‹ กลับ
อุรคสูตร
เล่ม ๒๕ — ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ–ธรรมบท–อุทาน–อิติวุตตก–สุตตนิบาต · ข้อ 294 · ขุ.ขุ. ๒๕/๖๘๓๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๙๔] ภิกษุใดแล ย่อมกำจัดความโกรธที่เกิดขึ้นแล้ว เหมือน หมอกำจัดพิษงูที่ซ่านไปแล้วด้วยโอสถ ฉะนั้น ภิกษุนั้นชื่อ ว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่า ที่คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น ภิกษุใดตัดราคะได้ขาด พร้อมทั้ง อนุสัยไม่มีส่วนเหลือ เหมือนบุคคลลงไปตัดดอกปทุมซึ่ง งอกขึ้นในสระฉะนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละฝั่งในและ ฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น ภิกษุใดยังตัณหาให้เหือดแห้งไปทีละน้อยๆ แล้วตัดเสีย ให้ขาดโดยไม่เหลือ ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและ ฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น ภิกษุใดถอนมานะพร้อมทั้งอนุสัยไม่มีส่วนเหลือ เหมือนห้วง น้ำใหญ่ถอนสะพานไม้อ้อที่ทุรพลฉะนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่า ย่อมละฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่ คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น ภิกษุใดค้นคว้าอยู่ (ด้วยปัญญา) ไม่ ประสบอัตภาพอันเป็นสาระในภพทั้งหลาย เหมือนพราหมณ์ ค้นคว้าอยู่ ไม่ประสบดอกที่ต้นมะเดื่อฉะนั้น ภิกษุนั้น ชื่อว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละ คราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น กิเลสเป็นเครื่องให้กำเริบ ย่อมไม่มีภายในจิตของภิกษุใด และภิกษุใดล่วงเสียได้แล้ว ซึ่งความเจริญและความเสื่อมอย่างนี้ ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละ ซึ่งฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่า แล้วฉะนั้น ภิกษุใดกำจัดวิตกได้แล้ว ปราบปรามดีแล้ว ในภายใน ไม่มีส่วนเหลือ ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละฝั่งในและ ฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้ว ฉะนั้น ภิกษุใดไม่แล่นเลยไป ไม่ล้าอยู่ ล่วงกิเลสเป็นเครื่อง ให้เนิ่นช้านี้ได้หมดแล้ว ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละฝั่งในและ ฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้ว ฉะนั้น ภิกษุใดรู้ว่าธรรมชาติมีขันธ์เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นของแปรผัน ไม่แล่นเลยไป ไม่ล้าอยู่ในโลก ภิกษุนั้นชื่อว่า ย่อมละ ซึ่งฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่า แล้ว ฉะนั้น ภิกษุใดรู้ว่า ธรรมชาติมีขันธ์เป็นต้นทั้งหมด นี้เป็นของแปรผัน ปราศจากความโลภ ไม่แล่นเลยไป ไม่ล้าอยู่ในโลก ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและฝั่งนอก เสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้ว ฉะนั้น ภิกษุ ใดรู้ว่า ธรรมชาติมีขันธ์เป็นต้นทั้งหมดนี้เป็นของแปรผัน ปราศจากราคะ ไม่แล่นเลยไป ไม่ล้าอยู่ในโลก ภิกษุ นั้นชื่อว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละ คราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้ว ฉะนั้น ภิกษุใดรู้ว่า ธรรมชาติ มีขันธ์เป็นต้นทั้งหมดนี้เป็นของแปรผัน ปราศจากโทสะ ไม่แล่นเลยไป ไม่ล้าอยู่ในโลก ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละ ซึ่งฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่า แล้ว ฉะนั้น ภิกษุใดรู้ว่า ธรรมชาติมีขันธ์เป็นต้นทั้งหมดนี้ เป็นของแปรผัน ปราศจากโมหะ ไม่แล่นเลยไป ไม่ล้า อยู่ในโลก ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและฝั่งนอก เสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น ภิกษุใด ไม่มีอนุสัยอะไรๆ ถอนอกุศลมูลได้แล้ว ภิกษุนั้นชื่อว่า ย่อมละฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่ คร่ำคร่าแล้ว ฉะนั้น ภิกษุใดไม่มีกิเลสอันเกิดแต่ความ กระวนกระวายอะไรๆ อันเป็นปัจจัยเพื่อมาสู่ฝั่งใน ภิกษุนั้น ชื่อว่าย่อมละฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่า ที่คร่ำคร่าแล้ว ฉะนั้น ภิกษุใดไม่มีกิเลสอันเกิดแต่ตัณหา ดุจป่าอะไรๆ อันเป็นเหตุเพื่อความผูกพัน เพื่อความเกิด ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละ คราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้ว ฉะนั้น ภิกษุใดละนิวรณ์ ๕ ได้แล้ว ไม่มีทุกข์ ข้ามความสงสัยได้แล้ว มีลูกศรปราศไปแล้ว ภิกษุ นั้นชื่อว่าย่อมละฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบเก่า ที่คร่ำคร่าแล้ว ฉะนั้น ฯ นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า
เทียบรายประโยค (54 ประโยค)
snp1.1:1.1 #
ขุ.สุ./ |๒๙๔.๔๒๔| ๑ โย เว ๑- อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ✎ ร่าง
Yo uppatitaṁ vineti kodhaṁ,
When anger surges, they drive it out,
อ้างอิงPTS 1 · สยามรัฐ 25.324 · ฉัฏฐสังคายนา 48.87 · พุทธชยันตี 25.2
snp1.1:1.2 #
วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเถหิ✎ ร่าง
Visaṭaṁ sappavisaṁva osadhehi;
as with medicine a snake’s spreading venom.
snp1.1:1.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:1.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:2.1 #
โย ราคมุทจฺฉิทา อเสสํ✎ ร่าง
Yo rāgamudacchidā asesaṁ,
They’ve cut off greed entirely,
snp1.1:2.2 #
ภึสปุปฺผํว ๓- สโรรุหํ วิคยฺห✎ ร่าง
Bhisapupphaṁva saroruhaṁ vigayha;
like a lotus plucked flower and stalk.
snp1.1:2.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:2.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:3.1 #
โย ตณฺหมุทจฺฉิทา อเสสํ✎ ร่าง
Yo taṇhamudacchidā asesaṁ,
They’ve cut off craving entirely,
อ้างอิงสยามรัฐ 25.325 · ฉัฏฐสังคายนา 48.88
snp1.1:3.2 #
สริตํ สีฆสรํ วิโสสยิตฺวา✎ ร่าง
Saritaṁ sīghasaraṁ visosayitvā;
drying up that swift-flowing stream.
snp1.1:3.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:3.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:4.1 #
โย มานมุทพฺพธี อเสสํ✎ ร่าง
Yo mānamudabbadhī asesaṁ,
They’ve swept away conceit entirely,
snp1.1:4.2 #
นฬเสตุํว สุทุพฺพลํ มโหโฆ✎ ร่าง
Naḷasetuṁva sudubbalaṁ mahogho;
as a fragile bridge of reeds by a great flood.
snp1.1:4.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:4.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:5.1 #
โย นาชฺฌคมา ภเวสุ สารํ✎ ร่าง
Yo nājjhagamā bhavesu sāraṁ,
In future lives they find no worth,
snp1.1:5.2 #
วิจินํ ปุปฺผมิว อุทุมฺพเรสุ✎ ร่าง
Vicinaṁ pupphamivā udumbaresu;
as an inspector of fig trees finds no flower.
snp1.1:5.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:5.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:6.1 #
ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา✎ ร่าง
Yassantarato na santi kopā,
They hide no anger within,
อ้างอิงพุทธชยันตี 25.4
snp1.1:6.2 #
อิติ ภวาภวตญฺจ วีติวตฺโต✎ ร่าง
Itibhavābhavatañca vītivatto;
passed beyond any kind of existence.
snp1.1:6.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:6.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:7.1 #
ยสฺส วิตกฺกา วิธูปิตา✎ ร่าง
Yassa vitakkā vidhūpitā,
Their mental vibrations are cleared away,
อ้างอิงPTS 2
snp1.1:7.2 #
อชฺฌตฺตํ สุวิกปฺปิตา อเสสา✎ ร่าง
Ajjhattaṁ suvikappitā asesā;
internally clipped off entirely.
snp1.1:7.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:7.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:8.1 #
โย นาจฺจสารี น ปจฺจสารี✎ ร่าง
Yo nāccasārī na paccasārī,
They have not run too far nor run back,
อ้างอิงสยามรัฐ 25.326
snp1.1:8.2 #
สพฺพํ อจฺจุคมา ๑- อิมํ ปปญฺจํ✎ ร่าง
Sabbaṁ accagamā imaṁ papañcaṁ;
but have gone beyond all this proliferation.
snp1.1:8.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:8.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:9.1 #
โย นาจฺจสารี น ปจฺจสารี✎ ร่าง
Yo nāccasārī na paccasārī,
They have not run too far nor run back,
snp1.1:9.2 #
สพฺพํ วิตถมิทนฺติ ญตฺวา ๑- โลเก✎ ร่าง
Sabbaṁ vitathamidanti ñatva loke;
for they know that nothing in the world is what it seems.
snp1.1:9.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:9.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:10.1 #
โย นาจฺจสารี น ปจฺจสารี✎ ร่าง
Yo nāccasārī na paccasārī,
They have not run too far nor run back,
snp1.1:10.2 #
สพฺพํ วิตถมิทนฺติ วีตโลโภ✎ ร่าง
Sabbaṁ vitathamidanti vītalobho;
knowing nothing is what it seems, free of greed.
snp1.1:10.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:10.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:11.1 #
โย นาจฺจสารี น ปจฺจสารี✎ ร่าง
Yo nāccasārī na paccasārī,
They have not run too far nor run back,
snp1.1:11.2 #
สพฺพํ วิตถมิทนฺติ วีตราโค✎ ร่าง
Sabbaṁ vitathamidanti vītarāgo;
knowing nothing is what it seems, free of lust.
snp1.1:11.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:11.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:12.1 #
โย นาจฺจสารี น ปจฺจสารี✎ ร่าง
Yo nāccasārī na paccasārī,
They have not run too far nor run back,
snp1.1:12.2 #
สพฺพํ วิตถมิทนฺติ วีตโทโส✎ ร่าง
Sabbaṁ vitathamidanti vītadoso;
knowing nothing is what it seems, free of hate.
snp1.1:12.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:12.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:13.1 #
โย นาจฺจสารี น ปจฺจสารี✎ ร่าง
Yo nāccasārī na paccasārī,
They have not run too far nor run back,
อ้างอิงสยามรัฐ 25.327 · ฉัฏฐสังคายนา 48.89
snp1.1:13.2 #
สพฺพํ วิตถมิทนฺติ วีตโมโห✎ ร่าง
Sabbaṁ vitathamidanti vītamoho;
knowing nothing is what it seems, free of delusion.
snp1.1:13.3 #
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ✎ ร่าง
So bhikkhu jahāti orapāraṁ,
Such a mendicant sheds the near shore and the far,
snp1.1:13.4 #
อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณํ ฯ✎ ร่าง
Urago jiṇṇamivattacaṁ purāṇaṁ.
as a serpent its old worn-out skin.
snp1.1:14.1 #
ยสฺสานุสยา น สนฺติ เกจิ✎ ร่าง
Yassānusayā na santi keci,
They have no underlying tendencies at all,
snp1.1:14.2 #
มูลา✎ ร่าง
Mūlā ca akusalā samūhatāse;
and are rid of unskillful roots,
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๕ — ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ–ธรรมบท–อุทาน–อิติวุตตก–สุตตนิบาต
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน