เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๑๔๗] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของ
ท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล ท่านพระสารีบุตร
ชี้แจงให้ท่านพระลกุณฐกภัททิยะเห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง
ด้วยธรรมีกถา โดยอเนกปริยาย ครั้งนั้นแล เมื่อท่านพระสารีบุตรชี้แจงให้ท่าน
พระลกุณฐกภัททิยะเห็นแจ้ง ให้สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา โดย
อเนกปริยาย จิตของท่านพระลกุณฐกภัททิยะหลุดพ้นแล้วจากอาสวะเพราะไม่ถือ
มั่น พระผู้มีพระภาคได้ทรงเห็นท่านพระลกุณฐกภัททิยะผู้อันท่านพระสารีบุตรชี้แจง
ให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา โดยอเนกปริยาย
จิตของท่านพระลกุณฐกภัททิยะหลุดพ้นแล้วจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น ฯ
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ทรงเปล่ง
อุทานนี้ในเวลานั้นว่า
บุคคลผู้พ้นวิเศษแล้วในสิ่งทั้งปวงในเบื้องบนในเบื้องต่ำ ไม่
ตามเห็นว่า นี้เป็นเรา บุคคลพ้นวิเศษแล้วอย่างนี้ ข้ามได้
แล้วซึ่งโอฆะที่ตนยังไม่เคยข้าม เพื่อความไม่เกิดอีก ฯ
▴ ย่อ
เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ
เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
ekaṁ samayaṁ bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
At one time the Buddha was staying near Sāvatthī in Jeta’s Grove, Anāthapiṇḍika’s monastery.
เตน โข ปน สมเยน
อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ ลกุณฺฐกภทฺทิยํ อเนกปริยาเยน
ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā sāriputto āyasmantaṁ lakuṇḍakabhaddiyaṁ anekapariyāyena dhammiyā kathāya sandasseti samādapeti samuttejeti sampahaṁseti.
Now at that time Venerable Sāriputta was educating, encouraging, firing up, and inspiring Venerable Bhaddiya the Dwarf in many ways with a Dhamma talk.
อถ โข อายสฺมโต ลกุณฺฐกภทฺทิยสฺส อายสฺมตา สารีปุตฺเตน
อเนกปริยาเยน ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิยมานสฺส สมาทปิยมานสฺส
สมุตฺเตชิยมานสฺส สมฺปหํสิยมานสฺส อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ
วิมุจฺจิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmato lakuṇḍakabhaddiyassa āyasmatā sāriputtena anekapariyāyena dhammiyā kathāya sandassiyamānassa samādapiyamānassa samuttejiyamānassa sampahaṁsiyamānassa anupādāya āsavehi cittaṁ vimucci.
Then after being taught like this Bhaddiya’s mind was freed from defilements by not grasping.
อ้างอิง สยามรัฐ 25.198 · ฉัฏฐสังคายนา 47.157
อทฺทสา โข ภควา อายสฺมนฺตํ ลกุณฺฐกภทฺทิยํ
อายสฺมตา สารีปุตฺเตน อเนกปริยาเยน ธมฺมิยา กถาย
สนฺทสฺสิยมานํ สมาทปิยมานํ สมุตฺเตชิยมานํ สมฺปหํสิยมานํ
อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Addasā kho bhagavā āyasmantaṁ lakuṇḍakabhaddiyaṁ āyasmatā sāriputtena anekapariyāyena dhammiyā kathāya sandassiyamānaṁ samādapiyamānaṁ samuttejiyamānaṁ sampahaṁsiyamānaṁ anupādāya āsavehi cittaṁ vimuttaṁ.
The Buddha saw what had happened.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ
วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etamatthaṁ viditvā tāyaṁ velāyaṁ imaṁ udānaṁ udānesi:
Then, understanding this matter, on that occasion the Buddha expressed this heartfelt sentiment:
อุทฺธํ อโธ ๑- สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโต✎ ร่าง
“Uddhaṁ adho sabbadhi vippamutto,
“Above, below, everywhere free,
อยมฺหมสฺมีติ อนานุปสฺสี✎ ร่าง
Ayaṁhamasmīti anānupassī;
not contemplating ‘I am this’.
เอวํ วิมุตฺโต อุทตาริ โอฆํ✎ ร่าง
Evaṁ vimutto udatāri oghaṁ,
Freed like this, he has crossed the flood
อติณฺณปุพฺพํ อนุนพฺภวายาติ ฯ สุตฺตํ✎ ร่าง
Atiṇṇapubbaṁ apunabbhavāyā”ti.
not crossed before, so as to not be reborn.”
—
Udāna 7.2
Heartfelt Sayings 7.2