‹ กลับ
เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร
เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ · ข้อ 229 · ม.อุ. ๑๔/๒๘๙๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๒๙] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรสารีบุตร ดีแล้วๆ ธรรมบรรยาย ที่เรากล่าวโดยย่อ มิได้จำแนกเนื้อความโดยพิสดารนี้ เธอทราบเนื้อความได้โดย พิสดารอย่างนี้ถูกแล้ว ฯ ข้อที่กล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวรูปที่รู้ได้ด้วยจักษุโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ดูกรสารีบุตร เมื่อเสพรูปที่รู้ได้ด้วยจักษุเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง กุศล ธรรมย่อมเสื่อมไป รูปที่รู้ได้ด้วยจักษุเช่นนี้ไม่ควรเสพ และเมื่อเสพรูปที่รู้ด้วย จักษุเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเสื่อมไป กุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง รูปที่รู้ได้ด้วย จักษุเช่นนี้ควรเสพ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวรูปที่รู้ได้ด้วย จักษุโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัย เนื้อความดังนี้ กล่าวแล้ว ฯ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวเสียงที่รู้ได้ด้วยโสตโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ดูกรสารีบุตร เมื่อเสพเสียงที่รู้ได้ด้วยโสตเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง กุศลธรรมย่อมเสื่อมไป เสียงที่รู้ได้ด้วยโสตเช่นนี้ไม่ควรเสพ และเมื่อเสพเสียง ที่รู้ได้ด้วยโสตเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเสื่อมไป กุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง เสียง ที่รู้ได้ด้วยโสตเช่นนี้ควรเสพ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวเสียง ที่รู้ได้ด้วยโสตโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยเนื้อความดังนี้ กล่าวแล้ว ฯ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวกลิ่นที่รู้ได้ด้วยฆานะโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ดูกรสารีบุตร เมื่อเสพกลิ่นที่รู้ได้ด้วยฆานะเช่นใด อกุศลย่อมเจริญยิ่ง กุศลธรรม ย่อมเสื่อมไป กลิ่นที่รู้ได้ด้วยฆานะเช่นนี้ไม่ควรเสพ และเมื่อเสพกลิ่นที่รู้ได้ด้วย ฆานะเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเสื่อมไป กุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง กลิ่นที่รู้ได้ด้วย ฆานะเช่นนี้ควรเสพ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวกลิ่นที่รู้ได้ด้วย ฆานะโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัย เนื้อความดังนี้ กล่าวแล้ว ฯ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวรสที่รู้ได้ด้วยชิวหาโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ดูกรสารีบุตร เมื่อเสพรสที่รู้ได้ด้วยชิวหาเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง กุศลธรรมย่อมเสื่อมไป รสที่รู้ได้ด้วยชิวหาเช่นนี้ไม่ควรเสพ และเมื่อเสพรสที่รู้ได้ ด้วยชิวหาเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเสื่อมไป กุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง รสที่รู้ได้ด้วย ชิวหาเช่นนี้ควรเสพ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวรสที่รู้ได้ด้วย ชิวหาโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัย เนื้อความดังนี้กล่าวแล้ว ฯ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวโผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกาย โดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยอะไร กล่าวแล้ว ดูกรสารีบุตร เมื่อเสพโผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกายเช่นใด อกุศลธรรม ย่อมเจริญยิ่ง กุศลธรรมย่อมเสื่อมไป โผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกายเช่นนี้ไม่ควรเสพ และเมื่อเสพโผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกายเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเสื่อมไป กุศลธรรม ย่อมเจริญยิ่ง โผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกายเช่นนี้ควรเสพ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกร สารีบุตร เรากล่าวโผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกายโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยเนื้อความดังนี้กล่าวแล้ว ฯ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโน โดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยอะไร กล่าวแล้ว ดูกรสารีบุตร เมื่อเสพธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโนเช่นใด อกุศลธรรม ย่อมเจริญยิ่ง กุศลธรรมย่อมเสื่อมไป ธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโนเช่นนี้ไม่ควรเสพ และเมื่อเสพธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโนเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเสื่อมไป กุศลธรรม ย่อมเจริญยิ่ง ธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโนเช่นนี้ควรเสพ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกร สารีบุตร เรากล่าวธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโนโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น เราอาศัยเนื้อความดังนี้กล่าวแล้ว ฯ ดูกรสารีบุตร ธรรมบรรยายที่เรากล่าวโดยย่อนี้ เธอพึงเห็นเนื้อความโดย พิสดารอย่างนี้ ฯ
เทียบรายประโยค (28 ประโยค)
mn114:31.1 #
สาธุ สาธุ สารีปุตฺต✎ ร่าง
“Sādhu sādhu, sāriputta.
“Good, good, Sāriputta!
อ้างอิงสยามรัฐ 14.161 · พุทธชยันตี 12.188
mn114:31.2 #
สาธุ โข ตฺวํ สารีปุตฺต อิมสฺส มยา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อวิภตฺตสฺส เอวํ วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานาสิ ฯ✎ ร่าง
Sādhu kho tvaṁ, sāriputta, imassa mayā saṅkhittena bhāsitassa, vitthārena atthaṁ avibhattassa, evaṁ vitthārena atthaṁ ājānāsi.
It’s good that you understand the detailed meaning of my brief statement in this way.”
mn114:32-36.1 #
จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํปหํ สารีปุตฺต ทุวิเธน วทามิ✎ ร่าง
‘Cakkhuviññeyyaṁ rūpampāhaṁ, sāriputta, duvidhena vadāmi—
And the Buddha went on to repeat and endorse Venerable Sāriputta’s explanation in full. Then he went on to explain further:
mn114:32-36.2 #
เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ✎ ร่าง
sevitabbampi, asevitabbampī’ti—
mn114:32-36.3 #
อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ มยา✎ ร่าง
iti kho panetaṁ vuttaṁ mayā.
mn114:32-36.4 #
กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Kiñcetaṁ paṭicca vuttaṁ?
mn114:32-36.5 #
ยถารูปํ สารีปุตฺต จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ เอวํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ น เสวิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Yathārūpaṁ, sāriputta, cakkhuviññeyyaṁ rūpaṁ sevato akusalā dhammā abhivaḍḍhanti, kusalā dhammā parihāyanti evarūpaṁ cakkhuviññeyyaṁ rūpaṁ na sevitabbaṁ;
mn114:32-36.6 #
ยถารูปญฺจ โข สารีปุตฺต จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ เอวรูปํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ เสวิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
yathārūpañca kho, sāriputta, cakkhuviññeyyaṁ rūpaṁ sevato akusalā dhammā parihāyanti, kusalā dhammā abhivaḍḍhanti evarūpaṁ cakkhuviññeyyaṁ rūpaṁ sevitabbaṁ.
mn114:32-36.7 #
จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํปหํ สาร✎ ร่าง
‘Cakkhuviññeyyaṁ rūpampāhaṁ, sāriputta, duvidhena vadāmi—
mn114:32-36.8 #
✎ ร่าง
sevitabbampi, asevitabbampī’ti—
mn114:47.2 #
evarūpo janapado sevitabbo.
mn114:32-36.9 #
iti yaṁ taṁ vuttaṁ mayā idametaṁ paṭicca vuttaṁ.
mn114:37.1 #
Sotaviññeyyaṁ saddampāhaṁ, sāriputta …pe…
mn114:37.2 #
evarūpo sotaviññeyyo saddo na sevitabbo …
mn114:37.3 #
evarūpo sotaviññeyyo saddo sevitabbo …
mn114:37.4 #
evarūpo ghānaviññeyyo gandho na sevitabbo …
mn114:37.5 #
evarūpo ghānaviññeyyo gandho sevitabbo …
mn114:37.6 #
evarūpo jivhāviññeyyo raso na sevitabbo …
mn114:37.7 #
evarūpo jivhāviññeyyo raso sevitabbo …
mn114:37.8 #
evarūpo kāyaviññeyyo phoṭṭhabbo na sevitabbo …
mn114:37.9 #
evarūpo kāyaviññeyyo phoṭṭhabbo sevitabbo.
mn114:38.1 #
Manoviññeyyaṁ dhammampāhaṁ, sāriputta …pe…
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 14.105
mn114:38.2 #
evarūpo manoviññeyyo dhammo na sevitabbo …
mn114:38.3 #
evarūpo manoviññeyyo dhammo sevitabbo.
mn114:38.4 #
ปุตฺต ทุวิเธน วทามิ✎ ร่าง
‘Manoviññeyyaṁ dhammampāhaṁ, sāriputta, duvidhena vadāmi—
mn114:38.5 #
เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ✎ ร่าง
sevitabbampi, asevitabbampī’ti—
mn114:38.6 #
อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ มยา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯเปฯ เอวรูโป โสตวิญฺเญยฺโย สทฺโท น เสวิตพฺโพ ฯเปฯ เอวรูโป โสตวิญฺเญยฺโย สทฺโท เสวิตพฺโพ ฯเปฯ เอวรูโป ฆานวิญฺเญยฺโย คนฺโธ น เสวิตพฺโพ ฯเปฯ เอวรูโป ฆานวิญฺเญยฺโย คนฺโธ เสวิตพฺโพ ฯเปฯ เอวรูโป ชิวฺหาวิญฺเญยฺโย รโส น เสวิตพฺโพ ฯเปฯ เอวรูโป ชิวฺหาวิญฺเญยฺโย รโส เสวิตพฺโพ ฯเปฯ เอวรูโป กายวิญฺเญยฺโย โผฏฺฐพฺโพ น เสวิตพฺโพ ฯเปฯ เอวรูโป กายวิญฺเญยฺโย โผฏฺฐพฺโพ เสวิตพฺโพ ฯเปฯ มโนวิญฺเญยฺยํ ธมฺมํปหํ สารีปุตฺต ทุวิเธน วทามิ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ มยา กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ {๒๒๙.๑} ยถารูปํ สารีปุตฺต มโนวิญฺเญยฺยํ ธมฺมํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ เอวรูโป มโนวิญฺเญยฺโย ธมฺโม น เสวิตพฺโพ ฯ ยถารูปญฺจ โข สารีปุตฺต มโนวิญฺเญยฺยํ ธมฺมํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ เอวรูโป มโนวิญฺเญยฺโย ธมฺโม เสวิตพฺโพ ฯ มโนวิญฺเญยฺยํ ธมฺมํปหํ สารีปุตฺต ทุวิเธน วทามิ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ มยา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
iti yaṁ taṁ vuttaṁ mayā idametaṁ paṭicca vuttaṁ.
mn114:38.7 #
อิมสฺส โข สารีปุตฺต มยา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส เอวํ วิตฺถาเรน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Imassa kho, sāriputta, mayā saṅkhittena bhāsitassa evaṁ vitthārena attho daṭṭhabbo.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน