‹ กลับ
อุปักกิเลสสูตร
เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ · ข้อ 465 · ม.อุ. ๑๔/๖๐๑๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖๕] ดูกรอนุรุทธะ เรานั้นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปใน ธรรมอยู่ ย่อมรู้สึกแสงสว่างเพียงนิดหน่อย เห็นรูปได้นิดหน่อย และรู้สึกแสง สว่างอย่างหาประมาณมิได้ เห็นรูปอย่างหาประมาณมิได้ ตลอดกลางคืนบ้าง ตลอดกลางวันบ้าง ตลอดทั้งกลางคืนและกลางวันบ้าง เราจึงมีความดำริดังนี้ว่า อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้เรารู้สึกแสงสว่างเพียงนิดหน่อย เห็นรูป ได้นิดหน่อย และรู้สึกแสงสว่างอย่างหาประมาณมิได้ เห็นรูปอย่างหาประมาณ มิได้ ตลอดกลางคืนบ้าง ตลอดกลางวันบ้าง ตลอดทั้งกลางคืนและกลางวันบ้าง ดูกรอนุรุทธะ เรานั้นได้มีความรู้ดังนี้ว่า สมัยใด เรามีสมาธินิดหน่อย สมัยนั้น เราก็มีจักษุนิดหน่อย ด้วยจักษุนิดหน่อย เรานั้นจึงรู้สึกแสงสว่างเพียงนิดหน่อย เห็นรูปได้นิดหน่อย ส่วนสมัยใด เรามีสมาธิหาประมาณมิได้ สมัยนั้น เราก็มี จักษุหาประมาณมิได้ ด้วยจักษุหาประมาณมิได้ เรานั้นจึงรู้สึกแสงสว่างหา ประมาณมิได้ และเห็นรูปหาประมาณมิได้ ตลอดกลางคืนบ้าง ตลอดกลางวันบ้าง ตลอดทั้งกลางคืนและกลางวันบ้าง ฯ ดูกรอนุรุทธะ เพราะเรารู้ว่าวิจิกิจฉาเป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละวิจิกิจฉาตัวเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ รู้ว่าอมนสิการเป็นเครื่องเกาะจิตให้ เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละอมนสิการตัวเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ รู้ว่าถีนมิทธะ เป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละถีนมิทธะตัวเกาะจิตให้เศร้าหมอง ได้ รู้ว่าความหวาดเสียวเป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละความ หวาดเสียวตัวเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ รู้ว่าความตื่นเต้นเป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้า หมองแล้ว เป็นอันละความตื่นเต้นตัวเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ รู้ว่าความชั่วหยาบ เป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละความชั่วหยาบตัวเกาะจิตให้เศร้า หมองได้ รู้ว่าความเพียรที่ปรารภเกินไปเป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองแล้ว เป็น อันละความเพียรที่ปรารภเกินไปตัวเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ รู้ว่าความเพียรที่ย่อ- *หย่อนเกินไปเป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละความเพียรที่ย่อหย่อน เกินไปตัวเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ รู้ว่าตัณหาที่คอยกระซิบเป็นเครื่องเกาะจิตให้ เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละตัณหาที่คอยกระซิบตัวเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ รู้ว่าความ สำคัญสภาวะต่างกันเป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละความสำคัญ สภาวะว่าต่างกันตัวเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ รู้ว่าลักษณะที่เพ่งเล็งรูปเกินไปเป็น เครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองแล้ว เป็นอันละลักษณะที่เพ่งเล็งรูปเกินไปตัวเกาะจิต ให้เศร้าหมองได้ เรานั้นจึงได้มีความรู้ดังนี้ว่า เครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองนั้นๆ ของ เรา เราละได้แล้วแล ดังนั้น เราจึงเจริญสมาธิโดยส่วนสามได้ในบัดนี้ ฯ
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
mn128:29.1 #
โส โข อหํ อนุรุทฺธา อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต ปริตฺตญฺเจว โอภาสํ สญฺชานามิ ปริตฺตานิ จ รูปานิ ปสฺสามิ✎ ร่าง
So kho ahaṁ, anuruddhā, appamatto ātāpī pahitatto viharanto parittañceva obhāsaṁ sañjānāmi, parittāni ca rūpāni passāmi;
While meditating diligent, keen, and resolute, I perceived limited light and saw limited forms,
อ้างอิงสยามรัฐ 14.309 · ฉัฏฐสังคายนา 14.201
mn128:29.2 #
อปฺปมาณญฺเจว โอภาสํ สญฺชานามิ อปฺปมาณานิ จ รูปานิ ปสฺสามิ✎ ร่าง
appamāṇañceva obhāsaṁ sañjānāmi, appamāṇāni ca rūpāni passāmi:
or I perceived limitless light and saw limitless forms.
mn128:29.3 #
เกวลมฺปิ รตฺตึ เกวลมฺปิ ทิวสํ เกวลมฺปิ รตฺตินฺทิวํ ฯ✎ ร่าง
‘kevalampi rattiṁ, kevalampi divaṁ, kevalampi rattindivaṁ’.
And this went on for a whole night, a whole day, even a whole night and day.
mn128:29.4 #
ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, anuruddhā, etadahosi:
I thought:
mn128:29.5 #
โก นุ โข เหตุ โก ปจฺจโย โยหํ ปริตฺตญฺเจว โอภาสํ สญฺชานามิ ปริตฺตานิ จ รูปานิ ปสฺสามิ✎ ร่าง
‘ko nu kho hetu ko paccayo yvāhaṁ parittañceva obhāsaṁ sañjānāmi, parittāni ca rūpāni passāmi;
‘What is the cause, what is the reason for this?’
mn128:29.6 #
อปฺปมาณญฺเจว โอภาสํ สญฺชานามิ อปฺปมาณานิ จ รูปานิ ปสฺสามิ✎ ร่าง
appamāṇañceva obhāsaṁ sañjānāmi, appamāṇāni ca rūpāni passāmi—
mn128:29.7 #
เกวลมฺปิ รตฺตึ เกวลมฺปิ ทิวสํ เกวลมฺปิ รตฺตินฺทิวนฺติ ฯ✎ ร่าง
kevalampi rattiṁ, kevalampi divaṁ, kevalampi rattindivan’ti.
mn128:29.8 #
ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, anuruddhā, etadahosi:
It occurred to me:
mn128:29.9 #
ยสฺมึ โข สมเย ปริตฺโต เม สมาธิ โหติ ปริตฺตํ เม ตมฺหิ สมเย จกฺขุ โหติ✎ ร่าง
‘yasmiṁ kho me samaye paritto samādhi hoti, parittaṁ me tasmiṁ samaye cakkhu hoti.
‘When my immersion is limited, then my vision is limited,
mn128:29.10 #
โสหํ ปริตฺเตน จกฺขุนา ปริตฺตญฺเจว โอภาสํ สญฺชานามิ ปริตฺตานิ จ รูปานิ ปสฺสามิ✎ ร่าง
Sohaṁ parittena cakkhunā parittañceva obhāsaṁ sañjānāmi, parittāni ca rūpāni passāmi.
and with limited vision I perceive limited light and see limited forms.
mn128:29.11 #
ยสฺมึ ปน สมเย อปฺปมาโณ ๑- เม สมาธิ โหติ อปฺปมาณํ เม ตมฺหิ สมเย จกฺขุ โหติ✎ ร่าง
Yasmiṁ pana me samaye appamāṇo samādhi hoti, appamāṇaṁ me tasmiṁ samaye cakkhu hoti.
But when my immersion is limitless, then my vision is limitless,
mn128:29.12 #
โสหํ อปฺปมาเณน จกฺขุนา อปฺปมาณญฺเจว โอภาสํ สญฺชานามิ อปฺปมาณานิ จ รูปานิ ปสฺสามิ✎ ร่าง
Sohaṁ appamāṇena cakkhunā appamāṇañceva obhāsaṁ sañjānāmi, appamāṇāni ca rūpāni passāmi—
and with limitless vision I perceive limitless light and see limitless forms.
mn128:29.13 #
เกวลมฺปิ รตฺตึ เกวลมฺปิ ทิวสํ เกวลมฺปิ รตฺตินฺทิวนฺติ ฯ✎ ร่าง
kevalampi rattiṁ, kevalampi divaṁ, kevalampi rattindivan’ti.
And this goes on for a whole night, a whole day, even a whole night and day.’
mn128:30.1 #
ยโต โข เม อนุรุทฺธา วิจิกิจฺฉา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา วิจิกิจฺฉา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
Yato kho me, anuruddhā, ‘vicikicchā cittassa upakkileso’ti—iti viditvā vicikicchā cittassa upakkileso pahīno ahosi,
After understanding that doubt,
อ้างอิงPTS 3.162 · สยามรัฐ 14.310 · พุทธชยันตี 12.358
mn128:30.2 #
อมนสิกาโร จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา อมนสิกาโร จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘amanasikāro cittassa upakkileso’ti—iti viditvā amanasikāro cittassa upakkileso pahīno ahosi,
loss of focus,
mn128:30.3 #
ถีนมิทฺธํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา ถีนมิทฺธํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘thinamiddhaṁ cittassa upakkileso’ti—iti viditvā thinamiddhaṁ cittassa upakkileso pahīno ahosi,
dullness and drowsiness,
mn128:30.4 #
ฉมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา ฉมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘chambhitattaṁ cittassa upakkileso’ti—iti viditvā chambhitattaṁ cittassa upakkileso pahīno ahosi,
terror,
mn128:30.5 #
อุพฺพิลํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา อุพฺพิลํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘uppilaṁ cittassa upakkileso’ti—iti viditvā uppilaṁ cittassa upakkileso pahīno ahosi,
excitement,
mn128:30.6 #
ทุฏฺฐุลฺลํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา ทุฏฺฐุลฺลํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘duṭṭhullaṁ cittassa upakkileso’ti—iti viditvā duṭṭhullaṁ cittassa upakkileso pahīno ahosi,
discomfort,
mn128:30.7 #
อจฺจารทฺธวิริยํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา อจฺจารทฺธวิริยํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘accāraddhavīriyaṁ cittassa upakkileso’ti—iti viditvā accāraddhavīriyaṁ cittassa upakkileso pahīno ahosi,
excessive energy,
mn128:30.8 #
อติลีนวิริยํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา อติลีนวิริยํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘atilīnavīriyaṁ cittassa upakkileso’ti—iti viditvā atilīnavīriyaṁ cittassa upakkileso pahīno ahosi,
overly lax energy,
mn128:30.9 #
อภิชปฺปา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา อภิชปฺปา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘abhijappā cittassa upakkileso’ti—iti viditvā abhijappā cittassa upakkileso pahīno ahosi,
longing,
mn128:30.10 #
นานตฺตสญฺญา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา นานตฺตสญฺญา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘nānattasaññā cittassa upakkileso’ti—iti viditvā nānattasaññā cittassa upakkileso pahīno ahosi,
perception of diversity,
mn128:30.11 #
อตินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อปฺปริตฺโต ฯ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา อตินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส ปหีโน อโหสิ ฯ✎ ร่าง
‘atinijjhāyitattaṁ rūpānaṁ cittassa upakkileso’ti—iti viditvā atinijjhāyitattaṁ rūpānaṁ cittassa upakkileso pahīno ahosi.
and excessive concentration on forms are corruptions of the mind, I had given them up.
mn128:31.1 #
ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, anuruddhā, etadahosi:
I thought:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 14.202
mn128:31.2 #
เย โข เม จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา เต เม ปหีนา✎ ร่าง
‘ye kho me cittassa upakkilesā te me pahīnā.
‘I’ve given up my mental corruptions.
mn128:31.3 #
หนฺททานาหํ ติวิเธน สมาธึ ภาเวสินฺติ ฯ✎ ร่าง
Handa dānāhaṁ tividhena samādhiṁ bhāvemī’ti.
Now let me develop immersion in three ways.’
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน