‹ กลับ
ปสูรสูตร
เล่ม ๒๕ — ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ–ธรรมบท–อุทาน–อิติวุตตก–สุตตนิบาต · ข้อ 415 · ขุ.ขุ. ๒๕/๑๐๑๗๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๑๕] สมณพราหมณ์ผู้ประกอบด้วยทิฐิ ย่อมกล่าวว่า ความบริสุทธิ์ว่ามีอยู่ในธรรมนี้เท่านั้น ไม่กล่าวความบริสุทธิ์ ในธรรมเหล่าอื่น สมณพราหมณ์เป็นอันมาก กล่าวความดี งามในศาสดาของตนเป็นต้นที่ตนอาศัยแล้ว ถือมั่นอยู่ใน สัจจะเฉพาะอย่าง (มีคำว่าโลกเที่ยงเป็นต้น) สมณพราหมณ์ เจ้าทิฐิ ๒ พวกนั้น ประสงค์จะกล่าวโต้ตอบกัน เข้าไปสู่ บริษัทแล้ว ย่อมโต้เถียงกันและกันว่าเป็นคนเขลา สมณ- พราหมณ์เหล่านั้นต้องการแต่ความสรรเสริญ เป็นผู้มีความ สำคัญว่า เราทั้งหลายเป็นคนฉลาดอาศัยศาสดาของกันและ กันเป็นต้นแล้ว ย่อมกล่าวคำทะเลาะกัน บุคคลปรารถนาแต่ ความสรรเสริญ ขวนขวายหาถ้อยคำวิวาท กระทบกระเทียบ กันในท่ามกลางบริษัท แต่กลับเป็นผู้เก้อเขินในเพราะวาทะ อันผู้ตัดสินปัญหาไม่ทำให้เลื่อมใส บุคคลนั้นเป็นผู้แสวงหา โทษ ย่อมโกรธเพราะความนินทา ผู้พิจารณาปัญหาทั้งหลาย กล่าววาทะใดของบุคคลนั้นอันตนไม่ทำให้เลื่อมใสแล้วว่าเป็น วาทะเสื่อมสิ้น บุคคลผู้มีวาทะเสื่อมแล้วนั้น ย่อมคร่ำครวญ เศร้าโศก ทอดถอนใจว่า ท่านผู้นี้กล่าวสูงเกินเราไป ความ วิวาทเหล่านี้เกิดแล้วในพวกสมณะ ความกระทบกระทั่งกัน ย่อมมีในเพราะวาทะเหล่านี้ บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึง เว้นความทะเลาะกันเสีย ความสรรเสริญและลาภ ย่อมไม่มี เป็นอย่างอื่นไปเลย ก็หรือบุคคลนั้นกล่าววาทะในท่ามกลาง บริษัท เป็นผู้อันบุคคลสรรเสริญแล้วในเพราะทิฐินั้น ย่อม รื่นเริงใจสูงขึ้นเพราะต้องการชัยชนะและมานะนั้นได้ถึงความ ต้องการชัยชนะนั้นสมใจนึก การยกตนของบุคคลนั้น เป็น พื้นแห่งความกระทบกัน และบุคคลนั้นย่อมกล่าวถึงการ ถือตัวและการดูหมิ่นผู้อื่น บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึงเว้น ความทะเลาะกันเสีย ผู้ฉลาดทั้งหลาย ย่อมไม่กล่าวความ บริสุทธิ์ด้วยการทะเลาะกันนั้น บุคคลผู้เจ้าทิฐิปรารถนาพบ บุคคลเจ้าทิฐิผู้เป็นปฏิปักษ์กัน ย่อมคำราม เปรียบเหมือน ทหารผู้กล้าหาญ ซึ่งพระราชาทรงเลี้ยงแล้วด้วยราชขาทนียา- หาร ปรารถนาพบทหารผู้เป็นปฏิปักษ์กัน ย่อมคำราม ฉะนั้น ดูกรท่านผู้องอาจ บุคคลเจ้าทิฐิเป็นปฏิปักษ์ของท่านนั้น มีอยู่ ณ ที่ใด ท่านจงไป ณ ที่นั้นเถิด กิเลสชาติเพื่อการรบนี้ ไม่มีในกาลก่อนเลย (กิเลสชาตินั้นเราผู้ตถาคตละเสียแล้ว ณ ควงแห่งไม้โพธินั้นแล) สมณพราหมณ์เหล่าใดถือรั้น ทิฐิแล้ว ย่อมวิวาทกันและย่อมกล่าวว่า สิ่งนี้เท่านั้นจริง ท่านผู้กระทำความเป็นข้าศึกในวาทะ (ถ้อยคำ) ที่เกิดขึ้น จงกล่าวทุ่มเถียงกะสมณพราหมณ์เหล่านั้นเถิด พราหมณ์เหล่า นั้นไม่มีในที่นี้เลย ส่วนพระอรหันตขีณาสพทั้งหลาย กำจัด เสนา คือกิเลสให้พินาศแล้ว ไม่กระทำความเห็นให้ผิดไป จากความเห็น เที่ยวไปอยู่ ดูกรปสุระ ท่านจะได้สู้รบโต้ ตอบอะไร ในพระอรหันต์ผู้ไม่มีความยึดถือว่าสิ่งนี้ประเสริฐ ในโลกนี้ ถ้าท่านคิดถึงทิฐิทั้งหลายอยู่ด้วยใจ ถึงความตรึกไป ต่างๆ ถือเอาความเป็นคู่แข่งขันกับพระพุทธะผู้กำจัดกิเลส ได้แล้วไซร้ ท่านจะสามารถเพื่อถือเอาความเป็นคู่แข่งขันให้ สำเร็จไม่ได้เลย ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
เทียบรายประโยค (48 ประโยค)
snp4.8:1.1 #
อิเธว สุทฺธี อิติ วาทยนฺติ✎ ร่าง
Idheva suddhī iti vādayanti,
“Here alone is purity,” they say,
อ้างอิงสยามรัฐ 25.495
snp4.8:1.2 #
นาญฺเญสุ ธมฺเมสุ วิสุทฺธิมาหุ✎ ร่าง
Nāññesu dhammesu visuddhimāhu;
denying that there is purification in other teachings.
snp4.8:1.3 #
ยํ นิสฺสิตา ตตฺถ สุภํ วทานา✎ ร่าง
Yaṁ nissitā tattha subhaṁ vadānā,
Speaking of the beauty in that which they depend on,
snp4.8:1.4 #
ปจฺเจกสจฺเจสุ ปุถู นิวิฏฺฐา ฯ✎ ร่าง
Paccekasaccesu puthū niviṭṭhā.
each one is dogmatic about their own idiosyncratic interpretation.
snp4.8:2.1 #
เต วาทกามา ปริสํ วิคยฺห✎ ร่าง
Te vādakāmā parisaṁ vigayha,
Desiring debate, they plunge into an assembly,
อ้างอิงพุทธชยันตี 25.262
snp4.8:2.2 #
พาลํ ทหนฺตี มิถุ อญฺญมญฺญํ✎ ร่าง
Bālaṁ dahantī mithu aññamaññaṁ;
where each takes the other as a fool.
snp4.8:2.3 #
วทนฺติ เต อญฺญสิตา กโถชฺชํ✎ ร่าง
Vadanti te aññasitā kathojjaṁ,
Relying on others they state their contention,
snp4.8:2.4 #
ปสํสกามา กุสลา วทานา ฯ✎ ร่าง
Pasaṁsakāmā kusalā vadānā.
desiring praise while claiming to be skilled.
snp4.8:3.1 #
ยุตฺโต กถายํ ปริสาย มชฺเฌ✎ ร่าง
Yutto kathāyaṁ parisāya majjhe,
Addicted to debating in the midst of the assembly,
snp4.8:3.2 #
ปสํสมิจฺฉํ วินิฆาติ โหติ✎ ร่าง
Pasaṁsamicchaṁ vinighāti hoti;
their need for praise makes them nervous.
snp4.8:3.3 #
อปาหตสฺมึ ปน มงฺกุ โหติ✎ ร่าง
Apāhatasmiṁ pana maṅku hoti,
But when they’re repudiated they get embarrassed;
snp4.8:3.4 #
นินฺทาย โส กุปฺปติ รนฺธเมสี ฯ✎ ร่าง
Nindāya so kuppati randhamesī.
upset at criticism, they find fault in others.
snp4.8:4.1 #
ยมสฺส วาทํ ปริหีนมาหุ✎ ร่าง
Yamassa vādaṁ parihīnamāhu,
If their doctrine is said to be weak,
อ้างอิงPTS 162
snp4.8:4.2 #
อปาหตํ ปญฺหวิมํสกาเส✎ ร่าง
Apāhataṁ pañhavimaṁsakāse;
and judges declare it repudiated,
snp4.8:4.3 #
ปริเทวติ โสจติ หีนวาโท✎ ร่าง
Paridevati socati hīnavādo,
the loser weeps and wails,
snp4.8:4.4 #
อุปจฺจคา มนฺติ อนุตฺถุนาติ ฯ✎ ร่าง
Upaccagā manti anutthunāti.
moaning, “They beat me.”
snp4.8:5.1 #
เอเต วิวาทา สมเณสุ ชาตา✎ ร่าง
Ete vivādā samaṇesu jātā,
When these disputes come up among ascetics,
อ้างอิงสยามรัฐ 25.496
snp4.8:5.2 #
เอเตสุ อุคฺฆาติ นิคฺฆาติ โหติ✎ ร่าง
Etesu ugghātinighāti hoti;
they get excited or dejected.
snp4.8:5.3 #
เอตมฺปิ ทิสฺวา วิรเม กโถชฺชํ✎ ร่าง
Etampi disvā virame kathojjaṁ,
Seeing this, refrain from contention,
snp4.8:5.4 #
น หญฺญทตฺถตฺถิ ปสํสลาภา ฯ✎ ร่าง
Na haññadatthatthi pasaṁsalābhā.
for the only purpose is praise and profit.
snp4.8:6.1 #
ปสํสิโต วา ปน ตตฺถ โหติ✎ ร่าง
Pasaṁsito vā pana tattha hoti,
But if, having declared their doctrine,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 48.207
snp4.8:6.2 #
อกฺขาย วาทํ ปริสาย มชฺเฌ✎ ร่าง
Akkhāya vādaṁ parisāya majjhe;
they are praised there in the midst of the assembly,
snp4.8:6.3 #
โส หสฺสตี อุณฺณมติจฺจ ๑- เตน✎ ร่าง
So hassatī unnamatī ca tena,
they laugh and gloat because of it,
snp4.8:6.4 #
ปปฺปุยฺย ตํ อตฺถ ยถา มโน อหุ ๒- ฯ✎ ร่าง
Pappuyya tamatthaṁ yathā mano ahu.
having got what they wanted.
snp4.8:7.1 #
ยา อุณฺณตี สาสฺส วิฆาตภูมิ✎ ร่าง
Yā unnatī sāssa vighātabhūmi,
Their pride is their downfall,
snp4.8:7.2 #
มานาติมานํ วทเต ปเนโส✎ ร่าง
Mānātimānaṁ vadate paneso;
yet they speak from conceit and arrogance.
snp4.8:7.3 #
เอตมฺปิ ทิสฺวา วิรเม กโถชฺชํ✎ ร่าง
Etampi disvā na vivādayetha,
Seeing this, one ought not dispute,
snp4.8:7.4 #
น เตน สุทฺธึ กุสลา วทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Na hi tena suddhiṁ kusalā vadanti.
for those who are skilled say this is no way to purity.
snp4.8:8.1 #
สูโร ยถา ราชขาทาย ปุฏฺโฐ✎ ร่าง
Sūro yathā rājakhādāya puṭṭho,
As a warrior, after feasting on royal food,
snp4.8:8.2 #
อภิคชฺชเมติ ปฏิสูรมิจฺฉํ✎ ร่าง
Abhigajjameti paṭisūramicchaṁ;
goes roaring, looking for someone to fight—
snp4.8:8.3 #
เยเนว โส เตน ปเลหิ สูร✎ ร่าง
Yeneva so tena palehi sūra,
go off and find an opponent, Sūra,
snp4.8:8.4 #
ปุพฺเพว นตฺถี ยทิทํ ยุธาย ฯ✎ ร่าง
Pubbeva natthi yadidaṁ yudhāya.
for here, as before, there is no-one to combat.
snp4.8:9.1 #
เย ทิฏฺฐิมุคฺคยฺห วิวาทยนฺติ✎ ร่าง
Ye diṭṭhimuggayha vivādayanti,
When someone disputes about a view they’ve adopted,
อ้างอิงPTS 163 · พุทธชยันตี 25.264
snp4.8:9.2 #
อิทเมว สจฺจนฺติ จ วาทยนฺติ✎ ร่าง
Idameva saccanti ca vādayanti;
saying, “This is the only truth,”
snp4.8:9.3 #
เต ตฺวํ วทสฺสุ น หิ เตธ อตฺถิ✎ ร่าง
Te tvaṁ vadassū na hi tedha atthi,
say to them, “Here you’ll have no adversary
snp4.8:9.4 #
วาทมฺหิ ชาเต ปฏิเสนิกตฺตา ฯ✎ ร่าง
Vādamhi jāte paṭisenikattā.
when a dispute has come up.”
snp4.8:10.1 #
วิเสนิกตฺวา ปน เย จรนฺติ✎ ร่าง
Visenikatvā pana ye caranti,
There are those who live far from the crowd,
อ้างอิงสยามรัฐ 25.497
snp4.8:10.2 #
ทิฏฺฐีหิ ทิฏฺฐึ อวิรุชฺฌมานา✎ ร่าง
Diṭṭhīhi diṭṭhiṁ avirujjhamānā;
not countering views with view.
snp4.8:10.3 #
เตสุ ตฺวํ กึ ลเภโถ ปสูร✎ ร่าง
Tesu tvaṁ kiṁ labhetho pasūra,
Who is there to argue with you, Pasūra,
snp4.8:10.4 #
เยสีธ นตฺถี ปรมุคฺคหีตํ ฯ✎ ร่าง
Yesīdha natthī paramuggahītaṁ.
among those who grasp nothing here as the highest?
snp4.8:11.1 #
อถ ตฺวํ ปวิตกฺกมาคมา✎ ร่าง
Atha tvaṁ pavitakkamāgamā,
And so you come along speculating,
snp4.8:11.2 #
มนสา ทิฏฺฐิคตานิ จินฺตยนฺโต✎ ร่าง
Manasā diṭṭhigatāni cintayanto;
thinking up theories in your mind.
snp4.8:11.3 #
โธเนน ยุคํ สมาคมา✎ ร่าง
Dhonena yugaṁ samāgamā,
Now that you’ve challenged someone who is cleansed,
snp4.8:11.4 #
น หิ ตฺวํ สกฺขสิ สมฺปยาตเวติ ฯ✎ ร่าง
Na hi tvaṁ sakkhasi sampayātaveti.
you’ll not be able to respond.
snp4.8:11.5 #
ปสูรสุตฺตํ อฏฺฐมํ ฯ✎ ร่าง
Pasūrasuttaṁ aṭṭhamaṁ.
snp4.9:0.1 #
สุตฺตนิปาเต จตุตฺถสฺส อฏฺฐกวคฺคสฺส นวมํ✎ ร่าง
Sutta Nipāta 4.9
Anthology of Discourses 4.9
snp4.9:0.2 #
มาคนฺทิยสุตฺต✎ ร่าง
Māgaṇḍiyasutta
With Māgaṇḍiya
snp4.9:1.1 #
✎ ร่าง
“Disvāna taṇhaṁ aratiṁ ragañca,
“Even when I saw the sirens Craving, Malignancy, and Lust,
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๕ — ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ–ธรรมบท–อุทาน–อิติวุตตก–สุตตนิบาต
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน