‹ กลับ
สมิทธิสูตร
เล่ม ๑๕ — สังยุตตนิกาย สคาถวรรค · ข้อ 51 · สํ.สก. ๑๕/๒๔๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๑] พระสมิทธิเถระผู้มีอายุ ครั้นนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า ข้าพระองค์ขอประทานโอกาสกราบทูล ข้าพระองค์ ตื่นขึ้นในเวลาใกล้รุ่งแห่งราตรี เข้าไปที่ลำน้ำตโปทาเพื่อล้างตัว ครั้นล้างตัวแล้ว กลับขึ้นยืน มีจีวรผืนเดียวรอให้ตัวแห้ง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งนั้นแล เมื่อ ราตรีใกล้สว่าง เทวดาองค์หนึ่ง มีวรรณงาม ยังลำน้ำตโปทาทั้งสิ้นให้สว่างทั่ว เข้าไปหาข้าพระองค์ ครั้นแล้วจึงลอยอยู่ในอากาศ ได้กล่าวด้วยคาถานี้ว่า ภิกษุ ท่านไม่บริโภคแล้ว ยังขออยู่ ท่านบริโภคแล้ว ก็ ไม่ต้องขอเลย ภิกษุ ท่านบริโภคแล้ว จงขอเถิด กาลอย่า ล่วงท่านไปเสียเลย ฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเทวดากล่าวอย่างนี้แล้ว ข้าพระองค์ได้กล่าว กะเทวดานั้นด้วยคาถาว่า เรายังไม่รู้กาล กาลยังลับ มิได้ปรากฏ เพราะเหตุนั้น เราไม่ บริโภคแล้ว จึงยังขออยู่ กาลอย่าล่วงเราไปเสียเลย ฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งนั้นแล เทวดานั้นลงมายืนที่พื้นดินแล้วกล่าว คำนี้กะข้าพระองค์ว่า ภิกษุ ท่านเป็นบรรพชิตยังหนุ่มแน่น มีผมดำ ประกอบ ด้วยปฐมวัยจำเริญรุ่น จะเป็นผู้ไม่เพลิดเพลินในกามทั้งหลายเสียแล้ว ภิกษุ ท่านจงบริโภคกามทั้งหลายเป็นของมนุษย์ อย่าละกามที่เห็นประจักษ์ วิ่งเข้าไป หาทิพยกามอันมีโดยกาลเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเทวดานั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ข้าพระองค์ได้กล่าวคำนี้กะเทวดานั้นว่า ท่านผู้มีอายุ เราหาได้ละกามที่เห็น ประจักษ์ วิ่งเข้าไปหาทิพยกามอันมีโดยกาลไม่ ท่านผู้มีอายุ เราละกามอันมีโดย กาลแล้ว วิ่งเข้าไปหาโลกุตรธรรมที่เห็นประจักษ์ ท่านผู้มีอายุ ด้วยว่ากามทั้งหลาย อันมีโดยกาล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ในกาม ทั้งหลายนั้นมีโทษยิ่ง โลกุตรธรรมนี้ อันบุคคลพึงเห็นเอง ให้ผลไม่มีกาล ควรร้องเรียกผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนทั้งหลาย พึงทราบเฉพาะตน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้แล้ว เทวดานั้นได้กล่าวคำนี้กะข้าพระองค์ว่า ภิกษุ ก็กามทั้งหลายอันมีโดยกาล พระผู้มี พระภาคตรัสว่า มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก มีโทษมากเป็นอย่างไร โลกุตรธรรมนี้ อันบุคคลพึงเห็นเอง ให้ผลไม่มีกาล ควรร้องเรียกผู้อื่นว่า ท่าน จงมาดูเถิด ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนทั้งหลายพึงทราบเฉพาะตน เป็น อย่างไร ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเทวดานั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ข้าพระองค์ได้ กล่าวคำนี้กะเทวดานั้นว่า ท่านผู้มีอายุ เราเป็นผู้บวชใหม่ เพิ่งมาสู่ธรรมวินัยนี้ เราไม่อาจบอกท่านได้พิสดาร พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันตสัมมา- *สัมพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ที่ตโปทาราม เขตพระนครราชคฤห์ ท่านเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นแล้ว ทูลถามเรื่องนี้เถิด พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ แก่ท่านอย่างไร ท่านพึงทรงจำเรื่องนั้นไว้อย่างนั้นเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้แล้ว เทวดานั้นได้กล่าวคำนี้กะข้าพระองค์ว่า ภิกษุ พระผู้มีพระภาคนั้น อันพวกเทวดามีบริวารมากจำพวกอื่นแวดล้อมแล้ว ข้าพเจ้า จะเข้าไปเฝ้าไม่ได้ง่ายเลย ภิกษุ ถ้าท่านเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคนั้นแล้วพึงทูล ถามเรื่องนี้ แม้ข้าพเจ้าพึงมาเพื่อฟังธรรม ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าคำของเทวดา นั้นเป็นคำจริง เทวดานั้นพึงมาในที่ใกล้วิหารนี้นี่แล ฯ เมื่อพระสมิทธิเถระทูลอย่างนี้แล้ว เทวดานั้นได้กล่าวคำนี้กะพระสมิทธิ- *เถระผู้มีอายุว่า ทูลถามเถิด ภิกษุ ทูลถามเถิด ภิกษุ ข้าพเจ้าตามมาถึงแล้ว ฯ
เทียบรายประโยค (35 ประโยค)
sn1.20:9.1 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สมิทฺธิ ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธาหํ ภนฺเต รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย เยน ตโปทา เตนุปสงฺกมึ คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุํ✎ ร่าง
“Idhāhaṁ, bhante, rattiyā paccūsasamayaṁ paccuṭṭhāya yena tapodā tenupasaṅkamiṁ gattāni parisiñcituṁ.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 23.12
sn1.20:9.2 #
ตโปเท คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา เอกจีวโร อฏฺฐาสึ คตฺตานิ สุกฺขาปยมาโน✎ ร่าง
Tapode gattāni parisiñcitvā paccuttaritvā ekacīvaro aṭṭhāsiṁ gattāni pubbāpayamāno.
sn1.20:9.3 #
อถ โข ภนฺเต อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ ตโปทํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เวหาสํ ฐิตา อิมาย คาถาย อชฺฌภาสิ✎ ร่าง
Atha kho, bhante, aññatarā devatā abhikkantāya rattiyā abhikkantavaṇṇā kevalakappaṁ tapodaṁ obhāsetvā yenāhaṁ tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā vehāsaṁ ṭhitā imāya gāthāya ajjhabhāsi:
sn1.20:10.1 #
อภุตฺวา ภิกฺขสิ ภิกฺขุ✎ ร่าง
‘Abhutvā bhikkhasi bhikkhu,
sn1.20:10.2 #
น หิ ภุตฺวาน ภิกฺขสิ✎ ร่าง
na hi bhutvāna bhikkhasi;
sn1.20:10.3 #
ภุตฺวาน ภิกฺขุ ภิกฺขสฺสุ✎ ร่าง
Bhutvāna bhikkhu bhikkhassu,
sn1.20:10.4 #
มา ตํ กาโล อุปจฺจคาติ ฯ✎ ร่าง
mā taṁ kālo upaccagā’ti.
sn1.20:11.1 #
เอวํ วุตฺเต อหํ ภนฺเต ตํ เทวตํ คาถาย อชฺฌภาสึ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, ahaṁ, bhante, taṁ devataṁ gāthāya paccabhāsiṁ:
sn1.20:12.1 #
กาลํ โวหํ น ชานามิ✎ ร่าง
‘Kālaṁ vohaṁ na jānāmi,
sn1.20:12.2 #
ฉนฺโน กาโล น ทิสฺสติ✎ ร่าง
channo kālo na dissati;
sn1.20:12.3 #
ตสฺมา อภุตฺวา ภิกฺขามิ✎ ร่าง
Tasmā abhutvā bhikkhāmi,
sn1.20:12.4 #
มา มํ กาโล อุปจฺจคาติ ฯ✎ ร่าง
mā maṁ kālo upaccagā’ti.
sn1.20:13.1 #
อถ โข ภนฺเต สา เทวตา ปฐวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา มํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho, bhante, sā devatā pathaviyaṁ patiṭṭhahitvā maṁ etadavoca:
อ้างอิงสยามรัฐ 15.15
sn1.20:13.2 #
ทหโร ตฺวํ ภิกฺขุ ปพฺพชิโต สุสุ กาฬเกโส ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต ปฐเมน วยสา อนิกฺกีฬิตาวี กาเมสุ✎ ร่าง
‘daharo tvaṁ, bhikkhu, pabbajito susu kāḷakeso, bhadrena yobbanena samannāgato, paṭhamena vayasā, anikkīḷitāvī kāmesu.
sn1.20:13.3 #
ภุญฺช ภิกฺขุ มานุสเก กาเม✎ ร่าง
Bhuñja, bhikkhu, mānusake kāme;
sn1.20:13.4 #
มา สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวา กาลิกํ อนุธาวีติ ฯ✎ ร่าง
mā sandiṭṭhikaṁ hitvā kālikaṁ anudhāvī’ti.
sn1.20:14.1 #
เอวํ วุตฺตาหํ ภนฺเต ตํ เทวตํ เอตทโวจํ✎ ร่าง
Evaṁ vuttāhaṁ, bhante, taṁ devataṁ etadavocaṁ:
sn1.20:14.2 #
น ขฺวาหํ อาวุโส สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวา กาลิกํ อนุธาวามิ✎ ร่าง
‘na khvāhaṁ, āvuso, sandiṭṭhikaṁ hitvā kālikaṁ anudhāvāmi;
sn1.20:14.3 #
กาลิกญฺจ ขฺวาหํ อาวุโส หิตฺวา สนฺทิฏฺฐิกํ อนุธาวามิ✎ ร่าง
kālikañca khvāhaṁ, āvuso, hitvā sandiṭṭhikaṁ anudhāvāmi.
sn1.20:14.4 #
กาลิกา หิ อาวุโส กามา วุตฺตา ภควตา พหุทุกฺขา พหูปายาสา อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย✎ ร่าง
Kālikā hi, āvuso, kāmā vuttā bhagavatā bahudukkhā bahupāyāsā; ādīnavo ettha bhiyyo.
sn1.20:14.5 #
สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโม อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ✎ ร่าง
Sandiṭṭhiko ayaṁ dhammo akāliko ehipassiko opaneyyiko paccattaṁ veditabbo viññūhī’ti.
sn1.20:15.1 #
เอวํ วุตฺเต ภนฺเต สา เทวตา มํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, bhante, sā devatā maṁ etadavoca:
sn1.20:15.2 #
กถญฺจ ภิกฺขุ กาลิกา กามา วุตฺตา ภควตา ฬหุทุกฺขา พหูปายาสา อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย✎ ร่าง
‘kathañca, bhikkhu, kālikā kāmā vuttā bhagavatā bahudukkhā bahupāyāsā; ādīnavo ettha bhiyyo?
sn1.20:15.3 #
กถํ สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโม อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ sandiṭṭhiko ayaṁ dhammo akāliko ehipassiko opaneyyiko paccattaṁ veditabbo viññūhī’ti?
sn1.20:16.1 #
เอวํ วุตฺตาหํ ภนฺเต ตํ เทวตํ เอตทโวจํ✎ ร่าง
Evaṁ vuttāhaṁ, bhante, taṁ devataṁ etadavocaṁ:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 23.13
sn1.20:16.2 #
อหํ โข อาวุโส นโว อจิรปพฺพชิโต อธุนาคโต อิมํ ธมฺมวินยํ น ตาหํ สกฺโกมิ วิตฺถาเรน อาจิกฺขิตุํ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho, āvuso, navo acirapabbajito adhunāgato imaṁ dhammavinayaṁ, na tāhaṁ sakkomi vitthārena ācikkhituṁ.
sn1.20:16.3 #
อยํ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ราชคเห วิหรติ ตโปทาราเม✎ ร่าง
Ayaṁ so bhagavā arahaṁ sammāsambuddho rājagahe viharati tapodārāme.
sn1.20:16.4 #
ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺฉ✎ ร่าง
Taṁ bhagavantaṁ upasaṅkamitvā etamatthaṁ puccha.
sn1.20:16.5 #
ยถา เต ภควา พฺยากโรติ ตถา นํ ธาเรยฺยาสีติ ฯ✎ ร่าง
Yathā te bhagavā byākaroti tathā naṁ dhāreyyāsī’ti.
sn1.20:17.1 #
เอวํ วุตฺเต ภนฺเต สา เทวตา มํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, bhante, sā devatā maṁ etadavoca:
อ้างอิงสยามรัฐ 15.16 · พุทธชยันตี 13.22
sn1.20:17.2 #
น โข ภิกฺขุ สุกโร โส ภควา อเมฺหหิ อุปสงฺกมิตุํ อญฺญาหิ มเหสกฺขาหิ เทวตาหิ ปริวุโต✎ ร่าง
‘na kho, bhikkhu, sukaro so bhagavā amhehi upasaṅkamituṁ, aññāhi mahesakkhāhi devatāhi parivuto.
sn1.20:17.3 #
สเจ โข ตฺวํ ภิกฺขุ ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยาสิ มยํปิ อาคจฺเฉยฺยาม ธมฺมสฺสวนายาติ ฯ✎ ร่าง
Sace kho tvaṁ, bhikkhu, taṁ bhagavantaṁ upasaṅkamitvā etamatthaṁ puccheyyāsi, mayampi āgaccheyyāma dhammassavanāyā’ti.
sn1.20:17.4 #
สเจ ภนฺเต ตสฺสา เทวตาย สจฺจํ วจนํ อิเธว สา เทวตา อวิทูเรติ ฯ✎ ร่าง
Sace, bhante, tassā devatāya saccaṁ vacanaṁ, idheva sā devatā avidūre”ti.
“Sir, if that deity spoke the truth, he’ll be close by.”
sn1.20:18.1 #
เอวํ วุตฺเต สา เทวตา อายสฺมนฺตํ สมิทฺธึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, sā devatā āyasmantaṁ samiddhiṁ etadavoca:
When he had spoken, that deity said to Samiddhi,
sn1.20:18.2 #
ปุจฺฉ ภิกฺขุ ปุจฺฉ ภิกฺขุ ยมหํ อนุปฺปตฺตาติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“puccha, bhikkhu, puccha, bhikkhu, yamahaṁ anuppattā”ti.
“Ask, mendicant, ask! For I have arrived.”
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๕ — สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน