‹ กลับ
ปิงคิยปัญหา
เล่ม ๒๕ — ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ–ธรรมบท–อุทาน–อิติวุตตก–สุตตนิบาต · ข้อ 443 · ขุ.ขุ. ๒๕/๑๑๔๐๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๔๓] ปิงคิยมาณพกล่าวคาถาว่า อาตมาจักขับตามภาษิตเครื่องไปยังฝั่งโน้น (อาตมาขอกล่าว ตามที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงเห็นแล้วด้วยพระญาณ) พระ- พุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ปราศจากมลทิน มีพระปัญญากว้างขวาง ไม่มีความใคร่ ทรงดับกิเลสได้แล้ว จะพึงตรัสมุสาเพราะ เหตุอะไร เอาเถิด อาตมาจักแสดงวาจาที่ควรเปล่งอันประกอบ ด้วยคุณของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงละความหลงอันเป็นมลทิน ได้แล้ว ทรงละความถือตัวและความลบหลู่ได้เด็ดขาด ดูกร ท่านพราหมณาจารย์ พระพุทธเจ้าทรงบรรเทาความมืด มี พระจักษุรอบคอบ ทรงถึงที่สุดของโลก ทรงล่วงภพได้ ทั้งหมด ไม่มีอาสวะ ทรงละทุกข์ได้ทั้งปวง มีพระนามตาม ความเป็นจริงว่า พุทโธอันอาตมาเข้าเฝ้าแล้ว นกพึงละป่าเล็ก แล้วมาอยู่อาศัยป่าใหญ่อันมีผลไม้มาก ฉันใด อาตมา มาละ คณาจารย์ผู้มีความเห็นน้อยแล้ว ได้ประสบพระพุทธเจ้าผู้มี ความเห็นประเสริฐ เหมือนหงส์โผลงสู่สระใหญ่ แม้ฉันนั้น ก่อนแต่ศาสนาของพระโคดม อาจารย์เหล่าใด ได้พยากรณ์ ลัทธิของตนแก่อาตมาในกาลก่อนว่า เหตุนี้ได้เป็นมาแล้ว อย่างนี้ จักเป็นอย่างนี้ คำพยากรณ์ของอาจารย์เหล่านั้น ทั้งหมด ไม่ประจักษ์แก่ตน คำพยากรณ์ทั้งหมดนั้น เป็น เครื่องทำความตรึกให้ทวีมากขึ้น (อาตมาไม่พอใจในคำ พยากรณ์นั้น) พระโคดมพระองค์เดียวทรงบรรเทาความมืด สงบระงับ มีพระรัศมีโชติช่วง มีพระปัญญาเป็นเครื่อง ปรากฏดุจแผ่นดิน มีพระปัญญากว้างขวาง ได้ทรงแสดงธรรม อันบุคคลพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มีจัญไร หาอุปมาในที่ไหนๆ มิได้ แก่อาตมา ฯ พราหมณ์พาวรีผู้อาจารย์กล่าวคาถาถามพระปิงคิยะว่า ท่านปิงคิยะ พระโคดมพระองค์ใด ได้ทรงแสดงธรรมอัน บุคคลพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มีจัญไร หาอุปมาในที่ไหนๆ มิได้แก่ท่าน เพราะเหตุไร หนอ ท่านจึงอยู่ปราศจากพระโคดมพระองค์นั้น ผู้มีพระ- ปัญญาเป็นเครื่องปรากฏดุจแผ่นดิน มีพระปัญญากว้างขวาง สิ้นกาลแม้ครู่หนึ่งเล่า ฯ พระปิงคิยะกล่าวคาถาตอบพราหมณ์พาวรีผู้อาจารย์ว่า ท่านพราหมณ์ พระโคดมพระองค์ใด ได้ทรงแสดงธรรมอัน บุคคลพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มีจัญไร หาอุปมาในที่ไหนๆ มิได้ แก่อาตมา อาตมา มิได้อยู่ปราศจากพระโคดมพระองค์นั้น ผู้มีพระปัญญาเป็น เครื่องปรากฏดุจแผ่นดิน มีพระปัญญากว้างขวาง สิ้นกาล แม้ครู่หนึ่ง ท่านพราหมณ์ อาตมาไม่ประมาททั้งกลางคืน กลางวัน เห็นอยู่ซึ่งพระพุทธเจ้าผู้โคดมพระองค์นั้นด้วยใจ เหมือนเห็นด้วยจักษุ ฉะนั้น อาตมานมัสการอยู่ซึ่งพระ- พุทธเจ้าผู้โคดมพระองค์นั้นตลอดราตรี อาตมามาสำคัญความ ไม่อยู่ปราศจากพระพุทธเจ้าผู้โคดมพระองค์นั้น ด้วยความไม่ ประมาทนั้น ศรัทธา ปีติ มานะ และสติของอาตมา ย่อมน้อมไปในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าผู้โคดม พระ- พุทธเจ้าผู้โคดมผู้มีพระปัญญากว้างขวาง ประทับอยู่ยังทิศาภาค ใดๆ อาตมานั้นเป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศาภาคนั้นๆ นั่นแล ร่างกายของอาตมาผู้แก่แล้ว มีกำลังและเรี่ยวแรงน้อยนั่นเอง ท่านพราหมณ์ อาตมาไปสู่พระพุทธเจ้าด้วยการไปแห่งความ ดำริเป็นนิตย์ เพราะว่าใจของอาตมาประกอบแล้วด้วยพระ- พุทธเจ้านั้น อาตมานอนอยู่บนเปือกตม คือกาม ดิ้นรนอยู่ (เพราะตัณหา) ลอยจากเกาะหนึ่งไปสู่เกาะหนึ่ง ครั้งนั้นอาตมา ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงข้ามโอฆะได้แล้ว ไม่มีอาสวะ ฯ (ในเวลาจบคาถานี้ พระผู้มีพระภาคทรงทราบความแก่กล้าแห่งอินทรีย์ ของพระปิงคิยะและพราหมณ์พาวรีแล้ว ประทับอยู่ ณ นครสาวัตถีนั้นเอง ทรงเปล่งพระรัศมีดุจทองไปแล้ว พระปิงคิยะกำลังนั่งพรรณนาพระพุทธคุณแก่ พราหมณ์พาวรีอยู่ ได้เห็นพระรัศมีแล้วคิดว่า นี้อะไร เหลียวแลไป ได้เห็น พระผู้มีพระภาคประหนึ่งประทับอยู่เบื้องหน้าตน จึงบอกแก่พราหมณ์พาวรีว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาแล้ว พราหมณ์พาวรีได้ลุกจากอาสนะประคองอัญชลียืนอยู่ แม้พระผู้มีพระภาค เมื่อจะทรงแผ่พระรัศมีแสดงพระองค์แก่พราหมณ์พาวรี ทรงทราบธรรมเป็นที่สบายของพระปิงคิยะและพราหมณ์พาวรีทั้งสองแล้ว เมื่อจะ ตรัสเรียกแต่พระปิงคิยะองค์เดียว จึงได้ตรัสพระคาถานี้ว่า) ดูกรปิงคิยะ พระวักกลิ พระภัทราวุธะ และพระอาฬวีโคดม เป็นผู้มีศรัทธาน้อมลงแล้ว (ได้บรรลุอรหัตด้วยศรัทธาธุระ) ฉันใด แม้ท่านก็จงปล่อยศรัทธาลง ฉันนั้น ดูกรปิงคิยะ เมื่อท่านน้อมลงด้วยศรัทธาปรารภวิปัสสนา โดยนัยเป็นต้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ก็จักถึงนิพพาน อันเป็นฝั่งโน้นแห่ง วัฏฏะอันเป็นบ่วงแห่งมัจจุราช ฯ พระปิงคิยะเมื่อจะประกาศความเลื่อมใสของตนจึงกราบทูลว่า ข้าพระองค์นี้ย่อมเลื่อมใสอย่างยิ่ง เพราะได้ฟังพระวาจาของ พระองค์ผู้เป็นมุนี พระองค์มีกิเลสดุจหลังคาอันเปิดแล้ว ตรัสรู้แล้วด้วยพระองค์เอง ไม่มีกิเลสดุจเสาเขื่อน ทรงมี ปฏิภาณ ทรงทราบธรรมเป็นเหตุกล่าวว่าประเสริฐยิ่ง ทรง- ทราบธรรมชาติทั้งปวง ทั้งเลวและประณีต พระองค์เป็น ศาสดาผู้กระทำที่สุดแห่งปัญหาทั้งหลาย แก่เหล่าชนผู้มีความ สงสัยปฏิญาณอยู่ นิพพานอันกิเลสมีราคะเป็นต้นไม่พึงนำ ไปได้ เป็นธรรมไม่กำเริบ หาอุปมาในที่ไหนๆ มิได้ ข้าพระองค์จักถึงอนุปาทิเสสนิพพานธาตุแน่แท้ ข้าพระองค์ ไม่มีความสงสัยในนิพพานนี้เลย ขอพระองค์จงทรงจำ ข้าพระองค์ว่า เป็นผู้มีจิตน้อมไปแล้ว (ในนิพพาน) ด้วย ประการนี้แล ฯ
เทียบรายประโยค (83 ประโยค)
snp5.19:0.1 #
Sutta Nipāta 5.19
Anthology of Discourses 5.19
snp5.19:0.2 #
Pārāyanānugītigāthā
Preserving the Way to the Far Shore
snp5.19:1.1 #
ปารายนมนุคายิสฺสํ (อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย✎ ร่าง
“Pārāyanamanugāyissaṁ,
“I shall keep reciting the Way to the Far Shore,”
snp5.19:1.2 #
(iccāyasmā piṅgiyo)
said Venerable Piṅgiya,
snp5.19:1.3 #
ยถา อทฺทกฺขิ ตถา อกฺขาติ✎ ร่าง
Yathāddakkhi tathākkhāsi;
“which was taught as it was seen
snp5.19:1.4 #
วิมโล ภูริเมธโส✎ ร่าง
Vimalo bhūrimedhaso,
by the immaculate one of vast intelligence.
snp5.19:1.5 #
นิกฺกาโม ๕- นิพฺพุโต นาโค✎ ร่าง
Nikkāmo nibbano nāgo;
He is desireless, unentangled, a spiritual giant:
snp5.19:1.6 #
กิสฺส เหตุ มุสา ภเณ ฯ✎ ร่าง
Kissa hetu musā bhaṇe.
why would he speak falsely?
snp5.19:2.1 #
ปหีนมลโมหสฺส✎ ร่าง
Pahīnamalamohassa,
Come, let me extol
อ้างอิงPTS 220
snp5.19:2.2 #
มานมกฺขปฺปหายิโน✎ ร่าง
mānamakkhappahāyino;
in sweet words of praise
snp5.19:2.3 #
หนฺทาหํ กิตฺตยิสฺสามิ✎ ร่าง
Handāhaṁ kittayissāmi,
the one who’s given up stains and delusions,
snp5.19:2.4 #
คิรํ วณฺณูปสญฺหิตํ ฯ✎ ร่าง
giraṁ vaṇṇūpasañhitaṁ.
conceit and contempt.
snp5.19:3.1 #
ตโมนุโท พุทฺโธ สมนฺตจกฺขุ✎ ร่าง
Tamonudo buddho samantacakkhu,
The Buddha, all-seer, dispeller of darkness,
อ้างอิงสยามรัฐ 25.552
snp5.19:3.2 #
โลกนฺตคู สพฺพภวาติวตฺโต✎ ร่าง
Lokantagū sabbabhavātivatto;
has gone to world’s end, beyond all rebirths;
snp5.19:3.3 #
อนาสโว สพฺพทุกฺขปฺปหาโน✎ ร่าง
Anāsavo sabbadukkhappahīno,
he is free of defilements, and has given up all suffering,
snp5.19:3.4 #
สจฺจวฺหโย พฺรหฺมุปาสิโต ๑- เม ฯ✎ ร่าง
Saccavhayo brahme upāsito me.
the rightly-named one, brahmin, is revered by me.
snp5.19:4.1 #
ทิโช ยถา กุพฺพนกํ ปหาย✎ ร่าง
Dijo yathā kubbanakaṁ pahāya,
Like a bird that flees a little copse,
snp5.19:4.2 #
พหุปฺผลํ กานนํ อาวเสยฺย✎ ร่าง
Bahupphalaṁ kānanamāvaseyya;
to roost in a forest abounding in fruit,
snp5.19:4.3 #
เอวมฺปหํ อปฺปทสฺเส ปหาย✎ ร่าง
Evampahaṁ appadasse pahāya,
I’ve left the near-sighted behind,
snp5.19:4.4 #
มโหทธึ หํสริวชฺฌปตฺโต ๒- ฯ✎ ร่าง
Mahodadhiṁ haṁsoriva ajjhapatto.
like a swan come to a great river.
snp5.19:5.1 #
เย เม ปุพฺเพ วิยากํสุ✎ ร่าง
Ye me pubbe viyākaṁsu,
Those who explained to me previously,
snp5.19:5.2 #
หุรํ โคตมสาสนา✎ ร่าง
Huraṁ gotamasāsanā;
before Gotama’s teaching,
snp5.19:5.3 #
อิจฺจาสิ อิติ ภวิสฺสติ✎ ร่าง
Iccāsi iti bhavissati,
said ‘thus it was’ or ‘so it shall be’.
snp5.19:5.4 #
สพฺพนฺตํ อิติหีติหํ✎ ร่าง
Sabbaṁ taṁ itihītihaṁ;
All that was just the testament of hearsay;
snp5.19:5.5 #
สพฺพนฺตํ ตกฺกวฑฺฒนํ (นาหํ ตตฺถ อภิรมึ) ๓- ฯ✎ ร่าง
Sabbaṁ taṁ takkavaḍḍhanaṁ.
all that just fostered speculation.
snp5.19:6.1 #
เอโก ตมนุทาสีโน✎ ร่าง
Eko tamanudāsino,
Alone, the dispeller of darkness
อ้างอิงพุทธชยันตี 25.350
snp5.19:6.2 #
ชุติมา โส ปภงฺกโร✎ ร่าง
jutimā so pabhaṅkaro;
is brilliant, a beacon:
snp5.19:6.3 #
โคตโม ภูริปญฺญาโณ✎ ร่าง
Gotamo bhūripaññāṇo,
Gotama, vast in wisdom,
snp5.19:6.4 #
โคตโม ภูริเมธโส✎ ร่าง
gotamo bhūrimedhaso.
Gotama, vast in intelligence.
snp5.19:7.1 #
โย เม ธมฺมมเทเสสิ✎ ร่าง
Yo me dhammamadesesi,
He is the one who taught me Dhamma,
อ้างอิงPTS 221
snp5.19:7.2 #
สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ✎ ร่าง
Sandiṭṭhikamakālikaṁ;
apparent in the present life, immediately effective,
snp5.19:7.3 #
ตณฺหกฺขยมนีติกํ✎ ร่าง
Taṇhakkhayamanītikaṁ,
the untroubled, the end of craving,
snp5.19:7.4 #
ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ ฯ✎ ร่าง
Yassa natthi upamā kvaci”.
to which there is no compare.”
snp5.19:8.1 #
กินฺนุ ตมฺหา วิปฺปวสสิ✎ ร่าง
“Kiṁ nu tamhā vippavasasi,
“Why would you dwell apart from him
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 48.248
snp5.19:8.2 #
มุหุตฺตมปิ ปิงฺคิย✎ ร่าง
muhuttamapi piṅgiya;
even for an hour, Piṅgiya?
snp5.19:8.3 #
โคตมา ภูริปญฺญาณา✎ ร่าง
Gotamā bhūripaññāṇā,
From Gotama, vast in wisdom,
snp5.19:8.4 #
โคตมา ภูริเมธสา✎ ร่าง
gotamā bhūrimedhasā.
from Gotama, vast in intelligence?
snp5.19:9.1 #
โย เต ธมฺมมเทเสสิ✎ ร่าง
Yo te dhammamadesesi,
He is the one who taught you Dhamma,
snp5.19:9.2 #
สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ✎ ร่าง
Sandiṭṭhikamakālikaṁ;
apparent in the present life, immediately effective,
snp5.19:9.3 #
ตณฺหกฺขยมนีติกํ✎ ร่าง
Taṇhakkhayamanītikaṁ,
the untroubled, the end of craving,
snp5.19:9.4 #
ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ ฯ✎ ร่าง
Yassa natthi upamā kvaci”.
to which there is no compare.”
snp5.19:10.1 #
นาหํ ตมฺหา วิปฺปวสามิ✎ ร่าง
“Nāhaṁ tamhā vippavasāmi,
“I never dwell apart from him,
snp5.19:10.2 #
มุหุตฺตมปิ พฺราหฺมณ✎ ร่าง
Muhuttamapi brāhmaṇa;
not even for an hour, brahmin.
snp5.19:10.3 #
โคตมา ภูริปญฺญาณา✎ ร่าง
Gotamā bhūripaññāṇā,
From Gotama, vast in wisdom,
snp5.19:10.4 #
โคตมา ภูริเมธสา✎ ร่าง
Gotamā bhūrimedhasā.
from Gotama, vast in intelligence.
snp5.19:11.1 #
โย เม ธมฺมมเทเสสิ✎ ร่าง
Yo me dhammamadesesi,
He is the one who taught me Dhamma,
อ้างอิงสยามรัฐ 25.553
snp5.19:11.2 #
สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ✎ ร่าง
Sandiṭṭhikamakālikaṁ;
apparent in the present life, immediately effective,
snp5.19:11.3 #
ตณฺหกฺขยมนีติกํ✎ ร่าง
Taṇhakkhayamanītikaṁ,
the untroubled, the end of craving,
snp5.19:11.4 #
ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ ฯ✎ ร่าง
Yassa natthi upamā kvaci.
to which there is no compare.
snp5.19:12.1 #
ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาว✎ ร่าง
Passāmi naṁ manasā cakkhunāva,
Being diligent, I see him
snp5.19:12.2 #
รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโต✎ ร่าง
Rattindivaṁ brāhmaṇa appamatto;
in my mind’s eye day and night.
snp5.19:12.3 #
นมสฺสมาโน วิวสามิ ๑- รตฺตึ✎ ร่าง
Namassamāno vivasemi rattiṁ,
I spend the night in homage to him,
snp5.19:12.4 #
เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาสํ ฯ✎ ร่าง
Teneva maññāmi avippavāsaṁ.
hence I think I dwell with him.
snp5.19:13.1 #
สทฺธา จ ปีติ จ มโน สติ จ✎ ร่าง
Saddhā ca pīti ca mano sati ca,
My faith and joy and intent and mindfulness
snp5.19:13.2 #
นาเมนฺติ ๒- เม โคตมสาสนมฺหา✎ ร่าง
Nāpentime gotamasāsanamhā;
never stray from Gotama’s teaching.
snp5.19:13.3 #
ยํ ยํ ๓- ทิสํ วชติ ภูริปญฺโญ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ disaṁ vajati bhūripañño,
I bow to whatever direction
snp5.19:13.4 #
ส เตน เตเนว นโตหมสฺมิ ฯ✎ ร่าง
Sa tena teneva natohamasmi.
the one of vast wisdom heads.
snp5.19:14.1 #
ชิณฺณสฺส เม ทุพฺพลถามกสฺส✎ ร่าง
Jiṇṇassa me dubbalathāmakassa,
I’m old and feeble,
อ้างอิงPTS 222
snp5.19:14.2 #
เตเนว กาโย น ปเลติ ตตฺถ✎ ร่าง
Teneva kāyo na paleti tattha;
so my body cannot go there,
snp5.19:14.3 #
สงฺกปฺปยนฺตาย วชามิ นิจฺจํ✎ ร่าง
Saṅkappayantāya vajāmi niccaṁ,
but I always travel in my thoughts,
snp5.19:14.4 #
มโน หิ เม พฺราหฺมณ เตน ยุตฺโต ฯ✎ ร่าง
Mano hi me brāhmaṇa tena yutto.
for my mind, brahmin, is bound to him.
snp5.19:15.1 #
ปงฺเก (สยาโน) ปริผนฺทมาโน✎ ร่าง
Paṅke sayāno pariphandamāno,
Lying floundering in the mud,
snp5.19:15.2 #
ทีปา ทีปํ อุปลฺลวึ✎ ร่าง
Dīpā dīpaṁ upaplaviṁ;
I drifted from island to island.
snp5.19:15.3 #
อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Athaddasāsiṁ sambuddhaṁ,
Then I saw the Buddha,
snp5.19:15.4 #
โอฆติณฺณมนาสวํ✎ ร่าง
Oghatiṇṇamanāsavaṁ”.
the undefiled one who has crossed the flood.”
snp5.19:16.1 #
ยถา อหุ วกฺกลิ มุตฺตสทฺโธ✎ ร่าง
“Yathā ahū vakkali muttasaddho,
“Just as Vakkali was committed to faith—
อ้างอิงพุทธชยันตี 25.352
snp5.19:16.2 #
ภทฺราวุโธ อาฬวิโคตโม จ✎ ร่าง
Bhadrāvudho āḷavigotamo ca;
Bhadrāvudha and Gotama of Āḷavī too—
snp5.19:16.3 #
เอวเมว ตฺวมฺปิ ปมุญฺจสฺสุ สทฺธํ✎ ร่าง
Evamevaṁ tvampi pamuñcassu saddhaṁ,
so too you should commit to faith.
snp5.19:16.4 #
คมิสฺสสิ ตฺวํ ปิงฺคิย มจฺจุเธยฺยสฺส ปารํ ฯ✎ ร่าง
Gamissasi tvaṁ piṅgiya maccudheyyassa pāraṁ”.
You will go, Piṅgiya, beyond the domain of death.”
snp5.19:17.1 #
เอส ภิยฺโย ปสีทามิ✎ ร่าง
“Esa bhiyyo pasīdāmi,
“My confidence grows
อ้างอิงสยามรัฐ 25.554
snp5.19:17.2 #
สุตฺวาน มุนิโน วโจ✎ ร่าง
Sutvāna munino vaco;
as I hear the word of the sage,
snp5.19:17.3 #
วิวฏจฺฉโท สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Vivaṭṭacchado sambuddho,
the Buddha with veil cast off,
snp5.19:17.4 #
อขิโล ปฏิภาณวา✎ ร่าง
Akhilo paṭibhānavā.
so kind and eloquent.
snp5.19:18.1 #
อธิเทเว อภิญฺญาย✎ ร่าง
Adhideve abhiññāya,
Having directly known all about the gods,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 48.249
snp5.19:18.2 #
สพฺพํ เวทิ ปโรวรํ✎ ร่าง
Sabbaṁ vedi varovaraṁ;
he understands all top to bottom,
snp5.19:18.3 #
ปญฺหานนฺตกโร สตฺถา✎ ร่าง
Pañhānantakaro satthā,
the teacher who settles all questions
snp5.19:18.4 #
กงฺขีนํ ปฏิชานตํ✎ ร่าง
Kaṅkhīnaṁ paṭijānataṁ.
for those who admit their doubts.
snp5.19:19.1 #
อสํหิรํ อสงฺกุปฺปํ✎ ร่าง
Asaṁhīraṁ asaṅkuppaṁ,
The unfaltering, the unshakable:
อ้างอิงPTS 223
snp5.19:19.2 #
ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ ฯ✎ ร่าง
Yassa natthi upamā kvaci;
that to which there is no compare.
snp5.19:19.3 #
อทฺธา คมิสฺสามิ น เมตฺถ กงฺขา✎ ร่าง
Addhā gamissāmi na mettha kaṅkhā,
For sure I will go there, I have no doubt of that.
snp5.19:19.4 #
เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ maṁ dhārehi adhimuttacittan”ti.
Remember me as one whose mind is made up.”
snp5.19:19.5 #
ปารายนวคฺโค ปญฺจโม ฯ✎ ร่าง
Pārāyanavaggo pañcamo.
snp5.19:19.6 #
สุตฺตนิปาเต สุตฺตุทฺทานํ✎ ร่าง
Suttuddānaṁ
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๕ — ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ–ธรรมบท–อุทาน–อิติวุตตก–สุตตนิบาต
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน