‹ กลับ
นันทิกาเปตวัตถุ
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 123 · ขุ.วิ. ๒๖/๔๕๙๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๓] มีพระราชาพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าปิงคละเป็นใหญ่ในสุรัฏฐประเทศ เสด็จไปเฝ้าเจ้าพระโมริยะแล้ว กลับมาสู่สุรัฏฐประเทศ เสด็จมาถึงที่มี เปือกตม ในเวลาเที่ยงซึ่งเป็นเวลาร้อนทอดพระเนตรเห็นทางอันรื่นรมย์ เป็นทางที่เปรตเนรมิตไว้ จึงตรัสบอกนายสารถีว่า ทางนี้น่ารื่นรมย์ เป็น ทางปลอดภัย มีความสวัสดี ไม่มีอุปัทวันตราย ดูกรนายสารถี ท่านจง ตรงไปทางนี้แหละ เมื่อเราไปโดยทางนี้ จักถึงเขตเมืองสุรัฏฐะเร็วทีเดียว พระเจ้าสุรัฏฐะได้เสด็จไปโดยทางนั้น พร้อมด้วยจตุรงคเสนา บุรุษคน หนึ่งสะดุ้งตกใจกลัวได้กราบทูลพระเจ้าสุรัฏฐ์ว่า พวกเราเดินทางผิด เป็นทางน่ากลัวขนพองสยองเกล้า เพราะทางปรากฏเฉพาะข้างหน้า แต่ข้างหลังไม่ปรากฏ พวกเราเดินทางผิดเสียแล้ว พวกเราเห็นจะเดิน มาใกล้สำนักพวกอมนุษย์ กลิ่นอมนุษย์ฟุ้งไป ข้าพระองค์ได้ยินเสียงอัน พิลึกน่าสะพรึงกลัว พระเจ้าสุรัฏฐ์ทรงสะดุ้งพระทัย ตรัสกะนายสารถีว่า พวกเราเดินทางผิดเสียแล้ว เป็นทางน่ากลัวขนพองสยองเกล้า เพราะทาง ปรากฏเฉพาะข้างหน้า แต่ข้างหลังไม่ปรากฏ พวกเราเดินทางผิด พวก เราเห็นจะเดินมาใกล้สำนักพวกอมนุษย์ กลิ่นอมนุษย์ย่อมฟุ้งไป เราได้ ยินเสียงอันน่าสะพรึงกลัว แล้วเสด็จขึ้นสู่คอช้าง ทอดพระเนตรไปใน ทิศทั้ง ๔ ได้ทรงเห็นต้นไทรต้นหนึ่ง มีร่มเงาชิดสนิทดี เขียวชอุ่มดุจสี เมฆมีสีและสัณฐานคล้ายเมฆรับสั่งกะนายสารถีว่า ป่าใหญ่เขียวชอุ่มดุจ สีเมฆ มีสีและสัณฐาณคล้ายเมฆปรากฏอยู่นั่นใช่ไหม? นายสารถีกราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชา นั่นเป็นต้นไทร มีร่มเงาชิดสนิทดี เขียวชอุ่ม มีสีและ สัณฐานคล้ายเมฆ. พระเจ้าสุรัฏฐเสด็จเข้าไปจนถึงต้นไทรใหญ่ที่ปรากฏอยู่ แล้วเสด็จลง จากคอช้าง เสด็จเข้าไปสู่ต้นไทร ประทับนั่งที่โคนต้น พร้อมด้วยหมู่ อำมาตย์ราชบริพาร ได้ทอดพระเนตรเห็นขันน้ำมีน้ำเต็ม และขนมอัน หวานอร่อย บุรุษมีเพศดังเทวดา ประดับด้วยสรรพาภรณ์ เข้าไปเฝ้า พระเจ้าสุรัฏฐแล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชา พระองค์เสด็จมา ดีแล้วและพระองค์ไม่ได้เสด็จมาร้าย ข้าแต่พระองค์ผู้กำจัดศัตรู เชิญ พระองค์เสวยน้ำและขนมเถิด พระเจ้าข้า. พระเจ้าสุรัฏฐพร้อมด้วยอำมาตย์และข้าราชบริพาร พากันดื่มน้ำและกิน ขนมแล้ว จึงถามว่า ท่านเป็นเทวดา เป็นคนธรรพ์ หรือเป็นท้าว สักกปุรินททะ พวกเราไม่รู้จักท่าน จึงถามว่า พวกเราพึงรู้จักท่าน อย่างไร? นันทิกาเปรตกราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าว สักกปุรินททะ ข้าพระองค์เป็นเปรต จากประเทศสุรัฏฐ์มาอยู่ที่นี้. พระราชาตรัสถามว่า เมื่อก่อน ท่านอยู่ในประเทศสุรัฏฐ์ มีปกติอย่างไร มีความประพฤติ อย่างไร ท่านมีอานุภาพอย่างนี้ เพราะพรหมจรรย์อะไร? นันทิกาเปรตตอบว่า ข้าแต่พระมหาราชาผู้กำจัดหมู่ศัตรู ผู้ผดุงรัฐให้เจริญ ขอพระองค์อำมาตย์ ราชบริพารและพราหมณ์ปุโรหิต จงสดับฟัง ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ เมื่อก่อน ข้าแต่พระองค์เป็นบุรุษอยู่ในเมืองสุรัฏฐ์ เป็นคนใจบาป เป็น มิจฉาทิฏฐิ เป็นคนทุศีลตระหนี่ บริภาษสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ห้าม ปรามมหาชน ซึ่งพากันทำบุญให้ทาน ทำอันตรายแก่หมู่ชนเหล่าอื่นผู้กำลัง ให้ทานได้ห้ามว่า ผลแห่งทานไม่มีผล ผลแห่งการสำรวม จักมีแต่ที่ไหน ใครๆ ผู้ชื่อว่า เป็นอาจารย์ไม่มี ใครจักฝึกฝนบุคคลผู้ไม่เคยฝึกฝนแล้วเล่า สัตว์ทั้งหลายเป็นสัตว์เสมอกันทั้งสิ้น การเคารพอ่อนน้อมต่อผู้เจริญใน ตระกูล จักมีแต่ที่ไหน กำลังหรือความเพียรไม่มี ความพากเพียรของบุรุษ จักมีแต่ที่ไหน ผลทานไม่มี ทานและศีลไม่ทำบุคคลผู้มีเวรให้หมดจดได้ สัตว์ย่อมได้ของที่ควรได้ สัตว์เมื่อจะได้สุขหรือทุกข์ ย่อมได้สุขหรือทุกข์ อันเกิดแต่ที่น้อมมาเอง มารดา บิดา พี่ชาย น้องชาย ไม่มี โลกอื่น จากโลกนี้ ก็ไม่มี ทานอันบุคคลให้แล้วย่อมไม่มีผล พลีกรรมไม่มีผล แม้ทานอันบุคคลตั้งไว้ดีแล้วก็ไม่มีผล บุรุษใดฆ่าบุรุษอื่นและตัดศีรษะ บุรุษอื่น จะจัดว่าบุรุษนั้นทำลายชีวิตของผู้อื่นหาไม่ได้ ไม่มีใครฆ่าใคร เป็นแต่ศาตราย่อมเข้าไปในระหว่างอันเป็นช่องกาย ๗ ช่องเท่านั้น ชีพ ของสัตว์ทั้งหลายไม่ขาดสูญ ไม่แตกทำลาย บางคราวมี ๘ เหลี่ยม บางคราวกลมเหมือนงบน้ำอ้อย บางคราวสูงตั้ง ๕๐๐ โยชน์ ใครเล่า สามารถตัดชีพให้ขาดได้ เหมือนหลอดด้ายอันบุคคลซัดไปแล้ว หลอด ด้ายนั้นอันด้ายพันอยู่ ย่อมกลิ้งไปได้ ฉันใด ชีพนั้นก็ฉันนั้น ย่อม แหวกหนีไปจากร่างได้ บุคคลผู้ออกจากบ้านนี้ไปเข้าบ้านอื่น ฉันใด ชีพนั้นก็ออกจากร่างนี้แล้วไปเข้าร่างอื่นฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลออกจาก เรือนหลังนี้แล้วไปเข้าเรือนหลังอื่น ฉันใด แม้ชีพนั้นก็ออกจากร่างนี้ แล้วเข้าไปอาศัยร่างอื่นฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อสิ้นกำหนด ๘ ล้าน ๔ แสน มหากัป สัตว์ทั้งหลายทั้งที่เป็นพาล ทั้งที่เป็นบัณฑิตจักยังสงสารให้สิ้น ไป แล้วจักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้เอง สุขทุกข์เหมือนตักตวงได้ด้วย ทะนานและกะเช้า พระชินเจ้าย่อมรู้ทั่วถึงสุขทุกข์ทั้งปวง สัตว์นอกนี้ ล้วนเป็นผู้ลุ่มหลง เมื่อชาติก่อน ข้าพระองค์มีความเห็นอย่างนี้จึงได้ เป็นคนหลงถูกโมหะครอบงำ เป็นมิจฉาทิฏฐิ ทุศีล ตระหนี่ บริภาษ สมณพราหมณ์ภายใน ๖ เดือน ข้าพระองค์จักทำกาลกิริยา จักตกไป นรกอันเผ็ดร้อน ร้ายกาจโดยส่วนเดียว นรกนั้นมี ๔ เหลี่ยม ๔ ประตู จำแนกออกเป็นส่วนๆ ล้อมด้วยกำแพงเหล็กครอบด้วยแผ่นเหล็ก พื้น นรกนั้นเป็นเหล็กแดงลุกเป็นเปลวเพลิงโชติช่วง แผ่ไปร้อยโยชน์โดย รอบตั้งอยู่ทุกเมื่อ ล่วงไปแสนปี ในกาลนั้นข้าพระองค์จึงจะได้ยินเสียง ในนรกนั้นว่า แน่ะเพื่อนยาก เมื่อพวกเราไหม้อยู่ในนรกนี้ กาล ประมาณแสนปีล่วงไปแล้ว ข้าแต่พระมหาราชา แสนโกฏิปีเป็นกำหนด อายุของสัตว์ผู้หมกไหม้อยู่ในนรก ชนทั้งหลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นคน ทุศีล ติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมหมกไหม้อยู่ในนรกแสนโกฏิปี ข้าพระ- องค์จักเสวยทุกขเวทนาอยู่ในนรกนั้นตลอดกาลนาน นี้เป็นผลแห่ง กรรมชั่วของข้าพระองค์ เพราะฉะนั้นข้าพระองค์จึงเศร้าโศกนัก ข้าแต่ พระมหาราชาผู้กำจัดศัตรู เป็นที่เจริญใจของชาวแว่นแคว้น ขอพระองค์ จงทรงสดับคำของข้าพระองค์ ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์ ธิดาของ ข้าพระองค์ชื่ออุตตราทำแต่กรรมดี ยินดีแล้วในนิจศีลและอุโบสถศีล ยินดีในทานจำแนกแจกทาน รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ปราศจากความ ตระหนี่ มีปกติทำไม่ให้ขาดในสิกขา เป็นสะใภ้อยู่ในตระกูลอื่น เป็นอุบาสิกาของพระศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงศิริ ข้าแต่พระมหา ราชา ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์ นางอุตตราได้เห็นภิกษุผู้สมบูรณ์ ด้วยศีล เข้าไปบิณฑบาตในบ้าน มีจักษุอันทอดลงแล้ว มีสติคุ้มครอง ทวาร สำรวมดีแล้ว เที่ยวไปตามลำดับตรอก เข้าไปสู่บ้านนั้น นางได้ ถวายน้ำขันหนึ่งและขนมมีรสหวานอร่อย แล้วอุทิศส่วนกุศลให้ข้าพระ องค์ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอผลทานที่ดิฉันถวายนี้ จงพลันสำเร็จแก่ บิดาของดิฉันที่ตายไปแล้วเถิด ในทันใดนั้น ผลแห่งทานก็บังเกิดมีแก่ ข้าพระองค์ ข้าพระองค์มีความประสงค์สำเร็จได้ดังความปรารถนา บริโภค กามสุขเหมือนดังท้าวเวสสวรรณมหาราช ข้าแต่พระมหาราชาผู้กำจัดศัตรู เป็นที่เจริญใจของชาวแว่นแคว้น ขอพระองค์จงทรงสดับคำของข้าพระ- องค์ พระพุทธเจ้าบัณฑิตกล่าวว่า เป็นผู้เลิศกว่าโลกพร้อมทั้งเทวโลก ขอพระองค์พร้อมทั้งพระโอรสและพระอัครมเหสี จงถึงพระพุทธเจ้า พระองค์นั้นเป็นสรณะเถิด ชนทั้งหลายย่อมบรรลุอมตบทด้วยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ ขอพระองค์พร้อมด้วยพระโอรสและพระอัครมเหสี จงถึงมรรคมีองค์ ๘ และอมตบทเป็นสรณะเถิด พระอริยบุคคลผู้ปฏิบัติ อยู่ในมรรค ๔ จำพวก และผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ จำพวกนี้เป็นพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติซื่อตรง ประกอบด้วยปัญญาและศีล ขอพระองค์พร้อมทั้ง พระโอรสและพระอัครมเหสี จงถึงพระสงฆ์นั้นเป็นสรณะเถิด ขอพระ- องค์จงรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ทรงยินดีด้วยพระมเหสีของ พระองค์ ไม่ตรัสเท็จ ไม่ทรงดื่มน้ำจัณฑ์เถิด. พระราชาตรัสว่า ดูกรเทวดา ท่านเป็นผู้ปรารถนาความเจริญแก่เรา ปรารถนาเกื้อกูลเรา เราจะทำตามคำของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของเรา เราจักเข้าถึงพระพุทธ- เจ้า พระธรรมและพระสงฆ์อันยอดเยี่ยมกว่าเทวดาและมนุษย์ว่าเป็น สรณะ เราจะรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ จะยินดีด้วยพระมเหสี ของตน จะไม่พูดเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา เราจะคลายความเห็นอันชั่วช้า เหมือนโปรยแกรบลอยไปในลมอันแรง เหมือนทิ้งหญ้าและใบไม้ลอย ไปในแม่น้ำมีกระแสอันเชี่ยว จักเป็นผู้ยินดีแล้วในพระพุทธศาสนา พระเจ้าสุรัฏฐ์ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงงดความเห็นอันชั่วช้า ทรงนอบน้อม ต่อพระผู้มีพระภาค เสด็จขึ้นทรงรถพระที่นั่ง บ่ายพระพักตร์ไปทางทิศ ปราจีน กลับคืนสู่พระนคร.
เทียบรายประโยค (343 ประโยค)
pv37:53.1 #
Gantvāna te saṅgharaṁ sotthivanto,
pv37:53.2 #
Puttehi dārehi samaṅgibhūtā;
pv37:53.3 #
Ānandī vittā sumanā patītā,
pv37:53.4 #
Akaṁsu serīsamahaṁ uḷāraṁ;
pv37:53.5 #
Serīsakaṁ te pariveṇaṁ māpayiṁsu.
pv37:54.1 #
Etādisā sappurisāna sevanā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.147
pv37:54.2 #
Mahatthikā dhammaguṇāna sevanā;
pv37:54.3 #
Ekassa atthāya upāsakassa,
pv37:54.4 #
Sabbeva sattā sukhitā ahesunti.
pv37:55.1 #
Serīsakapetavatthu dutiyaṁ.
pv37:55.2 #
Bhāṇavāraṁ tatiyaṁ.
pv38:49.6 #
saputtadāro arindama.
pv38:0.1 #
Petavatthu
pv38:0.2 #
Mahāvagga
pv38:0.3 #
3. Nandakapetavatthu
pv38:1.1 #
ราชา ปิงฺคลโก นาม✎ ร่าง
Rājā piṅgalako nāma,
อ้างอิงพุทธชยันตี 27.134
pv38:1.2 #
สุรฏฺฐานํ อธิปติ อหุ✎ ร่าง
Suraṭṭhānaṁ adhipati ahu;
pv38:1.3 #
โมริยานํ อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Moriyānaṁ upaṭṭhānaṁ gantvā,
pv38:1.4 #
สุรฏฺฐํ ปุนราคมา ฯ✎ ร่าง
Suraṭṭhaṁ punarāgamā.
pv38:2.1 #
อุเณฺห มชฺฌนฺติเก กาเล✎ ร่าง
Uṇhe majjhanhike kāle,
pv38:2.2 #
ราชา ปงฺกํ อุปาคมิ✎ ร่าง
Rājā paṅkaṁ upāgami;
pv38:2.3 #
อทฺทส มคฺคํ รมณียํ✎ ร่าง
Addasa maggaṁ ramaṇīyaṁ,
pv38:2.4 #
เปตานํ วณฺณนาปถํ✎ ร่าง
Petānaṁ taṁ vaṇṇupathaṁ.
pv38:3.1 #
สารถึ อามนฺตยิ ราชา✎ ร่าง
Sārathiṁ āmantayī rājā—
pv38:4.1 #
อยํ มคฺโค รมณีโย✎ ร่าง
“Ayaṁ maggo ramaṇīyo,
pv38:4.2 #
เขโม โสวตฺถิโก สิโว✎ ร่าง
khemo sovatthiko sivo;
pv38:4.3 #
อิมินาว สารถิ ยาหิ✎ ร่าง
Iminā sārathi yāma,
pv38:4.4 #
สุรฏฺฐานํ สนฺติเก อิโต✎ ร่าง
suraṭṭhānaṁ santike ito”.
pv38:5.1 #
เตน ปายาสิ โสรฏฺโฐ✎ ร่าง
Tena pāyāsi soraṭṭho,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.242
pv38:5.2 #
เสนาย จตุรงฺคินิยา ฯ✎ ร่าง
senāya caturaṅginiyā;
pv38:5.3 #
อุพฺพิคฺครูโป ปุริโส✎ ร่าง
Ubbiggarūpo puriso,
pv38:5.4 #
สุรฏฺฐํ เอตทพฺรูวิ✎ ร่าง
soraṭṭhaṁ etadabravi.
pv38:6.1 #
กุมคฺคํ ปฏิปนฺนมฺหา ภึสนํ โลมหํสนํ ฯ ปุรโต ปทิสฺสติ มคฺโค ปจฺฉโต จ น ทิสฺสติ |๑๒๓.๕๙๓| กุมคฺคํ ปฏิปนฺนมฺหา ยมปุริสานํ สนฺติเก ฯ อมานุโส วายติ คนฺโธ โฆโส สูยติ ทารุโณ |๑๒๓.๕๙๔| สํวิคฺโค ราชา สุรฏฺโฐ สารถึ เอตทพฺรูวิ กุมคฺคํ ปฏิปนฺนมฺหา✎ ร่าง
“Kummaggaṁ paṭipannamhā,
pv38:6.2 #
ภึสนํ โลมหํสนํ✎ ร่าง
bhiṁsanaṁ lomahaṁsanaṁ;
pv38:6.3 #
ปุรโตว ทิสฺสติ มคฺโค✎ ร่าง
Purato dissati maggo,
pv38:6.4 #
ปจฺฉโต จ น ทิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
pacchato ca na dissati.
pv38:7.1 #
กุมคฺคํ ปฏิปนฺนมฺหา✎ ร่าง
Kummaggaṁ paṭipannamhā,
pv38:7.2 #
ยมปุริสานํ สนฺติเก✎ ร่าง
yamapurisāna santike;
pv38:7.3 #
อมานุโส วายติ คนฺโธ✎ ร่าง
Amānuso vāyati gandho,
pv38:7.4 #
โฆโส สู✎ ร่าง
ghoso suyyati dāruṇo”.
pv38:8.1 #
Saṁviggo rājā soraṭṭho,
pv38:8.2 #
sārathiṁ etadabravi;
pv38:8.3 #
“Kummaggaṁ paṭipannamhā,
pv38:8.4 #
bhiṁsanaṁ lomahaṁsanaṁ;
pv38:8.5 #
Purato dissati maggo,
pv38:8.6 #
pacchato ca na dissati.
pv38:9.1 #
Kummaggaṁ paṭipannamhā,
pv38:9.2 #
yamapurisāna santike;
pv38:9.3 #
Amānuso vāyati gandho,
pv38:9.4 #
ยติ ทารุโณ ฯ✎ ร่าง
ghoso suyyati dāruṇo”.
pv38:10.1 #
หตฺถิกฺขนฺธญฺจ อารุยฺห✎ ร่าง
Hatthikkhandhaṁ samāruyha,
pv38:10.2 #
โอโลเกนฺโต จตุทฺทิสา✎ ร่าง
Olokento catuddisaṁ;
pv38:10.3 #
อทฺทส รุกฺขํ นิโคฺรธํ✎ ร่าง
Addasa nigrodhaṁ ramaṇīyaṁ,
pv38:10.4 #
ปาทปํ ฉายสมฺปนฺนํ✎ ร่าง
Pādapaṁ chāyāsampannaṁ;
pv38:10.5 #
นีลพฺภวณฺณสทิสํ✎ ร่าง
Nīlabbhavaṇṇasadisaṁ,
pv38:10.6 #
เมฆวณฺณสิรนฺนิภํ✎ ร่าง
Meghavaṇṇasirīnibhaṁ.
pv38:11.1 #
สารถึ อามนฺตยิ ราชา✎ ร่าง
Sārathiṁ āmantayī rājā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.148
pv38:11.2 #
กึ เอโส ทิสฺสติ พฺรหา นลพฺภวณฺณสทิโส เมฆวณฺณสิรนฺนิโภ ฯ |๑๒๓.๕๙๘| โส นิโคฺรโธ โส มหาราช ปาทโป ฉายสมฺปนฺโน นีลพฺภวณฺณสทิโส เมฆวณฺณสิรนฺนิโภ ฯ |๑๒๓.๕๙๙| เตน ปายาสิ สุรฏฺโฐ เยน โส ทิสฺสติ ๒- พฺรหา✎ ร่าง
“kiṁ eso dissati brahā;
pv38:11.3 #
นีลพฺภวณฺณสทิโส✎ ร่าง
Nīlabbhavaṇṇasadiso,
pv38:11.4 #
เมฆวณฺณสิร✎ ร่าง
meghavaṇṇasirīnibho”.
pv38:12.1 #
“Nigrodho so mahārāja,
pv38:12.2 #
นฺ✎ ร่าง
pādapo chāyāsampanno;
pv38:12.3 #
Nīlabbhavaṇṇasadiso,
pv38:12.4 #
meghavaṇṇasirīnibho”.
pv38:13.1 #
Tena pāyāsi soraṭṭho,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.243
pv38:13.2 #
yena so dissate brahā;
pv38:13.3 #
Nīlabbhavaṇṇasadiso,
pv38:13.4 #
นิโภ ฯ✎ ร่าง
meghavaṇṇasirīnibho.
pv38:14.1 #
หตฺถิกฺขนฺธโต โอรุยฺห✎ ร่าง
Hatthikkhandhato oruyha,
อ้างอิงพุทธชยันตี 27.136
pv38:14.2 #
ราชา รุกฺขํ อุปาคมิ✎ ร่าง
rājā rukkhaṁ upāgami;
pv38:14.3 #
นิสีทิ รุกฺขมูลสฺมึ✎ ร่าง
Nisīdi rukkhamūlasmiṁ,
pv38:14.4 #
สามจฺโจ สปริชโน✎ ร่าง
sāmacco saparijjano;
pv38:14.5 #
ปูรํ ปานียกรกํ✎ ร่าง
Pūraṁ pānīyasarakaṁ,
pv38:14.6 #
ปูเว จิตฺเต จ อทฺทส ฯ✎ ร่าง
pūve vitte ca addasa.
pv38:15.1 #
ปุริโส จ เทววณฺณี✎ ร่าง
Puriso ca devavaṇṇī,
pv38:15.2 #
สพฺพาภรณภูสิโต✎ ร่าง
sabbābharaṇabhūsito;
pv38:15.3 #
อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ✎ ร่าง
Upasaṅkamitvā rājānaṁ,
pv38:15.4 #
โสรฏฺฐํ เอตทพฺรูวิ✎ ร่าง
soraṭṭhaṁ etadabravi.
pv38:16.1 #
สฺวาคตนฺเต มหาราช✎ ร่าง
“Svāgataṁ te mahārāja,
pv38:16.2 #
อโถ เต อทุราคตํ✎ ร่าง
atho te adurāgataṁ;
pv38:16.3 #
ปิวตุ เทโว ปานียํ✎ ร่าง
Pivatu devo pānīyaṁ,
pv38:16.4 #
ปูเว ขาท อรินฺทม ฯ✎ ร่าง
pūve khāda arindama”.
pv38:17.1 #
ปิวิตฺวา ราชา ปานียํ✎ ร่าง
Pivitvā rājā pānīyaṁ,
pv38:17.2 #
สามจฺโจ สปริชโน✎ ร่าง
sāmacco saparijjano;
pv38:17.3 #
ปูเว ขาทิตฺวา ปิวิตฺวา จ✎ ร่าง
Pūve khāditvā pitvā ca,
pv38:17.4 #
สุรฏฺโฐ เอตทพฺรูวิ✎ ร่าง
soraṭṭho etadabravi.
pv38:18.1 #
เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ✎ ร่าง
“Devatā nusi gandhabbo,
pv38:18.2 #
อาทุ สกฺโก ปุรินฺทโท✎ ร่าง
adu sakko purindado;
pv38:18.3 #
อชานนฺโต ๒- ตํ ปุจฺฉาม✎ ร่าง
Ajānantā taṁ pucchāma,
pv38:18.4 #
กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ✎ ร่าง
kathaṁ jānemu taṁ mayan”ti.
pv38:19.1 #
นมฺหิ เทโว น คนฺธพฺโพ✎ ร่าง
“Nāmhi devo na gandhabbo,
pv38:19.2 #
นาปิ สกฺโก ปุรินฺทโท✎ ร่าง
nāpi sakko purindado;
pv38:19.3 #
เปโต อหํ มหาราช✎ ร่าง
Peto ahaṁ mahārāja,
pv38:19.4 #
สุรฏฺฐา อิธมาคโต ฯ✎ ร่าง
suraṭṭhā idha māgato”ti.
pv38:20.1 #
กึสีโล กึสมาจาโร✎ ร่าง
“Kiṁsīlo kiṁsamācāro,
pv38:20.2 #
สุรฏฺฐสฺมึ ปุเร ตุวํ✎ ร่าง
suraṭṭhasmiṁ pure tuvaṁ;
pv38:20.3 #
เกน เต พฺรหฺมจริเยน✎ ร่าง
Kena te brahmacariyena,
pv38:20.4 #
อานุภาโว อยํ ตว ฯ✎ ร่าง
ānubhāvo ayaṁ tavā”ti.
pv38:21.1 #
ตํ สุโณหิ มหาราช✎ ร่าง
“Taṁ suṇohi mahārāja,
pv38:21.2 #
อรินฺทม รฏฺฐวฑฺฒน✎ ร่าง
arindama raṭṭhavaḍḍhana;
pv38:21.3 #
อมจฺจา ปาริสชฺชา จ✎ ร่าง
Amaccā pārisajjā ca,
pv38:21.4 #
พฺราหฺมโณ จ ปุโรหิโต ฯ✎ ร่าง
brāhmaṇo ca purohito.
pv38:22.1 #
สุรฏฺฐสฺมึ อหํ เทว✎ ร่าง
Suraṭṭhasmiṁ ahaṁ deva,
pv38:22.2 #
ปุริโส ปาปเจตโส✎ ร่าง
puriso pāpacetaso;
pv38:22.3 #
มิจฺฉาทิฏฺฐิ จ ทุสฺสีโล✎ ร่าง
Micchādiṭṭhi ca dussīlo,
pv38:22.4 #
กทริโย ปริภาสโก✎ ร่าง
kadariyo paribhāsako.
pv38:23.1 #
ททนฺตานํ กโรนฺตานํ✎ ร่าง
Dadantānaṁ karontānaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.244
pv38:23.2 #
วารยิสฺสํ พหุชนํ✎ ร่าง
vārayissaṁ bahujjanaṁ;
pv38:23.3 #
อญฺเญสํ ททมานานํ✎ ร่าง
Aññesaṁ dadamānānaṁ,
pv38:23.4 #
อนฺตรายํ กโรมหํ ฯ✎ ร่าง
antarāyakaro ahaṁ.
pv38:24.1 #
วิปาโก นตฺถิ ทานสฺส✎ ร่าง
Vipāko natthi dānassa,
pv38:24.2 #
สํยมสฺส กุโต ผลํ✎ ร่าง
saṁyamassa kuto phalaṁ;
pv38:24.3 #
นตฺถิ อาจริโย นาม✎ ร่าง
Natthi ācariyo nāma,
pv38:24.4 #
อทนฺตํ โก ทมิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
adantaṁ ko damessati.
pv38:25.1 #
สมตุลฺยานิ ภูตานิ✎ ร่าง
Samatulyāni bhūtāni,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.149
pv38:25.2 #
กุเล ๑- เชฏฺฐาปจายิโก✎ ร่าง
kuto jeṭṭhāpacāyiko;
pv38:25.3 #
นตฺถิ พลํ วิริยํ วา✎ ร่าง
Natthi balaṁ vīriyaṁ vā,
pv38:25.4 #
กุโต อุฏฺฐานโปริสํ ฯ✎ ร่าง
kuto uṭṭhānaporisaṁ.
pv38:26.1 #
นตฺถิ ทานผลํ นาม✎ ร่าง
Natthi dānaphalaṁ nāma,
pv38:26.2 #
น วิโสเธติ เวรินํ✎ ร่าง
na visodheti verinaṁ;
pv38:26.3 #
ลทฺเธยฺยํ ลภเต มจฺโจ✎ ร่าง
Laddheyyaṁ labhate macco,
pv38:26.4 #
นียติ ปริณามชํ ฯ✎ ร่าง
niyatipariṇāmajaṁ.
pv38:27.1 #
นตฺถิ มาตา ปิตา ภาตา✎ ร่าง
Natthi mātā pitā bhātā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 27.138
pv38:27.2 #
โลโก นตฺถิ อิโต ปรํ✎ ร่าง
loko natthi ito paraṁ;
pv38:27.3 #
นตฺถิ ทินฺนํ นตฺถิ หุตํ✎ ร่าง
Natthi dinnaṁ natthi hutaṁ,
pv38:27.4 #
สุนิหิตํปิ น วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
sunihitaṁ na vijjati.
pv38:28.1 #
โยปิ หเนยฺย ปุริสํ✎ ร่าง
Yopi haneyya purisaṁ,
pv38:28.2 #
ปุริสสฺส ๒- ฉินฺทเต สิรํ✎ ร่าง
parassa chindate siraṁ;
pv38:28.3 #
น โกจิ กิญฺจิ หนติ✎ ร่าง
Na koci kañci hanati,
pv38:28.4 #
สตฺตนฺนํ วิวรมนฺตเร ฯ✎ ร่าง
sattannaṁ vivaramantare.
pv38:29.1 #
อจฺเฉชฺโช อเภชฺโช ๓- ชีโว✎ ร่าง
Acchejjābhejjo hi jīvo,
pv38:29.2 #
อฏฺฐํโส คุฬปริมณฺฑโล✎ ร่าง
Aṭṭhaṁso guḷaparimaṇḍalo;
pv38:29.3 #
โยชนานิ สตา ๔- ปญฺจ✎ ร่าง
Yojanānaṁ sataṁ pañca,
pv38:29.4 #
โก ชีวํ เฉตุมรหติ ฯ✎ ร่าง
Ko jīvaṁ chettumarahati.
pv38:30.1 #
ยถา สุตฺตคุเฬ ขิตฺเต✎ ร่าง
Yathā suttaguḷe khitte,
pv38:30.2 #
นิพฺเพเฐนฺตํ ปลายติ✎ ร่าง
nibbeṭhentaṁ palāyati;
pv38:30.3 #
เอวเมวํปิ โส ชีโว✎ ร่าง
Evamevaṁ ca so jīvo,
pv38:30.4 #
นิพฺเพเฐนฺโต ปลายติ ฯ✎ ร่าง
nibbeṭhento palāyati.
pv38:31.1 #
ยถา คามโต นิกฺขมฺม✎ ร่าง
Yathā gāmato nikkhamma,
pv38:31.2 #
อญฺญํ คามํ ปวิสติ✎ ร่าง
aññaṁ gāmaṁ pavīsati;
pv38:31.3 #
เอวเมวํปิ โส ชีโว✎ ร่าง
Evamevaṁ ca so jīvo,
pv38:31.4 #
อญฺญํ กายํ ๕- ปวิสติ ฯ✎ ร่าง
aññaṁ bondiṁ pavīsati.
pv38:32.1 #
ยถา เคหโต นิกฺขมฺม✎ ร่าง
Yathā gehato nikkhamma,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.245
pv38:32.2 #
อญฺญํ เคหํ ปวิสติ✎ ร่าง
aññaṁ gehaṁ pavīsati;
pv38:32.3 #
เอวเมวํปิ โส ชีโว✎ ร่าง
Evamevaṁ ca so jīvo,
pv38:32.4 #
อญฺญํ โพนฺทึ นิวีสติ ๑- ฯ✎ ร่าง
aññaṁ bondiṁ pavīsati.
pv38:33.1 #
จูฬาสีติ มหากปฺปิโน✎ ร่าง
Cullāsīti mahākappino,
pv38:33.2 #
สตสหสฺสานิ✎ ร่าง
satasahassāni hi;
pv38:33.3 #
เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา✎ ร่าง
Ye bālā ye ca paṇḍitā,
pv38:33.4 #
สํสารํ เขปยิตฺวาน✎ ร่าง
saṁsāraṁ khepayitvāna;
pv38:33.5 #
ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสเร ฯ✎ ร่าง
Dukkhassantaṁ karissare.
pv38:34.1 #
มิตานิ สุขทุกฺขานิ✎ ร่าง
Mitāni sukhadukkhāni,
pv38:34.2 #
โทเณหิ ปิฏเกหิ จ✎ ร่าง
doṇehi piṭakehi ca;
pv38:34.3 #
ชิโน สพฺพํ ปชานาติ✎ ร่าง
Jino sabbaṁ pajānāti,
pv38:34.4 #
สมูฬฺหา อิตรา ปชา ฯ✎ ร่าง
sammūḷhā itarā pajā.
pv38:35.1 #
เอวํทิฏฺฐิ ปุเร อาสึ✎ ร่าง
Evaṁdiṭṭhi pure āsiṁ,
pv38:35.2 #
สมูโฬฺห โมหปารุโต✎ ร่าง
sammūḷho mohapāruto;
pv38:35.3 #
มิจฺฉาทิฏฺฐิ จ ทุสฺสีโล✎ ร่าง
Micchādiṭṭhi ca dussīlo,
pv38:35.4 #
กทริโย ปริภาสโก ฯ✎ ร่าง
kadariyo paribhāsako.
pv38:36.1 #
โอรํ เม ฉหิ มาเสหิ✎ ร่าง
Oraṁ me chahi māsehi,
pv38:36.2 #
กาลกิริยา ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
kālakiriyā bhavissati;
pv38:36.3 #
เอกนฺตํ กฏุกํ โฆรํ✎ ร่าง
Ekantakaṭukaṁ ghoraṁ,
pv38:36.4 #
นิริยํ ปปติสฺสาหํ✎ ร่าง
nirayaṁ papatissahaṁ.
pv38:37.1 #
จตุกฺกณฺณํ จตุทฺวารํ✎ ร่าง
Catukkaṇṇaṁ catudvāraṁ,
pv38:37.2 #
วิภตฺตํ ภาคโส มิตํ✎ ร่าง
vibhattaṁ bhāgaso mitaṁ;
pv38:37.3 #
อโยปาการปริยนฺตํ✎ ร่าง
Ayopākārapariyantaṁ,
pv38:37.4 #
อยสา ปฏิกุชฺชิตํ ฯ✎ ร่าง
ayasā paṭikujjitaṁ.
pv38:38.1 #
ตสฺส อโยมยา ภูมิ✎ ร่าง
Tassa ayomayā bhūmi,
pv38:38.2 #
ชลิตา เตชสา ยุตา✎ ร่าง
jalitā tejasā yutā;
pv38:38.3 #
สมนฺตา โยชนสตํ✎ ร่าง
Samantā yojanasataṁ,
pv38:38.4 #
ผริตฺวา ติฏฺฐติ สพฺพทา ฯ✎ ร่าง
pharitvā tiṭṭhati sabbadā.
pv38:39.1 #
วสฺสสตสหสฺสานิ✎ ร่าง
Vassāni satasahassāni,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.150 · พุทธชยันตี 27.140
pv38:39.2 #
โฆโส สูยติ ตาวเท ฯ✎ ร่าง
ghoso suyyati tāvade;
pv38:39.3 #
ลกฺโข เอโส มหาราช✎ ร่าง
Lakkho eso mahārāja,
pv38:39.4 #
สตภาคา วสฺสโกฏิโย✎ ร่าง
satabhāgavassakoṭiyo.
pv38:40.1 #
โกฏิสตสหสฺสานิ✎ ร่าง
Koṭisatasahassāni,
pv38:40.2 #
นิรเย ปจฺจเร ชนา✎ ร่าง
niraye paccare janā;
pv38:40.3 #
มิจฺฉาทิฏฺฐี จ ทุสฺสีลา✎ ร่าง
Micchādiṭṭhī ca dussīlā,
pv38:40.4 #
เย จ อริยูปวาทิโน ฯ✎ ร่าง
ye ca ariyūpavādino.
pv38:41.1 #
ตตฺถาหํ ทีฆมทฺธานํ✎ ร่าง
Tatthāhaṁ dīghamaddhānaṁ,
pv38:41.2 #
ทุกฺขํ เวทิสฺสํ เวทนํ✎ ร่าง
dukkhaṁ vedissa vedanaṁ;
pv38:41.3 #
ผลํ ปาปสฺส กมฺมสฺส✎ ร่าง
Phalaṁ pāpassa kammassa,
pv38:41.4 #
ตสฺมา โสจามหํ ภุสํ ฯ✎ ร่าง
tasmā socāmahaṁ bhusaṁ.
pv38:42.1 #
ตํ สุโณหิ มหาราช✎ ร่าง
Taṁ suṇohi mahārāja,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.246
pv38:42.2 #
อรินฺทม รฏฺฐวฑฺฒน✎ ร่าง
arindama raṭṭhavaḍḍhana;
pv38:42.3 #
ธีตา มยฺหํ มหาราช✎ ร่าง
Dhītā mayhaṁ mahārāja,
pv38:42.4 #
อุตฺตรา ภทฺทมตฺถุ เต ฯ✎ ร่าง
uttarā bhaddamatthu te.
pv38:43.1 #
กโรติ ภทฺทกํ กมฺมํ✎ ร่าง
Karoti bhaddakaṁ kammaṁ,
pv38:43.2 #
สีเลสูโปสเถ รตา ทานร✎ ร่าง
sīlesuposathe ratā;
pv38:43.3 #
ตา ๑- สํวิภาคี จ✎ ร่าง
Saññatā saṁvibhāgī ca,
pv38:43.4 #
วทญฺญู ๒- วีตมจฺฉรา✎ ร่าง
vadaññū vītamaccharā.
pv38:44.1 #
อขณฺฑการี สิกฺขายํ✎ ร่าง
Akhaṇḍakārī sikkhāya,
pv38:44.2 #
สุณฺหา ปรกุเลสุ จ✎ ร่าง
suṇhā parakulesu ca;
pv38:44.3 #
อุปาสิกา สกฺยมุนิโน✎ ร่าง
Upāsikā sakyamunino,
pv38:44.4 #
สมฺพุทฺธสฺส สิรีมโต ฯ✎ ร่าง
sambuddhassa sirīmato.
pv38:45.1 #
ภิกฺขุ จ สีลสมฺปนฺโน✎ ร่าง
Bhikkhu ca sīlasampanno,
pv38:45.2 #
คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ✎ ร่าง
gāmaṁ piṇḍāya pāvisi;
pv38:45.3 #
โอกฺขิตฺตจกฺขุ สติมา✎ ร่าง
Okkhittacakkhu satimā,
pv38:45.4 #
คุตฺตทฺวาโร สุสํวุโต✎ ร่าง
guttadvāro susaṁvuto.
pv38:46.1 #
สปทานํ จรมาโน✎ ร่าง
Sapadānaṁ caramāno,
pv38:46.2 #
อคมา ตํ นิเวสนํ ฯ✎ ร่าง
agamā taṁ nivesanaṁ;
pv38:46.3 #
ตมทฺทส มหาราช✎ ร่าง
‘Tamaddasa mahārāja,
pv38:46.4 #
อุตฺตรา ภทฺทมตฺถุ เต✎ ร่าง
uttarā bhaddamatthu te’.
pv38:47.1 #
ปูรํ ปานียกรกํ✎ ร่าง
Pūraṁ pānīyasarakaṁ,
pv38:47.2 #
ปูเว จิตฺเต จ สา อทา✎ ร่าง
pūve vitte ca sā adā;
pv38:47.3 #
ปิตา เม กาลกโต ภนฺเต✎ ร่าง
‘Pitā me kālakato bhante,
pv38:47.4 #
ตสฺเสตํ อุปกปฺปตุ ฯ✎ ร่าง
tassetaṁ upakappatu’.
pv38:48.1 #
สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ✎ ร่าง
Samanantarānuddiṭṭhe,
pv38:48.2 #
วิปาโก อุปปชฺชถ✎ ร่าง
vipāko udapajjatha;
pv38:48.3 #
ภุญฺชามิ กามกามี✎ ร่าง
Bhuñjāmi kāmakāmīhaṁ,
pv38:48.4 #
ราชา เวสฺสวโณ ยถา ฯ✎ ร่าง
rājā vessavaṇo yathā.
pv38:49.1 #
ตํ สุโณหิ มหาราช✎ ร่าง
Taṁ suṇohi mahārāja,
pv38:49.2 #
อรินฺทม รฏฺฐวฑฺฒน✎ ร่าง
arindama raṭṭhavaḍḍhana;
pv38:49.3 #
สเทวกสฺส โลกสฺส✎ ร่าง
Sadevakassa lokassa,
pv38:49.4 #
พุทฺโธ อคฺโค ปวุจฺจติ✎ ร่าง
buddho aggo pavuccati;
pv38:49.5 #
ตํ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉ สปุตฺตทาโร อรินฺทม ฯ✎ ร่าง
Taṁ buddhaṁ saraṇaṁ gaccha,
pv38:50.1 #
อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน✎ ร่าง
Aṭṭhaṅgikena maggena,
pv38:50.2 #
ผุสนฺติ อมตํ ปทํ✎ ร่าง
phusanti amataṁ padaṁ;
pv38:50.3 #
ตํ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉ✎ ร่าง
Taṁ dhammaṁ saraṇaṁ gaccha,
pv38:50.4 #
สปุตฺตทาโร อรินฺทม ฯ✎ ร่าง
saputtadāro arindama.
pv38:51.1 #
จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา✎ ร่าง
Cattāro ca paṭipannā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.247
pv38:51.2 #
จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา✎ ร่าง
cattāro ca phale ṭhitā;
pv38:51.3 #
เอส สงฺโฆ อุชุภูโต✎ ร่าง
Esa saṅgho ujubhūto,
pv38:51.4 #
ปญฺญาสีลสมาหิโต✎ ร่าง
paññāsīlasamāhito;
pv38:51.5 #
ตํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉ✎ ร่าง
Taṁ saṅghaṁ saraṇaṁ gaccha,
pv38:51.6 #
สปุตฺตทาโร อรินฺทม ฯ✎ ร่าง
saputtadāro arindama.
pv38:52.1 #
ปาณาติปาตา วิรมสฺสุ ขิปฺปํ✎ ร่าง
Pāṇātipātā viramassu khippaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.151 · พุทธชยันตี 27.142
pv38:52.2 #
โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยสฺสุ✎ ร่าง
Loke adinnaṁ parivajjayassu;
pv38:52.3 #
อมชฺชโป โน ๑- จ มุสา อภาณิ✎ ร่าง
Amajjapo mā ca musā abhāṇi,
pv38:52.4 #
สเกน ทาเรน จ โหหิ ตุฏฺโฐ ฯ✎ ร่าง
Sakena dārena ca hohi tuṭṭho”ti.
pv38:53.1 #
อตฺถกาโมสิ เม ยกฺข✎ ร่าง
“Atthakāmosi me yakkha,
pv38:53.2 #
หิตกาโมสิ เทวเต✎ ร่าง
hitakāmosi devate;
pv38:53.3 #
กโรมิ ตุยฺหํ วจนํ✎ ร่าง
Karomi tuyhaṁ vacanaṁ,
pv38:53.4 #
ตฺวมสิ อาจริโย มม ฯ✎ ร่าง
tvaṁsi ācariyo mama.
pv38:54.1 #
อุเปมิ สรณํ พุทฺธํ✎ ร่าง
Upemi saraṇaṁ buddhaṁ,
pv38:54.2 #
ธมฺมญฺจาปิ อนุตฺตรํ✎ ร่าง
dhammañcāpi anuttaraṁ;
pv38:54.3 #
สงฺฆญฺจ นรเทวสฺส✎ ร่าง
Saṅghañca naradevassa,
pv38:54.4 #
คจฺฉามิ สรณํ อหํ ฯ✎ ร่าง
gacchāmi saraṇaṁ ahaṁ.
pv38:55.1 #
ปาณาติปาตา วิรมามิ ขิปฺปํ✎ ร่าง
Pāṇātipātā viramāmi khippaṁ,
pv38:55.2 #
โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยามิ✎ ร่าง
Loke adinnaṁ parivajjayāmi;
pv38:55.3 #
อมชฺชโป โน จ มุสา ภณามิ✎ ร่าง
Amajjapo no ca musā bhaṇāmi,
pv38:55.4 #
สเกน ทาเรน✎ ร่าง
Sakena dārena ca homi tuṭṭho.
pv38:56.1 #
Ophuṇāmi mahāvāte,
pv38:56.2 #
nadiyā sīghagāmiyā;
pv38:56.3 #
Vamāmi pāpikaṁ diṭṭhiṁ,
pv38:56.4 #
buddhānaṁ sāsane rato”.
pv38:57.1 #
Idaṁ vatvāna soraṭṭho,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.248
pv38:57.2 #
viramitvā pāpadassanā;
pv38:57.3 #
Namo bhagavato katvā,
pv38:57.4 #
pāmokkho rathamāruhīti.
pv38:58.1 #
Nandakapetavatthu tatiyaṁ.
pv39:0.1 #
Petavatthu
pv39:0.2 #
Mahāvagga
pv39:0.3 #
4. Revatīpetavatthu
pv39:1.1 #
“Uṭṭhehi revate supāpadhamme,
pv39:1.2 #
Apārutadvāre adānasīle;
pv39:1.3 #
Nessāma taṁ yattha thunanti duggatā,
pv39:1.4 #
Samappitā nerayikā dukhenā”ti.
pv39:2.1 #
Icceva vatvāna yamassa dūtā,
pv39:2.2 #
Te dve yakkhā lohitakkhā brahantā;
pv39:2.3 #
Paccekabāhāsu gahetvā revataṁ,
pv39:2.4 #
Pakkāmayuṁ devagaṇassa santike.
pv39:3.1 #
“Ādiccavaṇṇaṁ ruciraṁ pabhassaraṁ,
pv39:3.2 #
Byamhaṁ subhaṁ kañcanajālachannaṁ;
pv39:3.3 #
Kassetamākiṇṇajanaṁ vimānaṁ,
pv39:3.4 #
Suriyassa raṁsīriva jotamānaṁ.
pv39:4.1 #
Nārīgaṇā candanasāralittā,
pv39:4.2 #
Ubhato vimānaṁ upasobhayanti;
pv39:4.3 #
Taṁ dissati suriyasamānavaṇṇaṁ,
pv39:4.4 #
Ko modati saggapatto vimāne”ti.
pv39:5.1 #
“Bārāṇasiyaṁ nandiyo nāmāsi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 27.144
pv39:5.2 #
Upāsako amaccharī dānapati vadaññū;
pv39:5.3 #
Tassetamākiṇṇajanaṁ vimānaṁ,
pv39:5.4 #
Suriyassa raṁsīriva jotamānaṁ.
pv39:6.1 #
Nārīgaṇā candanasāralittā,
pv39:6.2 #
Ubhato vimānaṁ upasobhayanti;
pv39:6.3 #
Taṁ dissati suriyasamānavaṇṇaṁ,
pv39:6.4 #
So modati saggapatto vimāne”ti.
pv39:7.1 #
“Nandiyassāhaṁ bhariyā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.152
pv39:7.2 #
Agārinī sabbakulassa issarā;
pv39:7.3 #
Bhattu vimāne ramissāmi dānahaṁ,
pv39:7.4 #
Na patthaye nirayadassanāyā”ti.
pv39:8.1 #
“Eso te nirayo supāpadhamme,
pv39:8.2 #
Puññaṁ tayā akataṁ jīvaloke;
pv39:8.3 #
Na hi maccharī rosako pāpadhammo,
pv39:8.4 #
Saggūpagānaṁ labhati sahabyatan”ti.
pv39:9.1 #
“Kiṁ nu gūthañca muttañca,
pv39:9.2 #
asucī paṭidissati;
pv39:9.3 #
Duggandhaṁ kimidaṁ mīḷhaṁ,
pv39:9.4 #
kimetaṁ upavāyatī”ti.
pv39:10.1 #
“Esa saṁsavako nāma,
pv39:10.2 #
gambhīro sataporiso;
pv39:10.3 #
Yattha vassasahassāni,
pv39:10.4 #
tuvaṁ paccasi revate”ti.
pv39:11.1 #
“Kiṁ nu kāyena vācāya,
pv39:11.2 #
manasā dukkaṭaṁ kataṁ;
pv39:11.3 #
Kena saṁsavako laddho,
pv39:11.4 #
gambhīro sataporiso”ti.
pv39:12.1 #
“Samaṇe brāhmaṇe cāpi,
pv39:12.2 #
aññe vāpi vanibbake;
pv39:12.3 #
Musāvādena vañcesi,
pv39:12.4 #
taṁ pāpaṁ pakataṁ tayā.
pv39:13.1 #
Tena saṁsavako laddho,
pv39:13.2 #
gambhīro sataporiso;
pv39:13.3 #
Tattha vassasahassāni,
pv39:13.4 #
tuvaṁ paccasi revate.
pv39:14.1 #
Hatthepi chindanti athopi pāde,
pv39:14.2 #
Kaṇṇepi chindanti athopi nāsaṁ;
pv39:14.3 #
Athopi kākoḷagaṇā samecca,
pv39:14.4 #
Saṅgamma khādanti viphandamānan”ti.
pv39:15.1 #
“Sādhu kho maṁ paṭinetha,
pv39:15.2 #
kāhāmi kusalaṁ bahuṁ;
pv39:15.3 #
Dānena samacariyāya,
pv39:15.4 #
saṁyamena damena ca;
pv39:15.5 #
Yaṁ katvā sukhitā honti,
pv39:15.6 #
na ca pacchānutappare”ti.
pv39:16.1 #
“Pure tuvaṁ pamajjitvā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 27.146
pv39:16.2 #
idāni paridevasi;
pv39:16.3 #
Sayaṁ katānaṁ kammānaṁ,
pv39:16.4 #
vipākaṁ anubhossasī”ti.
pv39:17.1 #
“Ko devalokato manussalokaṁ,
pv39:17.2 #
Gantvāna puṭṭho me evaṁ vadeyya;
pv39:17.3 #
‘Nikkhittadaṇḍesu dadātha dānaṁ,
pv39:17.4 #
Acchādanaṁ seyya mathannapānaṁ;
pv39:17.5 #
Na hi maccharī rosako pāpadhammo,
pv39:17.6 #
Saggūpagānaṁ labhati sahabyataṁ’.
pv39:18.1 #
Sāhaṁ nūna ito gantvā,
pv39:18.2 #
yoniṁ laddhāna mānusiṁ;
pv39:18.3 #
Vadaññū sīlasampannā,
pv39:18.4 #
kāhāmi kusalaṁ bahuṁ;
pv39:18.5 #
Dānena samacariyāya,
pv39:18.6 #
saṁyamena damena ca.
pv39:19.1 #
Ārāmāni ca ropissaṁ,
pv39:19.2 #
dugge saṅkamanāni ca;
pv39:19.3 #
Papañca udapānañca,
pv39:19.4 #
vippasannena cetasā.
pv39:20.1 #
Cātuddasiṁ pañcadasiṁ,
pv39:20.2 #
yā ca pakkhassa aṭṭhamī;
pv39:20.3 #
Pāṭihāriyapakkhañca,
pv39:20.4 #
aṭṭhaṅgasusamāgataṁ.
pv39:21.1 #
Uposathaṁ upavasissaṁ,
pv39:21.2 #
sadā sīlesu saṁvutā;
pv39:21.3 #
Na ca dāne pamajjissaṁ,
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน