‹ กลับ
มัตตาเปติวัตถุ
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 100 · ขุ.วิ. ๒๖/๓๓๖๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐๐] ดูกรนางเปรตผู้ซูบผอมมีแต่ซี่โครง ท่านเป็นผู้เปลือยกาย มีรูปร่าง น่าเกลียด ซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ท่านเป็นใคร มายืนอยู่ ในที่นี้? นางเปรตนั้นตอบว่า เมื่อก่อน ท่านชื่อติสสา ส่วนฉันชื่อมัตตาเป็นหญิงร่วมสามีกับท่าน ได้ทำกรรมอันลามกไว้ จึงไปจากมนุษยโลกนี้สู่เปตโลก. นางติสสาถามว่า ท่านได้ทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือเพราะวิบากแห่งกรรม อะไร ท่านจึงไปจากมนุษยโลกนี้สู่เปตโลก? นางเปรตนั้นตอบว่า ฉันเป็นหญิงดุร้ายและหยาบคาย มักหึงหวง มีความตระหนี่ เป็นคน โอ้อวด ได้กล่าววาจาชั่วกะท่าน จึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก. นางติสสากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า ท่านเป็นหญิงดุร้ายอย่างไร แต่อยาก จะถามท่านอย่างอื่น ท่านมีสรีระเปื้อนฝุ่น เพราะกรรมอะไร? นางเปรตนั้นตอบว่า ท่านกับฉันพากันอาบน้ำแล้ว นุ่งห่มผ้าอันสะอาด ตบแต่งร่างกายแล้ว แต่ฉันแต่งร่างกายเรียบร้อยยิ่งกว่าท่าน เมื่อฉันแลดูท่านคุยอยู่กับสามี ลำดับนั้น ความริษยาและความโกรธได้เกิดแก่ฉันเป็นอันมาก ทันใด นั้นฉันจึงกวาดเอาฝุ่นโปรยลงรดท่าน ฉันมีสรีระเปื้อนด้วยฝุ่น เพราะ วิบากแห่งกรรมนั้น. นางติสสากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า ท่านเอาฝุ่นโปรยใส่ฉัน แต่ฉันอยากจะ ถามท่านอย่างอื่น ท่านเป็นหิดคันไปทั่วตัว เพราะกรรมอะไร? นางเปรตนั้นตอบว่า เราทั้งสองเป็นคนหายา ได้พากันไปป่า ส่วนท่านหายามาได้ แต่ฉัน นำเอาผลหมามุ้ยมา เมื่อท่านเผลอ ฉันได้โปรยหมามุ้ยลงบนที่นอน ของท่าน ฉันเป็นหิดคันไปทั่วทั้งตัวเพราะวิบากแห่งกรรมนั้น. นางติสสากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า ท่านโปรยผลหมามุ้ยลงบนที่นอน ของฉัน แต่ฉันอยากจะถามท่านอย่างอื่น ท่านเป็นผู้เปลือยกายเพราะ กรรมอะไร? นางเปรตนั้นตอบว่า วันหนึ่ง ได้มีการประชุมพวกมิตรสหายและญาติทั้งหลาย ส่วนท่าน ได้รับเชิญ แต่ฉันซึ่งร่วมสามีกับท่านไม่มีใครเชิญ เมื่อท่านเผลอฉันได้ ลักผ้าของท่านซ่อนเสีย ฉันเป็นผู้เปลือยกายเพราะวิบากแห่งกรรมนั้น. นางติสสากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า ท่านได้ลักผ้าของฉันไปซ่อน แต่ฉัน อยากจะถามท่านอย่างอื่น ท่านมีกลิ่นกายเหม็นดังคูถ เพราะ กรรมอะไร? นางเปรตนั้นตอบว่า ฉันได้ลักของหอม ดอกไม้ และเครื่องลูบไล้ อันมีค่ามากของท่าน ท่านทิ้งลงในหลุมคูถ บาปนั้นฉันได้ทำไว้แล้ว ฉันมีกลิ่นกายเหม็น ดังคูถ เพราะวิบากแห่งกรรมนั้น. นางติสสากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า บาปนั้นท่านทำไว้แล้ว แต่ฉันอยาก จะถามท่านอย่างอื่น ท่านเป็นคนยากจนเพราะกรรมอะไร? นางเปรตนั้นตอบว่า ทรัพย์สิ่งใดมีอยู่ในเรือน ทรัพย์นั้นของเราทั้งสองมีเท่าๆ กัน เมื่อ ไทยธรรมมีอยู่ แต่ฉันไม่ได้ทำที่พึ่งแก่ตน ฉันเป็นคนยากจนเพราะวิบาก แห่งกรรมนั้น ครั้งนั้น ท่านได้ว่ากล่าวตักเตือนฉัน ห้ามไม่ให้ทำบาป กรรมว่า ท่านจะไม่ได้สุคติเพราะกรรมอันลามก. นางติสสากล่าวว่า ท่านไม่เชื่อถือเราและริษยาเรา ขอท่านจงดูวิบากแห่งกรรมอันลามกเช่นนี้ เมื่อก่อนนางทาสีและเครื่องอาภรณ์ทั้งหลาย ได้มีแล้วในเรือนของท่าน แต่เดี๋ยวนี้ นางทาสีเหล่านั้นพากันห้อมล้อมคนอื่น โภคะทั้งหลายย่อม ไม่มีแก่ท่านแน่แท้ เดี๋ยวนี้ กุฎุมพีผู้เป็นบิดาของบุตรเรา ยังไปในตลาด อยู่ ท่านอย่าเพิ่งไปจากที่นี้เสียก่อน บางทีเขาจะให้อะไรแก่ท่านบ้าง. นางเปรตนั้นกล่าวว่า ฉันเป็นผู้เปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียดซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น การเปลือยกายและมีรูปร่างน่าเกลียดเป็นต้นนี้ เป็นการยังความละอาย ของหญิงทั้งหลายให้กำเริบ ขออย่าให้กุฎุมพีได้เห็นฉันเลย. นางติสสากล่าวว่า ถ้าอย่างนั้น จะให้ฉันให้ทานสิ่งไร หรือทำบุญอะไรให้แก่ท่าน ท่านจึงจะ ได้ความสุขสำเร็จความปรารถนาทั้งปวง. นางเปรตนั้นกล่าวว่า ขอท่านจงนิมนต์ภิกษุจากสงฆ์ ๔ รูป และจากบุคคล ๔ รูป รวมเป็น ๘ รูป ให้ฉันภัตตาหารแล้วอุทิศส่วนบุญให้ฉัน เมื่อทำอย่างนั้นฉันจึง จะได้ความสุข สำเร็จความปรารถนาทั้งปวง. นางติสสารับคำแล้ว นิมนต์ภิกษุ ๘ รูป ให้ฉันภัตตาหาร ให้ครองไตร จีวรแล้ว อุทิศส่วนกุศลไปให้นางเปรต ข้าวน้ำและเครื่องนุ่งห่มอันเป็น วิบาก ได้บังเกิดขึ้นในทันใดนั้นนั่นเอง นี้เป็นผลแห่งทักษิณา ใน ขณะนั้นนั่นเอง นางเปรตมีร่างกายบริสุทธิ์สะอาด นุ่งผ้าห่มอันมีค่า ยิ่งกว่าผ้าแคว้นกาสี ประดับด้วยผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร เข้าไปหานาง ติสสาผู้ร่วมสามี. นางติสสาจึงถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่ดุจดาวประกายพฤกษ์ ท่านมีวรรณะเช่นนี้ อิฐผลย่อมสำเร็จ แก่ท่านในวิมานนี้ และโภคะทุกสิ่งทุกอย่าง อันเป็นที่รักแห่งใจ ย่อมบังเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ฉันขอถามท่าน เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ อนึ่ง ท่านมี อานุภาพอันรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะ กรรมอะไร? นางมัตตาเทพธิดาตอบว่า เมื่อก่อน ท่านชื่อติสสา ฉันชื่อมัตตา เป็นหญิงร่วมสามีกันกับท่าน ฉันได้ทำกรรมอันลามกไว้ จึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก ฉันอนุโมทนาทาน ที่ท่านให้แล้ว จึงไม่มีภัยแต่ที่ไหน คุณพี่ ขอท่านพร้อมด้วยญาติทุกคน จงมีอายุยืนนานเถิด คุณพี่ผู้งดงามพร้อมด้วยญาติทั้งปวงจงมีอายุยืนนาน เถิด คุณพี่ประพฤติธรรมและให้ทานในโลกนี้แล้ว จักเข้าถึงฐานะอัน ไม่เศร้าโศก ปราศจากธุลี อันเป็นที่อยู่แห่งท้าววสวัสดี ท่านกำจัดมลทิน คือความตระหนี่พร้อมด้วยรากแล้ว อันใครๆ ไม่ติเตียนได้ จักเข้าถึง โลกสวรรค์ นันทเสนอุบาสกถามว่า
เทียบรายประโยค (69 ประโยค)
pv15:0.3 #
3. Mattāpetivatthu
pv15:1.1 #
นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ✎ ร่าง
“Naggā dubbaṇṇarūpāsi,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.175
pv15:1.2 #
กีสา ธมนิสณฺฐิตา✎ ร่าง
kisā dhamanisanthatā;
pv15:1.3 #
อุปฺผาสุฬิเก กีสิเก✎ ร่าง
Upphāsulike kisike,
pv15:1.4 #
กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ ฯ |๑๐๐.๑๓๕| สา✎ ร่าง
kā nu tvaṁ idha tiṭṭhasī”ti.
pv15:2.1 #
หํ มตฺตา ตุวํ ติสฺสา✎ ร่าง
“Ahaṁ mattā tuvaṁ tissā,
pv15:2.2 #
สปตฺตี ๑- เต ปุเร อหุํ✎ ร่าง
sapattī te pure ahuṁ;
pv15:2.3 #
ปาปกมฺมํ กริตฺวาน✎ ร่าง
Pāpakammaṁ karitvāna,
pv15:2.4 #
เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ✎ ร่าง
petalokaṁ ito gatā”ti.
pv15:3.1 #
กินฺนุ กาเยน วาจาย✎ ร่าง
“Kiṁ nu kāyena vācāya,
pv15:3.2 #
มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน✎ ร่าง
manasā dukkaṭaṁ kataṁ;
pv15:3.4 #
เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ✎ ร่าง
petalokaṁ ito gatā”ti.
pv15:4.1 #
จณฺฑี จ ผรุสา จาสึ✎ ร่าง
“Caṇḍī ca pharusā cāsiṁ,
pv15:4.2 #
อิสฺสุกี มจฺฉรี สฐา✎ ร่าง
issukī maccharī saṭhā;
pv15:4.3 #
ตาหํ ทุรุตฺตํ วตฺวาน✎ ร่าง
Tāhaṁ duruttaṁ vatvāna,
pv15:4.4 #
เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ✎ ร่าง
petalokaṁ ito gatā”ti.
pv15:5.1 #
สจฺจํ ๓- อหํปิ ชานามิ✎ ร่าง
“Sabbaṁ ahampi jānāmi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 27.30
pv15:5.2 #
ยถา ตฺวํ จณฺฑิกา อหุ✎ ร่าง
yathā tvaṁ caṇḍikā ahu;
pv15:5.3 #
อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ✎ ร่าง
Aññañca kho taṁ pucchāmi,
pv15:5.4 #
เกนาสิ ปํสุกุฏฺฐิตา ๔- ฯ✎ ร่าง
kenāsi paṁsukunthitā”ti.
pv15:6.1 #
สีสํ นหาตา ตุวํ อาสิ✎ ร่าง
“Sīsaṁnhātā tuvaṁ āsi,
pv15:6.2 #
สุจิวตฺถา อลงฺกตา✎ ร่าง
sucivatthā alaṅkatā;
pv15:6.3 #
อหญฺจ โข✎ ร่าง
Ahañca kho adhimattaṁ,
pv15:6.4 #
samalaṅkatatarā tayā.
pv15:7.1 #
Tassā me pekkhamānāya,
pv15:7.2 #
sāmikena samantayi;
pv15:7.3 #
Tato me issā vipulā,
pv15:7.4 #
kodho me samajāyatha.
pv15:8.1 #
Tato paṁsuṁ gahetvāna,
pv15:8.2 #
paṁsunā taṁ hi okiriṁ;
pv15:8.3 #
Tassa kammavipākena,
pv15:8.4 #
tenamhi paṁsukunthitā”ti.
pv15:9.1 #
“Sabbaṁ ahampi jānāmi,
pv15:9.2 #
paṁsunā maṁ tvamokiri;
pv15:9.3 #
Aññañca kho taṁ pucchāmi,
pv15:9.4 #
kena khajjasi kacchuyā”ti.
pv15:10.1 #
“Bhesajjahārī ubhayo,
pv15:10.2 #
vanantaṁ agamimhase;
pv15:10.3 #
Tvañca bhesajjamāhari,
pv15:10.4 #
ahañca kapikacchuno.
pv15:11.1 #
Tassā tyājānamānāya,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.176
pv15:11.2 #
seyyaṁ tyāhaṁ samokiriṁ;
pv15:11.3 #
Tassa kammavipākena,
pv15:11.4 #
tena khajjāmi kacchuyā”ti.
pv15:12.1 #
“Sabbaṁ ahampi jānāmi,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.105
pv15:12.2 #
seyyaṁ me tvaṁ samokiri;
pv15:12.3 #
Aññañca kho taṁ pucchāmi,
pv15:12.4 #
kenāsi naggiyā tuvan”ti.
pv15:13.1 #
“Sahāyānaṁ samayo āsi,
pv15:13.2 #
ñātīnaṁ samitī ahu;
pv15:13.3 #
Tvañca āmantitā āsi,
pv15:13.4 #
sasāminī no ca kho ahaṁ.
pv15:14.1 #
Tassā tyājānamānāya,
pv15:14.2 #
dussaṁ tyāhaṁ apānudiṁ;
pv15:14.3 #
Tassa kammavipākena,
pv15:14.4 #
tenamhi naggiyā ahan”ti.
pv15:15.1 #
“Sabbaṁ ahampi jānāmi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 27.32
pv15:15.2 #
dussaṁ me tvaṁ apānudi;
pv15:15.3 #
Aññañca kho taṁ pucchāmi,
pv15:15.4 #
kenāsi gūthagandhinī”ti.
pv15:16.1 #
“Tava gandhañca mālañca,
pv15:16.2 #
paccagghañca vilepanaṁ;
pv15:16.3 #
Gūthakūpe atāresiṁ,
pv15:16.4 #
taṁ pāpaṁ pakataṁ mayā;
pv15:16.5 #
Tassa kammavipākena,
pv15:16.6 #
tenamhi gūthagandhinī”ti.
pv15:17.1 #
“Sabbaṁ ahampi jānāmi,
pv15:17.2 #
taṁ pāpaṁ pakataṁ tayā;
pv15:17.3 #
Aññañca kho taṁ pucchāmi,
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน