‹ กลับ
กฏุวิยสูตร
เล่ม ๒๐ — อังคุตตรนิกาย เอกก–ทุก–ติกนิบาต · ข้อ 568 · อํ.เอก. ๒๐/๗๓๖๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๖๘] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤค- *ทายวัน ใกล้พระนครพาราณสี ครั้งนั้นแล เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรง ผ้าอันตรวาสก ทรงถือบาตรและจีวร เสด็จเข้าไปยังพระนครพาราณสีเพื่อ บิณฑบาต พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปหนึ่ง ผู้ไร้ความ แช่มชื่น มีความแช่มชื่นแต่ภายนอก หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ไม่มี สมาธิ มีจิตกวัดแกว่ง ไม่สำรวมอินทรีย์ กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในสำนัก ของพวกมิลักขะ ซึ่งชุมนุมกันอยู่ ณ สถานที่ขายโค แล้วได้ตรัสกะภิกษุนั้น ว่า ดูกรภิกษุ เธออย่าได้ทำตนให้เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ข้อที่ว่า แมลงวัน จักไม่ไต่ตอม จักไม่กัดตนที่ทำให้มักใหญ่ใฝ่สูง ชุ่มเพราะกลิ่นดิบนั้นแล ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ครั้งนั้นแล ภิกษุนั้น อันพระผู้มีพระภาคตรัสสอน ด้วยพระโอวาทนี้ ได้ถึงความสลดใจแล้ว ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาค เสด็จเที่ยวบิณฑบาตในพระนครพาราณสี ในเวลาภายหลังภัต เสด็จกลับ จากเที่ยวบิณฑบาตแล้ว ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเช้านี้ เรานุ่งผ้าอันตรวาสก ถือบาตรและจีวรเข้าไปยังพระนครพาราณสี เพื่อบิณฑบาต เราได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งผู้ไร้ความแช่มชื่น มีความแช่มชื่นแต่ ภายนอก หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ไม่มีสมาธิ มีจิตกวัดแกว่ง ไม่สำรวมอินทรีย์ กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในสำนักของพวกมิลักขะ ซึ่งชุม นุมกันอยู่ ณ สถานที่ขายโค ครั้นแล้ว เราได้กล่าวกะภิกษุนั้นว่า ดูกร ภิกษุ เธออย่าได้ทำตนให้เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ข้อที่ว่าแมลงวันจักไม่ไต่ ตอม จักไม่กัดตนที่ทำให้มักใหญ่ใฝ่สูง ชุ่มเพราะกลิ่นดิบนั้นแล ไม่เป็น ฐานะที่จะมีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ภิกษุนั้นอันเราสอนด้วย โอวาทนี้ ได้ถึงความสลดใจแล้ว เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ ภิกษุรูปหนึ่ง ได้ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความมักใหญ่ใฝ่สูงคืออะไร กลิ่นดิบ คืออะไร แมลงวันคืออะไร พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ ความ มักใหญ่ใฝ่สูง คือ อภิชฌา กลิ่นดิบ คือ พยาบาท แมลงวัน คือ วิตกที่ เป็นบาปเป็นอกุศล ดูกรภิกษุ ข้อที่ว่า แมลงวันจักไม่ไต่ตอม จักไม่กัดตนที่ทำ ให้มักใหญ่ใฝ่สูง ชุ่มเพราะกลิ่นดิบนั้นแล ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ แมลงวันคือความดำริที่อิงราคะ จักตอมบุคคลผู้ไม่คุ้ม ครองในจักษุและโสต ไม่สำรวมในอินทรีย์ทั้งหลาย ภิกษุ ผู้ทำตนให้เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ชุ่มเพราะกลิ่นดิบ ย่อม อยู่ห่างไกลจากนิพพาน เป็นผู้มีส่วนแห่งความคับแค้นถ่าย เดียว คนพาลสันดานเขลา ถูกแมลงวันทั้งหลายไต่ตอม ไม่ได้เพื่อนที่เสมอตน พึงเที่ยวไปในบ้านบ้าง ในป่าบ้าง ส่วน ชนพวกที่สมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีในธรรมเป็นที่เข้าไปสงบด้วย ปัญญา เป็นผู้สงบระงับ อยู่เป็นสุข แมลงวันไม่ อาศัยเขา ฯ
เทียบรายประโยค (8 ประโยค)
an3.129:1.1 #
เอกํ สมยํ ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย ฯ อถโข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย พาราณสึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ อทฺทสา โข ภควา โคโยคมิลกฺขสฺมึ ๓- ปิณฺฑาย จรมาโน อญฺญตรํ ภิกฺขุํ ริตฺตสฺสาทํ พาหิรสฺสาทํ มุฏฺฐสฺสตึ อสมฺปชานํ อสมาหิตํ วิพฺภนฺตจิตฺตํ ปากตินฺทฺริยํ ทิสฺวา ตํ ภิกฺขุํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ทสฺสนาย ฯ ๒ โป. ม. ยุ. นาหํ ภควโต ทสฺสนสฺส ติตฺติมชฺฌคา กุทาจนํ ฯ@๓ ม. โคโยคปิลกฺขสฺมึ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ เอตทโวจ มา ๑- โข ตฺวํ ภิกฺขุ อตฺตานํ กฏุวิยมกาสิ ตํ วต ภิกฺขุ กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธ ๒- อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ฯ อถโข โส ภิกฺขุ ภควตา อิมินา โอวาเทน โอวทิโต สํเวคมาปาทีติ ฯ อถโข ภควา พาราณสิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ อิธาหํ ภิกฺขเว ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย พาราณสึ ปิณฺฑาย ปาวิสึ อทฺทสึ โข อหํ ภิกฺขเว โคโยคมิลกฺขสฺมึ ปิณฺฑาย จรมาโน อญฺญตรํ ภิกฺขุํ ริตฺตสฺสาทํ พาหิรสฺสาทํ มุฏฺฐสฺสตึ อสมฺปชานํ อสมาหิตํ วิพฺภนฺตจิตฺตํ ปากตินฺทฺริยํ ทิสฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจํ มา โข ตฺวํ ภิกฺขุ อตฺตานํ กฏุวิยมกาสิ ตํ วต ภิกฺขุ กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธ อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อถโข โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ มยา อิมินา โอวาเทน โอวทิโต สํเวคมาปาทีติ ฯ {๕๖๘.๑} เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ🤖 AI จับคู่
Atha kho āyasmā anuruddho yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi. Ekamantaṁ nisinno kho āyasmā anuruddho bhagavantaṁ etadavoca:
Then Venerable Anuruddha went up to the Buddha, bowed, sat down to one side, and said to him:
an3.129:1.2 #
กินฺ🤖 AI จับคู่
“idhāhaṁ, bhante, dibbena cakkhunā visuddhena atikkantamānusakena yebhuyyena passāmi mātugāmaṁ kāyassa bhedā paraṁ maraṇā apāyaṁ duggatiṁ vinipātaṁ nirayaṁ upapajjamānaṁ.
“Sometimes, sir, with my clairvoyance that’s purified and superhuman, I see that ladies—when their body breaks up, after death—are mostly reborn in a place of loss, a bad place, the underworld, hell.
an3.129:1.3 #
นุโข ภนฺเต กฏุวิยํ🤖 AI จับคู่
Katihi nu kho, bhante, dhammehi samannāgato mātugāmo kāyassa bhedā paraṁ maraṇā apāyaṁ duggatiṁ vinipātaṁ nirayaṁ upapajjatī”ti?
How many qualities do ladies have so that they’re reborn in a place of loss, a bad place, the underworld, hell?”
an3.129:2.1 #
โก อามคนฺโ🤖 AI จับคู่
“Tīhi kho, anuruddha, dhammehi samannāgato mātugāmo kāyassa bhedā paraṁ maraṇā apāyaṁ duggatiṁ vinipātaṁ nirayaṁ upapajjati.
“When ladies have three qualities, when their body breaks up, after death, they are reborn in a place of loss, a bad place, the underworld, hell.
อ้างอิงสยามรัฐ 20.363 · พุทธชยันตี 18.508
an3.129:2.2 #
Katamehi tīhi?
What three?
an3.129:2.3 #
ธ กา มกฺขิกาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Idha, anuruddha, mātugāmo pubbaṇhasamayaṁ maccheramalapariyuṭṭhitena cetasā agāraṁ ajjhāvasati, majjhanhikasamayaṁ issāpariyuṭṭhitena cetasā agāraṁ ajjhāvasati, sāyanhasamayaṁ kāmarāgapariyuṭṭhitena cetasā agāraṁ ajjhāvasati.
A lady lives at home with a heart full of the stain of stinginess in the morning, jealousy at midday, and sexual desire in the evening.
an3.129:2.4 #
อภิชฺฌา โข ภิกฺขุ กฏุวิยํ พฺยาปาโท อามคนฺโธ ปาปกา อกุสลา วิตกฺกา มกฺขิกา ตํ วต ภิกฺขุ กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธ อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ฯ อคุ🤖 AI จับคู่
Imehi kho, anuruddha, tīhi dhammehi samannāgato mātugāmo kāyassa bhedā paraṁ maraṇā apāyaṁ duggatiṁ vinipātaṁ nirayaṁ upapajjatī”ti.
When ladies possess these three qualities, when their body breaks up, after death, they are reborn in a place of loss, a bad place, the underworld, hell.”
an3.129:2.5 #
ตฺตํ จกฺขุโสตสฺมึ อินฺทฺริเยสุ อสํวุตํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ภิกฺขุ ภิกฺขุ มา โข ตฺวํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. อามคนฺเธน ฯ อิโต@ปรํ อีทิสเมว ฯ มกฺขิกานุปติสฺสนฺติ สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา ฯ กฏุวิยกโต ภิกฺขุ อามคนฺเธ อวสฺสุโต อารกา โหติ นิพฺพานา วิฆาตสฺเสว ภาควา ฯ คาเม วา ยทิ วา รญฺเญ อลทฺธา สมมตฺตโน ๑- จเร ๒- พาโล ทุมฺเมโธ มกฺขิกาหิ ปุรกฺขโต ฯ เย จ สีเลน สมฺปนฺนา ปญฺญายูปสเม รตา อุปสนฺตา สุขํ เสนฺติ นาสยิตฺวาน มกฺขิกาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Sattamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๐ — อังคุตตรนิกาย เอกก–ทุก–ติกนิบาต
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน