอกภิกฺขุปิ ยํ ตุเมฺห เอตรหิ สกฺกโรถ
ครุกโรถ มาเนถ ปูเชถ สกฺกตฺวา ครุกตฺวา อุปนิสฺสาย วิหรถาติ ฯ
อ✎ ร่าง
“Atthi nu kho, bho ānanda, ekabhikkhupi yaṁ tumhe etarahi sakkarotha garuṁ karotha mānetha pūjetha; sakkatvā garuṁ katvā upanissāya viharathā”ti?
“Worthy Ānanda, is there even a single mendicant who you honor, respect, revere, venerate, and rely on?”
ตฺถิ โข พฺราหฺมณ เอกภิกฺขุปิ ยํ มยํ เอตรหิ สกฺกโรม ครุกโรม
มาเนม ปูเชม สกฺกตฺวา ครุกตฺวา อุปนิสฺสาย วิหรามาติ ฯ✎ ร่าง
“Natthi kho, brāhmaṇa, ekabhikkhupi yaṁ mayaṁ etarahi sakkaroma garuṁ karoma mānema pūjema; sakkatvā garuṁ katvā upanissāya viharāmā”ti.
“There is not, brahmin.”