เนื้อความทั้งข้อ
[๒๐] ท้าวสักกเทวราชเมื่อจะตรัสถามถึงที่เกิดแห่งหญิงนั้น กะพระมหากัสสปเถระ
จึงตรัสคาถาสองคาถาความว่า
หญิงขัดสน เป็นคนกำพร้า อาศัยชายคาเรือนของคนอื่นอยู่ มีจิตเลื่อมใส
ได้ถวายข้าวตังแด่พระคุณเจ้าผู้เที่ยวไปบิณฑบาต ซึ่งมาหยุดยืนนิ่งอยู่
เฉพาะหน้า ด้วยมือของตนเอง ครั้นละจากอัตภาพมนุษย์แล้ว ได้ไป
บังเกิดในฉกามาพจรสวรรค์ชั้นไหนหนอ?
พระมหากัสสปเถระถวายพระพรว่า
หญิงขัดสน เป็นคนกำพร้า อาศัยชายคาเรือนของคนอื่นอยู่ มีจิต
เลื่อมใส ได้ถวายข้าวตังแก่อาตมภาพผู้กำลังเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาต
ซึ่งมายืนหยุดนิ่งเฉพาะหน้า ด้วยมือของตนเองนั้น ครั้นละจากอัตภาพ
มนุษย์ จุติจากมนุษยโลกนี้พ้นไปแล้ว ได้บังเกิดเป็นเทพธิดาผู้มี
ฤทธิ์มาก อยู่ ณ ชั้นนิมมานรดี ถึงความสุขอันเป็นทิพย์ ร่าเริง
บันเทิงใจอยู่ในชั้นนิมมานรดีนั้น เหตุสักว่าอาจามทานฯ
ท้าวสักกเทวราชกล่าวสรรเสริญทานนั้นว่า
น่าอัศจรรย์จริงหนอ ทานของคนกำพร้าไร้ญาติ เป็นทานที่นำมาแต่
ผู้อื่นแล้ว ได้นอบน้อมถวายแก่พระมหากัสสปะ สำเร็จเป็นทักษิณา
มากถึงเพียงนี้ นางแก้วผู้งามทั่วสรรพางค์ สามีไม่จืดจางในการมอง
ชม ได้รับอภิเษกเป็นเอกอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่
เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ ของอาจามทานนี้ ทองคำแท่งมีปริมาณตั้งร้อยก็ดี
ม้ามีกำลังเร็วมีปริมาณตั้งร้อยก็ดี ราชรถอันเทียมด้วยม้าอัสดรตั้งร้อย
ก็ดี นางราชกัญญาอันประดับประดาแล้วด้วยแก้วมุกดา และแก้วมณี
และต่างหูมีปริมาณตั้งแสนก็ดี ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ ของอาจาม-
ทานนี้ คชสารตัวประเสริฐเกิดแต่ป่าหิมพานต์ เป็นคชสารตระกูลมา-
ตังคะ มีงางามงอนดุจงอนรถ มีสายรัดแล้วด้วยทองคำ มีข่ายทองคำ
ปกเหนือกระพองศีรษะ มีประมาณตั้งร้อยเชือก ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยว
ที่ ๑๖ ของอาจามทานนี้ ถึงแม้พระเจ้าจักรพรรดิ ได้เสวยราชสมบัติ เป็น
ใหญ่ในมหาทวีปทั้งสี่ ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ ของอาจามทานนี้.
—
3. Ācāmadāyikāvimānavatthu
ปิณฺฑาย เต จรนฺตสฺส✎ ร่าง
“Piṇḍāya te carantassa,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.30
ตุณฺหีภูตสฺส ติฏฺฐโต✎ ร่าง
tuṇhībhūtassa tiṭṭhato;
ทฬิทฺทา กปณา นารี✎ ร่าง
Daliddā kapaṇā nārī,
ปราคารํ อวสฺสิตา✎ ร่าง
parāgāraṁ apassitā.
ยา เต อทาสิ อาจามํ✎ ร่าง
Yā te adāsi ācāmaṁ,
ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ✎ ร่าง
pasannā sehi pāṇibhi;
สา หิตฺวา มานุสํ เทหํ✎ ร่าง
Sā hitvā mānusaṁ dehaṁ,
กํ นุ สาทิสตํ คตาติ ฯ✎ ร่าง
kaṁ nu sā disataṁ gatā”ti.
ปิณฺฑาย เม จรนฺตสฺส✎ ร่าง
“Piṇḍāya me carantassa,
ตุณฺหีภูตสฺส ติฏฺฐโต✎ ร่าง
tuṇhībhūtassa tiṭṭhato;
ทฬิทฺทา กปณา นารี✎ ร่าง
Daliddā kapaṇā nārī,
ปราคารํ อวสฺสิตา✎ ร่าง
parāgāraṁ apassitā.
ยา เม อทาสิ อาจามํ✎ ร่าง
Yā me adāsi ācāmaṁ,
ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ✎ ร่าง
pasannā sehi pāṇibhi;
สา หิตฺวา มานุสํ เทหํ✎ ร่าง
Sā hitvā mānusaṁ dehaṁ,
วิปฺปมุตฺตา อิโต จุตา✎ ร่าง
vippamuttā ito cutā.
นิมฺมานรติโน นาม✎ ร่าง
Nimmānaratino nāma,
สนฺติ เทวา มหิทฺธิกา✎ ร่าง
santi devā mahiddhikā;
ตตฺถ สา สุขิตา นารี✎ ร่าง
Tattha sā sukhitā nārī,
โมทิตาจามทายิกา✎ ร่าง
modatācāmadāyikā”ti.
อโห ทานํ วรากิยา✎ ร่าง
“Aho dānaṁ varākiyā,
กสฺสเป สุปติฏฺฐิตํ✎ ร่าง
kassape suppatiṭṭhitaṁ;
ปราภเตน ทาเนน✎ ร่าง
Parābhatena dānena,
อิชฺฌิตฺถ วต ทกฺขิณา✎ ร่าง
ijjhittha vata dakkhiṇā.
ยา มเหสิตฺตํ กเรยฺย✎ ร่าง
Yā mahesittaṁ kāreyya,
จกฺกวตฺติสฺส ราชิโน✎ ร่าง
cakkavattissa rājino;
นารี สพฺพงฺคกลฺยาณี✎ ร่าง
Nārī sabbaṅgakalyāṇī,
ภตฺตุ จาโนมทสฺสิกา✎ ร่าง
bhattu cānomadassikā;
เอตสฺสาจามทานสฺส✎ ร่าง
Etassācāmadānassa,
กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ✎ ร่าง
kalaṁ nāgghati soḷasiṁ.
สตํ นิกฺขา สตํ อสฺสา✎ ร่าง
Sataṁ nikkhā sataṁ assā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.19 · พุทธชยันตี 26.42
สตํ อสฺสตรี รถา✎ ร่าง
sataṁ assatarīrathā;
สตํ กญฺญาสหสฺสานิ✎ ร่าง
Sataṁ kaññāsahassāni,
อามุตฺตมณิกุณฺฑลา✎ ร่าง
āmuttamaṇikuṇḍalā;
เอตสฺสาจามทานสฺส✎ ร่าง
Etassācāmadānassa,
กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ✎ ร่าง
kalaṁ nāgghanti soḷasiṁ.
สตํ เหมวตา นาคา✎ ร่าง
Sataṁ hemavatā nāgā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.31
อีสา ทนฺตา อุรูฬฺหวา✎ ร่าง
īsādantā urūḷhavā;
สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา✎ ร่าง
Suvaṇṇakacchā mātaṅgā,
เหมกปฺปนิวาสสา✎ ร่าง
hemakappanavāsasā;
เอตสฺสาจามทานสฺส✎ ร่าง
Etassācāmadānassa,
กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ✎ ร่าง
kalaṁ nāgghati soḷasiṁ.
จตุนฺนํ มหาทีปานํ✎ ร่าง
Catunnamapi dīpānaṁ,
อิสฺสรํ โยธ การเย✎ ร่าง
issaraṁ yodha kāraye;
เอตสฺสาจามทานสฺส✎ ร่าง
Etassācāmadānassa,
กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสินฺติ ฯ✎ ร่าง
kalaṁ nāgghati soḷasin”ti.
อาจามทายิกาวิมานํ ตติยํ ฯ✎ ร่าง
Ācāmadāyikāvimānaṁ tatiyaṁ.